ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1007 ปรึกษาแผนการเชิงลึกอีกครั้ง
ตอนที่ 1,007 ปรึกษาแผนการเชิงลึกอีกครั้ง
วันรุ่งขึ้น หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงติดตามครอบครัวของหลินต้าเหวยไปที่เจี้ยนหยาง
พวกเขาทั้งสองไม่เคยไปเจี้ยนหยางมาก่อน แต่เจี้ยนหยางคือบ้านเกิดของตระกูลหลิน และในที่สุด คราวนี้พวกเขาก็ได้มาถึงชิงโจว มันช่างแตกต่างจากที่พวกเขาคิดโดยสิ้นเชิง
หลินเจียจวินไม่ได้ไปด้วย โดยเอางานมาอ้างเป็นข้อแก้ตัว
ในห้องทำงานของเจียงเสี่ยวไป๋ ที่สำนักงานใหญ่ชั่วคราวของเจียงเจียกรุ๊ป หลินเจียจวินดื่มชา สูบบุหรี่ และพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋อีกครั้ง
“เสี่ยวไป๋ ตามที่นายพูดเมื่อครั้งที่แล้ว ฉันได้ไปหาคนที่จะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในเทียนจิงให้นายแล้วนะ และฉันยังได้จ้างคนอีกสามคนด้วย”
หลินเจียจวินได้พูดถึงรายละเอียดออกมา
หลังจากออกจากชิงโจวไปครั้งที่แล้ว เขาก็ได้ไปที่เทียนจิง และไปหาหลินชูเพื่อไปเอากุญแจบ้านที่เจียงเสี่ยวไป๋ซื้อไว้ในหวงเฉิงเกิน
ก่อตั้งเป็นสำนักงานหรงจือและกำลังอยู่ในขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จ้างพนักงานสามคน ซึ่งล้วนเป็นคนหนุ่มสาวที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา คนหนึ่งชื่อหลี่ชูถิงสำเร็จการศึกษาจากคณะธุรกิจ คนหนึ่งชื่อจางติงเซิงจบคณะกฎหมาย และอีกคนชื่อหยานหลี่หลี่จบคณะบัญชี
ขณะนี้เครื่องหมายทางการค้าที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้สั่งให้ไปทำนั้น กำลังอยู่ในชั้นตอนการดำเนินงาน ภายใต้ชื่อของเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว
หลังจากพูดจบ หลินเจียจวินก็ยิ้มและพูดว่า “ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมนายถึงต้องให้ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรมาก การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในแผนการสร้างบริษัทใหม่ และเนื่องจากผู้คนในยุคนี้มักไม่ตระหนักว่าเครื่องหมายการค้านั้นสำคัญเพียงใด จึงไม่แปลกที่หลินเจียจวินถามมาแบบนั้น
และสิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อน เพื่อที่ในอนาคต แม้ว่าเขาจะไม่ทำอะไรเลย เขาก็จะชนะอย่างสมบูรณ์
ที่จริง เขาอยากทำสิ่งนี้มานานแล้ว
แต่ในเวลานั้น เขามีเงินทุนจำกัด ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่จำเป็นจริง ๆ ก่อน
“เอาล่ะ นั่นเป็นเรื่องของเครื่องหมายการค้า ผมจะติดต่อหลี่ชูถิงโดยตรงเอง เมื่อถึงเวลา” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบออกมาด้วยท่าทีไม่สนใจ แล้วถามว่า “แล้วเรื่องอื่นเป็นยังไงบ้าง ? ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “การจดทะเบียนบริษัทก็ดำเนินการให้แล้ว”
ซึ่งการจดทะเบียนบริษัทในครั้งนี้ สถานที่จดทะเบียนก็อยู่ในเทียนจิงเหมือนกัน และสำนักงานก็ตั้งอยู่ที่บ้านของหวงเฉิงเกินในเทียนจิงด้วยด้วย
