ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1098 ความเห็นแก่ตัว
ตอนที่ 1098 ความเห็นแก่ตัว
“คุณหมายถึงเพ้อฝันงั้นเหรอ ! ”
“คุณคิดว่าที่ผมพูดไปคือการเพ้อฝันอย่างนั้นเหรอ ? ”
เมื่อเห็นจางอี้เต๋อหัวเราะเยาะ เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดอย่างไม่พอใจ
จางอี้เต๋อกล่าวว่า “อย่าเพ้อฝันกับอะไรที่ไร้จุดหมาย มันไร้สาระและน่าเบื่อที่จะพูดถึง”
แต่เขาไม่รู้ว่าในขณะนี้เจียงเสี่ยวไป๋มีความคิดนี้อยู่ในใจจริง ๆ
นับตั้งแต่การเกิดใหม่ของเขา เขาก็ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย เขาเชื่อว่าตราบใดที่เขาพัฒนาเศรษฐกิจของชิงโจวให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ในอนาคตชิงโจวอาจจะสามารถก้าวกระโดดจากเมืองระดับจังหวัดธรรมดาไปสู่มหานครภายใต้รัฐบาลกลางโดยตรงก็ได้
ในยุคสมัยต่อมา เมืองมหานครของจีนจะเพิ่มมาเป็นสี่เมืองจากสามเมือง
ดังนั้นทำไมเราจะแย่งสิทธิ์เป็นเมืองที่สี่มาไม่ได้ล่ะ ?
ทันใดนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกว่าเขามีเป้าหมายที่จะต้องต่อสู้เพื่อมันอีกครั้ง
เนื่องจากเขาเกิดที่ชิงโจว เขาก็ต้องทำเพื่อบ้านเกิดของเขา
หลังจากนี้ เขาจะต้องคิดหาวิธีในการพัฒนาเศรษฐกิจของชิงโจวขึ้นมาให้ได้
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงไปนานมาก จางอี้เต๋อก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋กลับมามีสติอีกครั้ง และพูดว่า “ผมไม่ได้คิดอะไรเลย ผมแค่ไม่ได้นวดเท้ามานานแล้ว มันเลยรู้สึกสบายไปหน่อยน่ะ”
จางอี้เต๋อขดริมฝีปากพลางคิดในใจว่า : คนอย่างคุณมันเจ้าเล่ห์
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คะยั้นคะยออีกต่อไป และพูดว่า “จริงสิ คุณวางแผนจะสนับสนุนฉันอย่างไร หลังจากที่ฉันเข้ารับตำแหน่ง ? ”
นี่เป็นเรื่องที่เขากังวลมากที่สุด เขามองที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยแววตาเป็นประกาย
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณได้ไปที่กระทรวงพาณิชย์ และรับผิดชอบงานเชิงพาณิชย์ของทั้งมณฑลแล้ว แล้วผมจะสนับสนุนคุณเรื่องอะไรได้บ้างล่ะ ? ”
“เรามาหาวิธีส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจของมณฑลจีนตอนกลางกันเถอะ”
จางอี้เต๋อไม่เพียงแค่ฟังเขาพูดเรื่องไร้สาระเท่านั้น เขายังกล่าวว่า “อย่าบอกนะว่าคุณมีแผนดี ๆ จะแนะนำฉัน คุณมีแผนอะไรเป็นพิเศษงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กลอกตาและพูดอย่างเสียใจว่า “รัฐมนตรีจาง คุณเพิ่งบอกข่าวนี้กับผม แล้วผมจะเอาแผนดี ๆ จากไหนมาให้คุณ ? ”
จางอี้เต๋อพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ ถ้าอย่างนั้นก็รีบคิดให้เร็วสิ ! ”
“ด้วยความช่วยเหลือของคุณ ฉันจะได้มีความมั่นใจที่จะเข้ารับตำแหน่งมากขึ้น”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดไม่ออกขึ้นมาทันที “โอเค โอเค ขอผมคิดดูก่อน”
ในช่วงเวลาสั้น ๆ เขาจะคิดแผนการดี ๆ ได้อย่างไรกัน ?
