ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1006 เอาไปเปิดที่เทียนจิงให้หมด
ตอนที่ 1,006 เอาไปเปิดที่เทียนจิงให้หมด
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของหลินเจียเหลียงมาก
“ยังไงเหรอครับ ? ”
“นายไม่เต็มใจงั้นเหรอ ? ”
เมื่อเห็นท่าทางประหลาดใจของเจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียเหลียงก็ถามอย่างจริงใจ
เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดว่า “ไม่ ไม่ พี่เจียเหลียง ถ้าพี่เต็มใจที่จะเข้าร่วม แน่นอนว่าผมก็ไม่มีปัญหา”
ล้อเล่นนะ หลินเจียเหลียงเป็นถึงตัวแทนของสำนักงานใหญ่ของธนาคารแห่งประเทศจีน !
สำนักงานใหญ่ของธนาคารแห่งประเทศจีนยินดีที่จะเข้าร่วมแบบนี้ เขาจะไม่ต้อนรับได้ยังไง ?
“เพียงแต่ว่าผมไม่สามารถตัดสินใจในเรื่องนี้เองได้ ยังไงผมก็ต้องการให้ลุงรองทราบก่อนครับ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยความตื่นเต้น
หลินเจียเหลียงยิ้มและพูดว่า “นั่นไม่ใช่ปัญหา ฉันจะคุยกับอาเองหลังจากกลับไปเจียงเฉิงแล้ว”
บทสนทนาระหว่างทั้งสองทำให้ทั้งหลินต้าเหว่ยและหลินเจียจวินต่างก็สับสน
“เสี่ยวไป๋ นายกำลังพูดถึงการสร้างธนาคารเพื่อการลงทุนในเมืองงั้นเหรอ ? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินนายพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย”
หลินเจียจวินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และถามด้วยความประหลาดใจ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มันเป็นแค่แผนการที่คิดขึ้นมาหลังจากงานการลงทุนในเจียงเฉิงเมื่อปีที่แล้ว แต่…” เขาเล่าให้หลินเจียจวินฟังทันทีเกี่ยวเรื่องที่เขาคุยกับหลินต้ากั๋วหลังจากงานการลงทุนที่จัดขึ้นในเจียงเฉิง
ในเวลานั้นเป็นเพราะเจียงเจียกรุ๊ปได้รับเงินจำนวนมาก แต่ไม่สามารถส่งสินค้าได้ทันเวลา เขาไม่ต้องการให้คนอื่นกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยกเว้นเมิ่งเสี่ยวเป่ยแล้ว เขาก็ไม่ได้พูดให้ใครฟังเลย แม้แต่หลินเจียอินก็ด้วย
แต่ตอนนี้เมื่อเวลาผ่านไป เจียงเจียกรุ๊ปได้ส่งสินค้าเกินกว่าครึ่งให้กับตัวแทนจำหน่ายและผู้ลงทุนไปแล้ว ส่วนเงินก็ฝากไว้ในธนาคารในชื่อของบริษัท ทำให้ความเสี่ยงและความกดดันลดลงมาก เขาจึงกล้าที่จะพูดมันออกมา
หลังจากได้ยิน หลินเจียจวินก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “นายควรบอกฉันเกี่ยวกับเรื่องใหญ่แบบนี้ตั้งนานแล้ว ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะสบถ “พ่อนะพ่อ ไม่คิดจะเปิดปากบอกเลยสักคำ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตบไหล่เขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เอาล่ะพี่ เรื่องใกล้จะจบแล้ว ดังนั้นไม่ต้องกังวลกับมันหรอก ทำหน้าที่ของเราให้ดีต่อไป นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดต่างหาก”
หลินเจียจวินพยักหน้า เขาเข้าใจโดยธรรมชาติว่าเจียงเสี่ยวไป๋หมายถึงอะไร มันไม่ได้เกี่ยวกับเจียงเจียกรุ๊ป แต่มันคือเรื่องของอุตสาหกรรมเสื้อผ้า
ซึ่งคราวนี้เขาก็ตั้งใจมารายงานความคืบหน้าให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟัง
เพียงแต่ว่าตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ เขาไม่มีโอกาสได้อยู่สองต่อสองกับเจียงเสี่ยวไป๋เลย
หลินเจียตงพูดด้วยความสนใจ “ฉันได้ยินจากจวินจวินว่าที่นี่มีตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืนด้วยและน่าสนใจมาก งั้นคืนนี้เราไปที่นั่นกันเถอะ !”
