ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1009 คัดเลือกผู้ที่เหมะสม
ตอนที่ 1,009 คัดเลือกผู้ที่เหมะสม
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเม้มริมฝีปากแล้วยิ้ม “การเลือกใครสักคนมันยากขนาดนั้นเลยเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “นี่คืองานของคุณ คุณเป็นมืออาชีพมากกว่าผม มันคงจะไม่ดีถ้าผมเข้าไปยุ่ง ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยแอบคิดในใจว่า เจียงเสี่ยวไป๋เคยชินกับการให้คนอื่นทำงานให้ เธอจึงพูดว่า “คุณโหยวโหย่วหยูและฉัน เราชอบหลิวหยางเหอ ในเมื่อคุณไม่มีข้อโต้แย้งอะไร งั้นเราขอเลือกเขาก็แล้วกัน ! ”
“ตกลง ! ” เจียงเสี่ยวไป๋เห็นด้วยทันที
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “สำหรับผู้อำนวยการโรงงานน้ำแร่บรรจุขวด มีคนที่เหมาะสมที่สุดตอนนี้สามคน คือตงเจี้ยนเฉิง และอีกสองคนคือจ้าวปานชานและเฉียนซือไห่”
แม้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่ค่อยคุ้นเคยกับตงเจี้ยนเฉิงมากนัก แต่เขาก็ไม่รู้จักจ้าวเปาชานและเฉียนซือไห่เลย และไม่เคยได้ยินชื่อของสองคนนี้มาก่อนด้วยซ้ำ
ยังไงก็ตาม เนื่องจากเมิ่งเสี่ยวเป่ยแนะนำ เขาก็ทำเป็นสนใจ และพูดว่า “ไหนคุณลองบอกผมเกี่ยวกับจ้าวเปาชานและเฉียนซือไห่มาสิ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “จ้าวเปาชานลาออกจากโรงงานสบู่ซิงเจียงและสมัครเข้าร่วมบริษัทของเรา เขาทำงานมานานกว่าสามเดือนแล้ว และมีความสามารถที่โดดเด่น”
“ส่วนเฉียนซือไห่เคยเป็นหัวหน้าของโรงงานเครื่องดื่มเถิงต้า หลังจากที่มาสมัครทำงานในโรงงานผลิตและแปรรูปถั่วเหลือง เขาก็เริ่มจากการเป็นหัวหน้าทีม และปัจจุบันเขาเป็นผู้อำนวยการเวิร์คช็อปแล้วค่ะ”
เธอมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “บุคคลนี้มีความสามารถทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีความรับผิดชอบสูง เขากล้าหาญแต่ก็ทำงานละเอียดรอบคอบมาก ตอนนี้เขาเป็นผู้จัดการเวิร์คช็อปที่ดีที่สุดในโรงงานผลิตและแปรรูปถั่วเหลือง”
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“มีอะไรหรือเปล่าคะ ? ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยถามด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นท่าทางของเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋เงยหน้าขึ้นและยิ้ม “ไม่มีอะไร แค่คุณพูดถึงโรงงานเครื่องดื่มเถิงต้าเมื่อกี้ และผมก็จำอะไรบางอย่างได้เท่านั้นเอง”
ในปีที่แล้ว เขาได้สนใจโรงงานผลิตเครื่องดื่มเถิงต้ามาก จึงขอให้เฉินหยวนเฉาแย่งชิงบุคลากรคนสำคัญหลายคนของโรงงานผลิตเครื่องดื่มเถิงต้ามา และยังฝากตัวหมากรุกที่สำคัญไว้ในโรงงานผลิตเครื่องดื่มเถิงต้าด้วย
แต่ต่อมา มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น จึงทำให้เขาลืมมันไป
ในเวลานี้ เมื่อเมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดถึงโรงงานเครื่องดื่มเถิงต้า เขาก็จำมันได้ทันที
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ และเม้มริมฝีปาก “ที่คุณเป็นแบบนี้ เพราะคุณกำลังคิดถึงโรงงานผลิตเครื่องดื่มเถิงต้าอยู่ใช่ไหมคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “คุณหมายถึงอะไร”
เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา “จริง ๆ ผมคิดเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เพราะผมยุ่งมาก จึงลืมมันไป”