หลินเจียจวินได้ทำตามคำร้องขอของเจียงเสี่ยวไป๋ทุกอย่าง และจดทะเบียนบริษัทเล็ก ๆ ชื่อว่าบริษัทโฆษณาเหอเมียว ด้วยทุนจดทะเบียน 30,000 หยวน ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว จากนั้นเขาก็ได้เพิ่มทุนจากบริษัทโฆษณาเหอเมียวเพื่อมาจดทะเบียนบริษัทวางแผนเหมาเตา ด้วยทุนจดทะเบียน 300,000 หยวน จากนั้นเขาใช้บริษัทวางแผนเหมาเตา เป็น GP และจดทะเบียนบริษัทการลงทุนเซิ่งซีในเซี่ยงไฮ้ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านหยวน
ในช่วงทศวรรษ 1980 ทุนการจดทะเบียนหนึ่งล้านหยวนนั้นไม่ใช่บริษัทเล็ก ๆ แน่นอน
สองบริษัทแรกเป็นของเจียงเสี่ยวไป๋แต่เพียงผู้เดียว ส่วนบริษัทการลงทุนเซิ่งซีมอบหุ้น 20% ให้หลินเจียจวินและหุ้นที่เหลือมอบให้กับลูกสามคนของเขา ซึ่งเจียงเสี่ยวไป๋ถือแค่ในนามเท่านั้น
เมื่อดูเผิน ๆ ชื่อของหลินเจียอินไม่ปรากฏในบริษัทเหล่านี้เลย
ท้ายที่สุดแล้ว อุตสาหกรรมทั้งหมดของเจียงเจียกรุ๊ปตอนนี้ก็เป็นชื่อของหลินเจียอิน ดังนั้นบริษัทใหม่พวกนี้จะไม่มีชื่อของเธอมาเกี่ยวข้องด้วย
ชื่อของเจียงเสี่ยวไป๋ไม่เคยปรากฏในธุรกิจมาก่อน และคราวนี้ปรากฏเฉพาะในบริษัทเล็ก ๆ อย่างบริษัทโฆษณาเหอเมียว ซึ่งก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร
ส่วนบริษัทที่เหลือเป็นการเพิ่มทุนจากบริษัท หลังจากทำเช่นนี้สองครั้ง มันก็จะเป็นการยากที่จะเชื่อมโยงมาถึงเจียงเสี่ยวไป๋ได้
นี่คือสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋เรียนรู้มาจากคนรุ่นหลัง
“ตอนนี้โครงสร้างพื้นฐานได้เตรียมการเสร็จสิ้นแล้ว พี่ก็เริ่มดำเนินการได้เลยนะครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ขั้นตอนต่อไปคือการจัดตั้งบริษัทออกแบบเสื้อผ้าในเซี่ยงไฮ้ ฉันอาจจะต้องไปที่เซี่ยงไฮ้ด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “พี่ต้องไปเซี่ยงไฮ้และเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปเจรจาหาสถานที่และทำแบรนด์ต่างประเทศ”
เมื่อพูดจบ เขาก็ยื่นสมุดบัญชีธนาคารที่เขาเตรียมไว้ให้หลินเจียจวิน และกล่าวว่า “มีกองทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 10 ล้าน พี่เอาไปใช้ก่อนเลย”
หลินเจียจวินหยิบขึ้นมาและเก็บลงในกระเป๋าทันที
เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ช่วงนี้ฉันยุ่งอยู่กับอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ดังนั้นฉันจึงช่วยงานของบริษัทไม่ได้มากนัก”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ตอนนี้เจียงเจียกรุ๊ปมาถูกทางแล้ว พี่ไม่ต้องกังวลไป มันแค่…”
เมื่อเห็นว่าเขาลังเลที่จะพูด หลินเจียจวินก็พูดอย่างไม่พอใจ “พูดในสิ่งที่นายอยากพูดมันออกมา ทำไมต้องลังเลระหว่างเราด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากจะเน้นย้ำกับพี่ว่า เมื่อพี่อยู่ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า ยกเว้นกับลูกค้าหลัก ๆ กับคนที่เหลือ พี่ควรปรากฏตัวให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่อย่างนั้นหากว่าพี่เปิดเผยตัวตน สุดท้ายคนก็จะนึกถึงเจียงเจียกรุ๊ปได้”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “ก็คิดว่าเรื่องอะไรซะอีก ? แค่นี้เองเหรอ ฉันปฏิบัติงานอยู่เบื่อหลังได้ดีกว่านายก็แล้วกัน ! ”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้น เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากโต๊ะแล้วยื่นให้หลินเจียจวิน
หลินเจียจวินหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะเห็นรายชื่อของคนหลายสิบคนอยู่ในนั้น
“นี่คือ ? ”
หลินเจียจวินถามด้วยความสงสัย
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “ผมได้จัดการงานบางอย่างให้พี่แล้ว เพราะผมไม่ได้เกียจคร้านอย่างที่พี่คิด ผมได้ให้คนไปดูรอบ ๆ มณฑลเจียงซูและเจ้อเจียง ฝูเจี้ยน และกวางตุ้ง และได้เจอคนเหล่านี้ซึ่งรู้สึกว่าไม่เลว หลังจากที่พี่กลับมาจากต่างประเทศ ผมจะพาพี่ไปพบปะกับคนเหล่านี้ เพราะหากในอนาคตเราเปิดโรงงานเสื้อผ้า คนเหล่านี้สามารถเป็นกระบอกเสียงให้เราได้”
“นายทำหลายอย่างขนาดนี้เหรอ ? ” หลินเจียจวินพูดด้วยความไม่เชื่อ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่จากความทรงจำชาติก่อนของเขา ผู้คนในรายชื่อพวกนี้ ล้วนเป็น CEO รายใหญ่ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของจีน
คนเหล่านี้มีอายุใกล้เคียงกับเขา และประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างมากในเวลาต่อมา
ยังไงก็ตาม เขารู้ดีว่าโดยพื้นฐานแล้วคนเหล่านี้เริ่มต้นธุรกิจในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ส่วนสิ่งที่พวกเขาทำในปี 1984 เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้อะไรเลย
ซึ่งบางทีพวกเขาอาจจะยังคงขายสินค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือทำงานเป็นช่างตัดเสื้อ เปิดเวิร์คช็อปเสื้อผ้าเล็ก ๆ เป็นต้น
พวกเขาจำเป็นต้องสะสมทุนเริ่มต้นก่อน ถึงจะก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญได้ และทำการปฏิรูปครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษ 1990 จนในที่สุดก็สร้างอาชีพได้
ในฐานะบุคคลที่เกิดใหม่ เจียงเสี่ยวไป๋จะทำให้คนเหล่านี้เริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้ก่อนล่วงหน้า และก้าวหน้าในเส้นทางที่พวกเขาทำในชีวิตก่อนหน้านี้
แต่ที่เปลี่ยนก็คือ พวกเขาจะไม่ได้เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นหุ้นส่วนของเจียงเสี่ยวไป๋และเป็นโฆษกของเขา
หลินเจียจวินดูรายชื่อและถามด้วยความสงสัย “นายให้ชื่อและเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่กับฉันมา แล้วทำไมนายไม่ให้ที่อยู่เฉพาะของพวกเขามาด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ที่อยู่เฉพาะที่ไหนกันล่ะ
เขาพูดอย่างไม่เป็นทางการทันที “คนที่ผมส่งไปมีหน้าที่ในการตามหาเท่านั้น ดังนั้นพี่ต้องไปหามาด้วยตนเองเพื่อให้แน่ใจว่าคนเหล่านี้มีความสามารถและพร้อมใช้งานจริง ๆ ”
“เอาล่ะ ฉันจะหาที่อยู่ของพวกเขาก่อน ! ”
เมื่อหลินเจียจวินได้ยินสิ่งที่เขาพูด ก็เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะถามอะไรเพิ่มเติม เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “ช่างลำบากจริง ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตบไหล่ของเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เมื่อพี่ลับมีดสับฟืนจนคมแล้ว พี่จะไม่มีวันขาดทุนเลยถ้าพี่ทำงานเพิ่มอีกนิด”
“ตกลง ! ” หลินเจียจวินตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ “ฉันจะไปหามาให้หลังจากที่ฉันกลับมาจากต่างประเทศ”