ซึ่งไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้น
เมื่อปีที่แล้ว เขาเคยเสนอให้สร้างตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดเล็กที่ใหญ่ที่สุดของจีนในเจียงเฉิง พัฒนาวงจรเศรษฐกิจสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดเล็กขึ้นในเจียงเฉิง
แต่ต่อมายังไม่ได้มีการดำเนินการอะไร
หากว่ามันถูกสร้างขึ้นมาจริง ๆ ก็จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในภาคกลางของจีนให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน
เขากำลังจะบอกความคิดนี้แก่จางอี้เต๋อ แต่เฉินเจียที่กำลังนวดเท้าอยู่ก็พูดขึ้นว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันนวดเท้าให้คุณเสร็จแล้ว คุณพักผ่อนสักพักนะคะ”
“อ้อ โอเค ! ”
“ขอบคุณมากนะ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบ
ด้วยการถูกขัดจังหวะแบบนี้ ความคิดอื่นก็เกิดขึ้นมาในใจของเขาอีกครั้ง
เขาไม่สามารถนำโครงการดี ๆ ทั้งหมดไปไว้ที่เจียงเฉิงได้
เพราะหากเศรษฐกิจของเจียงเฉิงแข็งแกร่งเกินไป จะเป็นอย่างไรหากว่าเจียงเฉิงกับชิงโจวต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งตำแหน่งการถูกแต่งตั้งให้เป็นมหานครที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลาง ?
เพื่อให้ชิงโจวกลายเป็นมหานครภายใต้รัฐบาลกลางโดยตรง โครงการดี ๆ แบบนี้จะต้องเอาให้กับชิงโจวอยู่แล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋ตัดสินใจในทันที
จางอี้เต๋อเองก็เพิ่งจะนวดเท้าเสร็จ จึงพูดว่า “ฉันบอกให้คุณคิดเรื่องนี้มานานแล้ว คุณมีความคิดอะไรบ้างไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัวทันที “ไม่ ผมยังคิดเรื่องนี้ไม่ออกเลย”
จางอี้เต๋ออดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยและพูดว่า “มาเถอะ งานประชุมตัวแทนจำหน่ายและการลงทุนประจำปีที่จัดขึ้นโดยเจียงเจียกรุ๊ปในเจียงเฉิงเมื่อปีที่แล้วนั้นดีมาก แล้วปีนี้คุณคิดจะจัดต่อไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เราควรจัดการประชุมตัวแทนจำหน่ายประจำปีต่อไปในปีนี้ ! ”
“ผมว่าจะถามหลังจากที่ผมกลับไปหาเฉินอันผิง”
จางอี้เต๋อกล่าวว่า “คุณยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องสำคัญขนาดนี้ได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หลังจากวันปีใหม่ผ่านไป ก็ค่อยมาคิดและตัดสินใจ ไม่ต้องเร่งรีบ”
แต่เขาไม่รู้ว่าหลินเจียอินได้เรียกเมิ่งเสี่ยวเป่ย, เฉินอันผิง และเปากันฉวน มาพูดคุยกันเกี่ยวกับการประชุมตัวแทนจำหน่ายประจำปีที่จะจัดขึ้นในตอนเช้าแล้ว
จางอี้เต๋อกล่าวว่า “เอาล่ะ คุณก็รีบดำเนินการทันทีที่คุณกลับไป อย่างช้าที่สุดก็มารายงานฉันในวันพรุ่งนี้”
“ไม่มีปัญหาครับ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบตกลงอย่างเต็มใจ
หลังจากแยกกับจางอี้เต๋อแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็กลับมาที่สำนักงานใหญ่ของเจียงเจียกรุ๊ป
ทันทีที่เขาเข้าประตูไป หลี่ชิงอีก็พูดว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณกลับมาแล้ว ประธานบอกว่าถ้าคุณกลับมาให้ไปพบเธอทันที”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ได้ออกไปทันทีและพูดว่า “เลขาหลี่ คุณไปถามคุณเฉินให้ทีว่าการประชุมตัวแทนจำหน่ายประจำปีในปีนี้ได้ตัดสินใจกันหรือยัง ? ”
หลี่ชิงอีกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียง เกี่ยวกับการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายในปีนี้ ประธานได้เรียกรองประธานเมิ่ง รองประธานอัน และผู้อำนวยการเปามาหารือกันในตอนเช้าแล้วค่ะ…”
“เดี๋ยวก่อน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ขัดจังหวะหลี่ชิงอีทันที และถามด้วยความประหลาดใจ “รองประธานอันคือใคร ? ”
หลี่ชิงอีรีบอธิบายทันที จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงรู้ว่ารองประธานอันคือเฉินอันผิง