“เอาล่ะ ในเมื่อคุณพูดถึงมันแล้ว คุณช่วยไปบอกให้เฉินหยวนเฉาและโหยวโหย่วหยูไปหาว่านจิงหลงให้ผมที”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวด้วยความประหลาดใจ “ผู้อำนวยการโรงงานเครื่องดื่มเถิงต้า คือจ้าวเมิ่งฮูไม่ใช่เหรอคะ ? ทำไมคุณถึงให้พวกเขาไปหาว่านจิงหลง ? ”
เธอไม่รู้หน้าที่ของว่านจิงหลงที่เจียงเสี่ยวไป๋ให้ไป ดังนั้นเธอจึงไม่เข้าใจ
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรกับเธอมากนัก แค่พูดว่า “สรุปง่าย ๆ ถ้าคุณไปบอกเฉินหยวนเฉา เขาจะรู้ว่าต้องทำอะไรเอง”
แม้ว่าเมิ่งเสี่ยวเป่ยจะยังคงสับสน แต่เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้บอกอะไร เธอจึงไม่ได้ถามต่อ และพูดว่า “เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ปล่อยเรื่องว่านจิงหลงไปเถอะค่ะ เรามาพูดถึงผู้ที่มีคุณสมบัติทั้งสามกันดีกว่า สำหรับผู้อำนวยการโรงน้ำแร่บรรจุขวด คุณคิดยังไงกับสามคนนี้บ้างคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “อย่างที่ผมบอกไป คุณและคุณโหยวโหย่วหยูรู้จักพวกเขาดีกว่าผมมาก ”
หลังจากพูดจบ เขาก็หยุดชั่วครู่ และพูดต่อ “แต่ผมสนใจเฉียนสือไห่คนนั้นนิดหน่อย ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกใครไปเป็นผู้อำนวยการโรงงานก็ตาม แต่ช่วยหาเวลาให้เขามาพบผมหน่อย ผมอยากพบเขา”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ฉันสามารถแจ้งเฉียนซือไห่ให้ได้ตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือคุณว่างเมื่อไหร่เหรอคะ”
เขายกข้อมือขึ้นแล้วดูนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว จึงพูดว่า “ลืมไปเถอะ เดี่ยวผมต้องกลับบ้านไปหาภรรยาและลูก ๆ ก่อน พรุ่งนี้เช้าละกันครับ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยได้ยินเวลาที่แน่นอนจึงพูดว่า “ได้ค่ะ งั้นฉันจะบอกให้เฉียนซือไห่มาที่ออฟฟิศของคุณตอนเก้าโมงครึ่งของเช้าวันพรุ่งนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
เมิ่งเสี่ยวเป่ยส่ายหัว ก่อนจะกล่าวลาและจากไป
หลังจากที่เธอจากไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็อยู่ได้ไม่นาน เขาก็ลุกขึ้นและเดินออกจากสำนักงานไปทันที
เมื่อจางเสี่ยวซุนเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ออกมา เขาก็วางนิยายในมือลงทันทีแล้วตามเขาไป ขณะที่เขาเดินตาม เขาถามก็ว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณจะกลับไปที่เจียงวานเลยไหมครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ใช่ กลับไปที่เจียงวานเลย แล้วช่วงบ่ายไม่ต้องมารับฉันนะ คุณกลับไปได้เลย ฉันจะอยู่ที่บ้านในตอนบ่าย พรุ่งนี้เช้าค่อยมารับ ! ”
“ได้ครับ ! ” จางเสี่ยวซุนตอบตกลงและไม่ได้ถามอะไรอีก
ยังไงก็ตาม เขาเพียงทำหน้าที่เป็นคนขับรถและทำตามที่เจียงเสี่ยวไป๋สั่งก็เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องถามอะไรให้มากความ
หลังจากผ่านไปกว่ายี่สิบนาที พวกเขาก็มาถึงเจียงวาน
“พี่เจียตงและคนอื่น ๆ กลับไปหมดแล้วเหรอ ? ” หลินเจียอินถามหลังจากที่เห็นเจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้าประตูมา
“พวกเขากลับไปหมดแล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและตอบก่อนที่จะเข้าไปอุ้มเจ้าตัวน้อยมาจากอ้อมแขนของหลินเจียอิน “มาเลย มาเลย เจ้าตัวเล็ก ให้พ่ออุ้มซะดี ๆ ! ”
