ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1003 ไปที่บ้านของหวังผิงเพื่อดื่มฉลอง
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1003 ไปที่บ้านของหวังผิงเพื่อดื่มฉลอง
ตอนที่ 1003 ไปที่บ้านของหวังผิงเพื่อดื่มฉลอง
ในชนบท หากว่าอีกฝ่ายใส่ซองมาแค่ไหน เราก็ต้องใส่คืนไปมากเท่านั้น
โดยทั่วไปแล้ว เมื่ออีกฝ่ายมาร่วมงานที่บ้านของคุณ แล้วเอาเงินใส่ซอง 10 หยวน เมื่อคุณไปบ้านเขา คุณจะต้องใส่ไป 12 หยวน จะมากจะน้อยแล้วแต่กำลังของเรา
สิ่งนี้เรียกว่าการตอบแทนซึ่งกันและกัน และการใส่ซองมากกว่า แสดงถึงความรักใคร่
ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นเรื่องในหมู่เครือญาติ
ดังนั้น จึงทำให้เกิดความรักใคร่ระหว่างญาติพี่น้องมากขึ้น เพราะทุกครั้งที่รับเงินใส่ซองมา ก็จะให้คืนไปมากกว่าเดิม
แต่หากว่าให้เท่าที่ได้มานั้น
ความสัมพันธ์แบบนี้มักจะเป็นระหว่างคนที่แค่รู้จักกัน แต่ไม่ได้เป็นญาติกัน ไม่ได้สนิทกัน เพียงแค่ถูกเชิญมาร่วมงานเท่านั้น
แต่เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่กรณีระหว่างคนในตระกูลเจียงและหวังผิง
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พ่อ พ่อไม่จำเป็นต้องเอาเงินใส่ซองมากมายขนาดนั้น แค่พันสองก็พอแล้ว ที่เหลือผมจะใส่เอง”
เหตุผลที่เขาพูดแบบนี้ ก็เพราะครั้งล่าสุดหวังผิงใส่ซองมาเยอะมาก เห็นได้ชัดว่าเขาทำเพื่อผลประโยชน์ของเขา
เจียงไห่หยางมองมาที่ลูกชายและพูดว่า “ฉันเป็นประธานงานเลี้ยงฉลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเสี่ยวชิง แล้วเงินใส่ซองนั้นฉันก็เป็นคนเก็บมันไป แต่แกบอกว่าจะใส่แทน หมายความว่ายังไง”
หวังซิ่วจวี๋ยังกล่าวอีกว่า “แม่เป็นคนเก็บเงินทั้งหมดไปในครั้งที่แล้ว เดี๋ยวแม่จะเป็นคนใส่ซองเอง”
เธอเหลือบมองที่เจียงไห่หยางแล้วพูดว่า “งั้น ฉันจะให้คุณไป 12,000 หยวน ! ”
เจียงไห่หยางคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพยักหน้า
เงินหมื่นสองพันไม่ใช่เงินจำนวนมากของพวกเขาอีกต่อไป !
เขาพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “แม้ว่าตอนนี้เราจะอยู่ด้วยกันแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เราเคยแยกบ้านกันอยู่ ดังนั้นคราวนี้เราก็ต้องแยกซองกันไปก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ผมรู้ ! ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “แล้วแกคิดจะใส่ซองเท่าไหร่ล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ว่าผมจะให้ไปเท่าไร ในอีกสองสามวันที่บ้านเราก็จะมีการฉลองอยู่ดี ให้ไปเท่าไหร่ก็น่าจะได้มาเท่านั้นแหละครับ ? ”
พูดตามตรง เขาไม่อยากให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเกินไป
ท้ายที่สุดแล้ว หวังผิงก็ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องเพียงคนเดียว
สิ่งที่เขาให้หวังผิง เขาก็จะต้องให้ลูกพี่ลูกน้องคนอื่น ๆ ให้เท่าเทียมกันในอนาคต
ดังนั้นควรวางชามน้ำให้อยู่ในระดับเดียวกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งเขาให้ของกำนัลมากเท่าใด ญาติพี่น้องก็จะยิ่งตอบแทนบุญเขามากเท่านั้น
ซึ่งมันไม่สำคัญสำหรับเขาเลย แต่ญาติของเขาต่างหากที่จะต้องเจอแรงกดดันครั้งใหญ่ตอนที่ใส่ซองคืน
พูดตามตรงว่าธรรมเนียมนี้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากจริง ๆ
“พ่อคิดว่าผมควรให้เท่าไหร่ดีครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้หันไปขอคำแนะนำจากพ่อของเขา
เจียงไห่หยางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “อย่าให้น้อยเกินไปหรือมากเกินไป ยังไงซะหวังผิงก็ต้องคืนให้แก่ในอีกไม่กี่วันนี้ หากคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าควรให้เท่าไหร่ ก็ให้เท่าฉันก็ได้ 12,000 หยวน ! ”
“ได้ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ไม่อยากคิดมาก เขาแค่ตัดสินใจทำตามที่พ่อของเขาบอกมา
หลังจากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
วันรุ่งขึ้น จางเสี่ยวซุนก็ได้มารับเจียงเสี่ยวไป๋และพาเขาไปที่บ้านของหวังผิงตามที่ได้ตกลงกันไว้
เหมือนว่าเขาจะเป็นแขกคนแรกที่มา
ในเวลานี้ นอกเหนือจากคนที่มาช่วยงานแล้ว ญาติที่อยู่ที่นี่มีเพียงลุงรองของเขา หวังซิ่วอู๋ และป้ารองของเขา ฉินซูผิง
“เสี่ยวไป๋ หลานมาเร็วมาก ? ”
หวังซิ่วอู๋เห็นเจียงเสี่ยวไป๋มา ก็ได้เข้ามาทักทายเขาอย่างอบอุ่น เมื่อเห็นว่าเขามาคนเดียว จึงถามว่า “พ่อแม่ของหลานไม่มาด้วยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงรอง วันนี้ผมมาก่อน แล้วเดี๋ยวจะให้คนขับรถไปรับพวกเขามาอีกทีครับ ”
หวังซิ่วอู๋เข้าใจและพูดว่า “ใช่ อินอินยังอยู่ไฟ เธอจึงยังออกไปไหนไม่ได้”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็กล่าวเสริม “จริง ๆ แล้ว ตราบใดที่หลานมาแล้วก็ไม่เป็นไร พวกเขาไม่จำเป็นต้องลำบากมาหรอก ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “ลุงรอง ไม่เป็นไรครับ ผมจะให้คนขับรถพาพวกเขามาเอง”
ในเวลานี้ หวังผิงก็ได้เดินออกมา เขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นเจียงเสี่ยวไป๋ จึงถามเขาเหมือนที่พ่อของเขาถามออกมาไม่มีผิด
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้อธิบายอีกครั้ง
หวังผิงยังกล่าวอีกว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนทำให้นายต้องเดินทางมาที่นี่เป็นพิเศษสินะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ทุกคนก็มีธุระของตัวเอง อย่ากังวลไปเลย ฉันมาที่นี่เพื่อมาหาเสี่ยวโหรวต่างหาก ! ”
เมื่อพูดถึงเสี่ยวโหรว หวังผิงก็พาเจียงเสี่ยวไป๋ไปที่ห้องด้านหลังทันที
“อาเจียง มาแล้ว ! ” เมื่อไม่ได้เห็นเจียงเสี่ยวไป๋มาหลายวันแล้ว หวังกังก็ตะโกนด้วยความตื่นเต้นทันทีที่เห็นเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋แตะหัวของเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องดีใจไป ชานชานพี่สาวของนายไม่ได้มาด้วยสักหน่อย ! ”
หวังกังรู้สึกผิดหวังขึ้นมาทันทีและพูดออกมาว่า “พี่ชานชานก็คงจะอยู่กับน้องชายและน้องสาวของเธอเอง จึงไม่ได้มาเล่นกับผมใช่ไหมครับ ? ”
เมื่อเขาพูดแบบนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ หวังผิง และเฝิงเยี่ยนหงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ เดี๋ยวชานชานจะมากับปู่ย่าของเธอทีหลัง”
“โอ้ ในที่สุดพี่ชานชานก็มา ! ” เมื่อหวังกังได้ยินแบบนั้น เขาก็ดูมีความสุขขึ้นมาทันที
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ อินอินและเด็ก ๆ เป็นยังไงบ้าง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก็ อินอินก็อยากมาเหมือนกัน แต่ไม่สะดวก กำลังอยู่ในช่วงอยู่ไฟ”
เฝิงเยี่ยนหงพยักหน้า “ฉันรู้ ยังไงฉันก็จะไปหาพวกเขาได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ตอนที่บ้านของนายฉลองอยู่ดี ! ”
พวกเขาพูดคุยกันสักพัก จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็ไปข้างในบ้านเพื่อเอาซองใส่ตู้และเขียนชื่อ
มันยังเช้าอยู่จึงไม่มีแขกมา ดังนั้นในสมุดรายชื่อจึงไม่มีชื่อใคร มีเพียงชื่อเจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนแรก
คนที่เขียนบัญชีเป็นชายชรา เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋กำลังมา เขาก็รีบเปิดสมุดแล้วถามว่า “คุณชื่ออะไร ใส่ซองไปเท่าไหร่”
“เจียงเสี่ยวไป๋ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋บอกชื่อของเขา ก่อนจะหยิบธนบัตรรูปประชาสามัคคีสิบสองปึกออกมาจากกระเป๋าของเขา แล้วพูดว่า “หนึ่งหมื่นสองพันหยวนครับ ! ”
มือของชายชราสั่นเทาขึ้นมาในทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความตกตะลึง และพูดด้วยความไม่เชื่อ “หนึ่งหมื่นสองพัน ! ”
เมื่อมองดูกองธนบัตรรูปประชาสามัคคีหลายปึกตรงหน้า เขาจึงรู้ว่าชายคนนี้ใส่ซอง 12,000 หยวนจริง ๆ !