“ได้ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบตกลงทันที และเมื่อเห็นว่ายังเช้าอยู่ เขาจึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เราไปที่ร้านนวดเท้าและชงชากันก่อน แล้วค่อยไปที่นั่นในตอนเย็น”
“ได้เลย” หลินเจียจวินเป็นคนแรกที่ตอบ
ร้านนวดเท้าในเจียงเฉิงยังไม่เปิด ดังนั้นหลังจากที่หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงมาถึงเจียงเฉิง เขาจึงไม่ได้พาทั้งสองไปผ่อนคลาย แต่เมื่อได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าจะพาพวกเขาไปนวดเท้า เขาก็มีความสุขมาก
“ดีเลย ! ”
หลินต้าเหวยก็จะดูโหยหาไม่ต่างกัน
ร้านนวดเท้าที่หลินเจียเหว่ยลงทุนในเจี้ยนหยางได้เปิดแล้ว เขาไปที่นั่นสองครั้งเพื่อ และก็ชอบการบริการของที่นั่นมาก เขาเหนื่อยจากการเดินซื้อของมาหนึ่งวัน จึงอยากไปนวดเท้าเพื่อผ่อนคลายบ้าง
หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงก็ได้ตามพวกเขามาด้วยความอยากรู้อยากลอง และในไม่ช้าก็มาถึงร้านนวดเท้าและชงชา
“เสี่ยวไป๋ เยี่ยมเลย ถ้าเอากิจการนี้ไปเปิดที่เทียนจิง มันจะต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอน ! ”
“ใช่แล้ว เสี่ยวไป๋ เมื่อไหร่จะไปเปิดร้านแบบนี้ที่เทียนจิง ! ”
“ใช่แล้ว ฉันจะได้พาคุณปู่ออกมานวดเท้าด้วย ! ”
“เสี่ยวไป๋ ถ้านายไม่เอาไปเปิดที่นั่น คงเสียดายน่าดู !”
หลังจากที่นวดเท้าเสร็จแล้ว หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงก็รู้สึกประหลาดใจที่มันสร้างความผ่อนคลายให้พวกเขาได้มากเลยทีเดียว จึงพูดกัน
หลินเจียจวินกล่าวว่า “พี่เจียตง พี่เจียเหลียง เรากำลังจะเปิดร้านนวดเท้าในเจียงเฉิง ถ้าพี่เดินทางกลับ ก็จะเจอร้านนวดเท้าที่จะเปิดเร็ว ๆ นี้ และพวกพี่สามารถเอาไปเปิดที่เทียนจิงได้นะ”
หลินเจียเหลียงหัวเราะหลังจากได้ยินแบบนี้ “มันขึ้นอยู่ว่าฉันจะสนใจไหม แต่ฉันคงไม่คิดจะเอาไปเปิดที่นั่นหรอก”
ในเรื่องนี้เหล่าหลินเข้มงวดมาก
ตอนนี้ในเมื่อคุณอยู่ในแวดวงการเมืองแล้ว จงอยู่ห่างจากเรื่องธุรกิจเหล่านั้น
หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงต่างก็อยู่ในตำแหน่งสำคัญ พวกเขาจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งของชายชรา
หลินเจียจวินเข้าใจดีและพูดด้วยรอยยิ้ม “พวกพี่ไม่ต้องเปิดกิจการเองหรอก แค่ช่วยหาสถานที่ให้เราก็พอ ที่เหลือผมจะจัดการเอง”
“อ้อ ได้สิ! เรื่องแค่นี้เอง ! ” หลินเจียเหลียงพูดอย่างมีความสุข
หลังจากออกมาจากร้านนวดเท้า เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาทั้งสามคนไปที่ตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืน
อากาศเริ่มอุ่นขึ้นในเดือนเมษายน และขณะนี้ก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดเนืองแน่นไปด้วยผู้คนและมีชีวิตชีวามาก
มีแผงขายของอยู่ทั้งสองด้านของถนน โดยมีโต๊ะเล็ก ๆ สามหรือสี่โต๊ะตั้งอยู่ข้างใน บางเต้นท์ก็กำลังทำอาหารมีไฟลุกโชน มีเสียงย่างบาบีคิว ‘ซ่า ๆ ’ และควันสีขาวก็ลอยขึ้น ส่งกลิ่นไปทั่วบริเวณ ส่วนบางร้าน พ่อครัวก็กำลังดึงเส้นบะหมี่ออกมาราวกับใช้เวทมนตร์…
“บาบีคิว ! ทบาบีคิว ! บาบีคิวจริง ๆ ด้วย ! ”
“เต้าหู้เหม็น ! เต้าหู้เหม็นจินหลิง เต้าหู้เหม็นทอดที่กรอบและเป็นเอกลักษณ์ ! ”