หลินเจียอินยื่นให้เขาด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “ลงทุนกลับมาจากที่ทำงาน เพื่อมาอุ้มลูกเนี่ยนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แล้วพูดว่า “งานไม่สำคัญเท่ากับลูกสาวของผม ผมอยากจะใช้เวลากับเธอให้มากที่สุด”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ถามว่า “นี่ไม่ใช่อันอันใช่ไหม ? ”
เด็กทั้งสองคนดูเกือบจะเหมือนกันทุกประการและมีขนาดตัวที่พอ ๆ กัน ทุกวันเขามักจะสับสนและแยกพวกเขาไม่ออก
หลินเจียอินพูดด้วยความโกรธ “นี่คือห่าวห่าว ! ”
“ห่าวห่าว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมา ยื่นนิ้วออกมาหยอกล้อกับเจียงห่าวแล้วพูดว่า “ห่าวห่าว คนนี้คือห่าวห่าว สาวน้อยของพ่อ”
เจียงชานที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินแบบนั้นก็พูดว่า “ป่าป๊ะคะ ทำไมป่าป๊ะความจำสั้นแบบนี้ ทุกครั้งที่กลับมา ป่าป๊ะก็จะขอหม่าม๊ะอุ้มแต่น้องห่าวห่าวตลอด ทำไมถึงไม่เคยจำเลยคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อคิดตามที่ลูกสาวพูด มันก็เป็นเรื่องจริง
“ใช่ แล้วทำไมทุกครั้งที่พ่อกลับมา แม่ต้องอุ้มห่าวห่าวตลอดล่ะ ? ”
เจียงชานส่ายหัวแล้วพูดว่า “เพราะว่าน้องอันอัน ย่ามักจะอุ้มเสมอ ! ”
“ป่าป๊ะไม่ได้สังเกตเลยเหรอคะ ! ”
“ทำไมถึงไม่สนใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้เลย ! ”
จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตระหนักได้
เฮ้อ…แม่ของเขาชอบหลานชายมากกว่าจริง ๆ !
อุ้มแต่เจียงอันทุกครั้ง !
แต่มันไม่สำคัญ เพราะฉันก็อยากจะอุ้มแค่ลูกสาวเหมือนกัน
แต่ ไม่ว่าคนไหนก็คือลูกของเขา
หลังจากหยอกล้อลูกสาวตัวน้อยได้สักพัก เจียงเสี่ยวไป๋ก็ส่งเจียงห่าวให้กับหลินเจียอินแล้วพูดว่า “เมียจ๋า อุ้มเธอไปก่อนนะ ผมจะไปทำกับข้าวก่อน”
ตอนนี้หวังซิ่วจวี๋ก็ต้องดูแลลูก ๆ ของเขาด้วย และเจียงไห่หยางก็ทำอาหารไม่ค่อยเป็น ดังนั้นหน้าที่ในการทำอาหารจึงตกมาอยู่ที่เจียงเสี่ยวไป๋
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ชอบหน้าที่นี้อยู่ดี
หลินเจียอินพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็ไปทำเถอะ หลังกินข้าวเสร็จ คุณยังต้องไปทำงานต่ออีก ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “วันนี้ผมไม่ไปแล้ว ตอนบ่ายผมจะอยู่บ้าน ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “คุณทำงานอย่างกับตกปลาสามวันและตากอวนสองวัน คุณทำแบบนี้ได้ยังไง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้จริงจังกับมันและพูดว่า “ทุกอย่างผมได้จัดเตรียมไว้แล้ว ต่อให้ผมไป ก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี”
เมื่อหลินเจียอินได้ยินที่เขาพูด เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยเขาไป
ทว่าหลังจากที่เจียงไห่หยางได้ยิน เขาก็พูดว่า “ในเมื่องานของแกที่นั่นเสร็จแล้ว ก็มาช่วยฉันทำงานด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงถามด้วยความประหลาดใจ “พ่อ งานที่พ่อพูดถึง คืองานอะไร ? ”
เจียงไห่หยางพูดด้วยความโกรธ “แกพูดมานานแล้วว่าจะเปิดร้านสะดวกซื้อในศูนย์กิจกรรมหมู่บ้านให้ฉัน แกลืมมันไปแล้วเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คาดคิดว่าจู่ ๆ พ่อของเขาจะถามถึงการเปิดร้านสะดวกซื้อ ทั้งที่ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้ว แต่เรื่องต้องล่าช้าไปก็เพราะว่าภรรยาของเขาให้กำเนิดลูกทั้งสองคน
ตอนนี้ที่บ้านต้องดูแลเด็กโตสองคนและทารกอีกสองคน พ่อแม่จะมีเวลาไปดูแลร้านสะดวกซื้อได้ยังไง ?