“ดี ! ” เขาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนคำว่า “เจียง” ลงไป แล้วถามว่า “เสี่ยวไป๋ที่แปลว่าบริสุทธิ์ใช่ไหม”
เพราะกลัวตัวเองจะเขียนผิด
เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายว่า “เสี่ยวที่แปลว่ารุ่งอรุณ ไป๋ที่แปลว่าบริสุทธิ์ ! ”
ชายชราเขียนด้วยมือที่สั่นเทา เจียงเสี่ยวไป๋นำเงินมาใส่ซองตั้งหนึ่งหมื่นสองพันหยวน จากนั้นเขาก็นับมันกับผู้คนอีกคน
ด้วยเงินมากมายแบบนี้ พวกเขาจึงไม่กล้าประมาท
หลังจากที่นับเงินไปได้ประมาณ 20 นาที ในที่สุดก็นับเงินเสร็จ จากนั้นเขาก็ยื่นผ้าเช็ดตัวให้เจียงเสี่ยวไป๋เป็นของชำร่วย
เจียงเสี่ยวไป๋รับมันด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็เดินออกมา
หลังจากที่เขาจากไปแล้ว ผู้เฒ่าและผู้ช่วยของเขาก็เริ่มซุบซิบกันทันที
“นี่คือเถ้าแก่เจียงที่พาผิงผิงไปทำงานด้วยใช่ไหม ! ”
“จะเป็นใครไปได้อีก ไม่อย่างนั้นใครจะกล้าใส่ซองมากมายขนาดนี้ ! ”
“เอาเงินมาใส่ซองตั้งหนึ่งหมื่นสองพันหยวน ตั้งแต่ฉันเกิดมาจนอายุปูนนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นคนเอาเงินใส่ซองเยอะขนาดนี้ ! ”
“ใช่คนแรกก็เยอะขนาดนี้แล้ว ! คนต่อไปจะเท่าไหร่กัน”
“อนิจจา เมื่อนับเงินใส่ซองทั้งหมดรวมกันจะได้เยอะแค่ไหนนะ ! ”
“ ตระกูลหวังคงได้รับเงินใส่ซองมากมายในครั้งนี้ ! ”
“แน่นอน แค่เงินใส่ซองเพียงอย่างเดียวอาจจะได้มากถึงหนึ่งล้านหยวนก็เป็นได้ ! ”
“…”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้เรื่องนี้ หลังจากที่เอาเงินใส่ซองมาให้แล้ว เขาก็อยู่ที่นั่นพักหนึ่ง แล้วจึงขอตัวลากับ หวังซิ่วอู๋ , ฉินซูผิง และหวังผิง
ทุกคนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของเขาดี ดังนั้นทั้งสามจึงไม่ได้คะยั้นคะยอให้เขาอยู่ต่อ
จางเสี่ยวซุนได้ไปส่งเจียงเสี่ยวไป๋กลับบ้าน จากนั้นเขาก็รับเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋มาที่นี่ต่อ
เจียงชานก็ตามมาด้วย
ที่บ้านเหลือผู้ใหญ่เพียงสองคน ได้แก่ เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอิน รวมถึงเจียงอันและเจียงห่าวที่กำลังหลับอยู่
ทันใดนั้น บ้านที่พลุกพล่านก่อนหน้านี้ ก็ดูเงียบสงบลงทันที
“ที่รัก คุณอยู่แต่ในบ้านมานานแล้ว ! ”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็มีความกล้ามากขึ้น เขาเข้าไปกอดหลินเจียอินจากด้านหลังแล้วพูดเบา ๆ