“หมูสามชั้นผัดร้อน ๆ จากกระทะ ! ”
“หัวกระต่ายเผ็ด อร่อยน่าทานมาก ! ”
“…”
เสียงร้องของพ่อค้าทางใต้และทางเหนือดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ถนนแห่งนี้มีชีวิตชีวามาก
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงเห็นฉากตลาดถนนคนเดินด้วยตาของพวกเขา ดวงตาของพวกเขาแทบจะถลนออกมา
มีแผงลอยสองถึงสามร้อยแผงที่มีของว่างพิเศษหลากหลาย เช่น บาบีคิว เต้าหู้เหม็น หม่าล่า กุ้งอบน้ำมัน บะหมี่เนื้อ บะหมี่แห้งร้อน เกี๊ยว บะหมี่ผัดเปรี้ยวหวาน บะหมี่หอยทาก บะหมี่ข้ามสะพาน เค้กข้าวเหนียว ขนมงา แพนเค้ก เกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวนึ่ง หม้อไฟ ซุปเผ็ด ซุปคามิเลีย หัวกระต่ายเผ็ด…
มีให้เลือกกินเยอะมาก
กินยังไงก็ไม่ครบทุกเมนูแน่นอน !
ชิงโจวนี้ล้ำหน้ายิ่งกว่าเทียนจิงเสียอีก !
หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงต่างก็รู้สึกว่าการได้มาที่ชิงโจวนั้นยอดเยี่ยมมาก !
“เสี่ยวไป๋ โครงการตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืนนี้สามารถจำลองแบบได้ไหม ? ” หลินเจียเหลียงถาม พร้อมกับลูบท้องที่อิ่มไปด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “แน่นอนครับ”
หลินเจียเหลียงมีความสุขมากเมื่อได้ยินแบบนี้ จึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นนายสามารถสร้างตลาดแบบนี้ในเทียนจิงได้นะ หากตลาดแบบนี้ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่อย่างเทียนจิง ฉันว่าคนมาเดินเล่นเยอะกว่านี้แน่นอน ! ”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “พี่เจียเหลียง ทำไมพี่ถึงอยากเอาไปไว้ที่เทียนจิงทุกอย่างที่พี่เห็นเลยล่ะ”
หลินเจียเหลียงมองมาที่เขาด้วยความโกรธและพูดว่า “อย่างน้อยก็ต้องเอาตลาดแบบนี้ไปไว้ที่เทียนจิงสักหนึ่งที่ ขืนถ้าฉันอยากกินของแบบนี้ในครั้งต่อไป ฉันไม่ต้องขึ้นเครื่องบินมาที่ชิงโจวเลยเหรอ ? ”
หลินเจียตงก็กล่าวเสริมว่า “ใช่ ควรไปสร้างที่เทียนจิงสักหนึ่งที่นะ ! ”
หลินเจียจวินยิ้มและกล่าวว่า “โครงการตลาดถนนคนเดินตอนกลางคืนกำลังวางแผนที่จะสร้างในเจียงเฉิงแล้ว หลังจากที่สร้างที่เจียงเฉิงเสร็จสิ้น เราก็กำลังพิจารณาว่าจะเอาไปสร้างที่เทียนจิงต่อ”
หลินเจียเหลียงพูดด้วยความไม่พอใจ “ทำไมเจียงเฉิงต้องได้ทุกอย่างก่อนด้วย ? ”
เขารีบหันไปพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋โดยตรง “เสี่ยวไป๋ ฉันจะช่วยนายดำเนินการและหาสถานที่เอง นายสามารถไปสร้างที่เทียนจิงเร็วที่สุดเมื่อไหร่ก็ได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง และไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบตกลง
“เอาล่ะ ถ้าพี่เจียเหลียงสามารถหาสถานที่ที่เหมาะสมได้ ผมก็จะให้คนไปสร้างที่นั่น”
หลังจากที่ลองผิดลองถูกมานาน การเปิดสาขาก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
หลินเจียเหลียงรู้สึกพอใจมากหลังจากได้ยินที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด
จากนั้นพวกเขาก็เดินไปตามตลาดถนนคนเดินจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงสี่ทุ่มแล้ว จึงกลับไปที่เจียงวาน