ยิ่งไปกว่านั้น ชื่อนี้ก็มาจากปากของหลินเจียอินเอง
เขาจึงอดยิ้มไม่ได้ บางทีภรรยาของเขาก็น่าสนใจดี
อืม อย่างน้อยรองประธานอันก็เป็นชื่อที่ดี
“อ้อ พูดต่อได้เลย ! ”
หลี่ชิงอียังคงรายงานเรื่องที่หลินเจียอินได้เรียกประชุมในเช้านี้ให้เขาฟังต่อ แล้วพูดว่า “ฉันเดาว่าที่ประธานกำลังเรียกคุณไปพบก็เพราะจะคุยเรื่องนี้ค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คาดคิดว่าหลินเจียอินจะจริงจัง และเริ่มเข้ามาควบคุมดูแลกิจการของบริษัทแบบนี้
เฮ้อ ภรรยาของเขามีนิสัยแบบนี้ เธอเป็นคนที่ไม่สามารถอยู่นิ่งได้
เขายิ้มแล้วพูดว่า “ประธานอาจจะเรียกฉันไปหาเพราะเรื่องอื่นก็ได้นะ ? ”
“บางทีเธออาจคิดถึงฉันก็ได้นะ ! ”
พูดจบ เขาก็วางกระเป๋าถือลง แล้วเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานของประธาน
หลี่ชิงอีมองตามแผ่นหลังของเขาออกไป และรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที
อืม…ผู้ช่วยเจียงคนนี้เก่งทุกอย่าง แต่เขาน่ารำคาญเกินไปและชอบหลงตัวเอง
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้จะใส่ใจในคำพูดของตัวเองมากนัก และรีบเข้าไปในห้องทำงานของภรรยารัก
“ผู้ช่วยเจียง คุณมาแล้ว ! ”
โจวเสี่ยวโจลุกขึ้นยืนและทักทายทันที
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าเบา ๆ และชี้ไปที่ห้องทำงานด้านใน
โจวเสี่ยวโจกล่าวว่า “ประธานอยู่ข้างในค่ะ คุณสามารถเข้าไปได้เลย”
เจียงเสี่ยวไป๋เปิดประตูทันที แล้วเดินเข้าไปข้างใน
หลินเจียอินกำลังมุ่งความสนใจไปที่เอกสารบนโต๊ะของเธอ
“คุณกลับมาแล้วเหรอ ? ”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามา หลินเจียอินก็วางเอกสารในมือลงแล้วยืนขึ้นเพื่อทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
“พอดีผมออกไปพบจางอี้เต๋อมา”
เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายจบก็ขมวดคิ้ว “คุณทำไมไม่มานั่งอ่านเอกสารที่โต๊ะหลุมไฟ นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานมันหนาวนะ ! ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “มีไฟอยู่ในห้องตลอดทั้งวัน แค่นี้มันก็อบอุ่นมากพอแล้ว”
“แล้วนายกเทศมนตรีจางเรียกคุณไปพบทำไม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋บอกเรื่องที่จางอี้เต๋อได้เลื่อนตำแหน่ง รวมถึงการเลื่อนตำแหน่งพ่อตาของเขาให้เธอฟังด้วย
หลังจากได้ยินแบบนั้น หลินเจียอินก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะโทรหาพ่อ”
จากนั้น เธอก็เดินไปที่โทรศัพท์
เจียงเสี่ยวไป๋หยุดเธอแล้วพูดว่า “อย่าโทรหาตอนนี้เลย ถึงบ้านแล้วค่อยโทรหาพ่อตอนกลางคืนก็ได้ ! ”
หลินเจียอินคิดอยู่พักหนึ่ง แล้ววางโทรศัพท์ลง “คุณพูดถูก กลับบ้านไปค่อยโทรหาตอนกลางคืนดีกว่า”
พบจบ ทั้งสองก็เดินไปนั่งที่โต๊ะหลุมไฟ
เจียงเสี่ยวไป๋ถามด้วยรอยยิ้มขี้เล่น “แล้วประธานมีคำสั่งอะไร ถึงเรียกผมมาเหรอครับ ? ”
หลินเจียอินกลอกตามองมาที่เขา “นี่มันในสำนักงาน คุณช่วยจริงจังหน่อยสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก็ไม่ได้มีคนนอกอยู่ที่นี่สักหน่อย”
เขามองไปที่ประตูแล้วพูดว่า “ทำไม หรือคุณอยากให้ผมไปล็อคประตูก่อนไหม ? ”
หลินเจียอินตกใจเมื่อรู้ว่าผู้ชายคนนี้สามารถทำอะไรก็ได้ จึงรีบพูดออกมาว่า “หยุดสร้างปัญหาได้แล้ว ฉันมีเรื่องที่จริงจังจะคุยกับคุณ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางลำบากใจของเธอ
อืม แกล้งเมียจ๋าเท่านี้ก็พอ
เขาหยุดหยอกล้อเธอและพูดอย่างจริงจังว่า “เมียจ๋า บอกผมทีว่าเกิดอะไรขึ้น ? ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ฉันได้เรียกเมิ่งเสี่ยวเป่ย, เฉินอันผิง และเปากันฉวนมาประชุมเล็ก ๆ เมื่อเช้านี้ …”
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ฟัง เขาก็กล่าวว่า “เท่าที่คุณพูดมา ทุกอย่างก็ดูจะลงตัวแล้ว งั้นก็ทำตามนี้เลย”
หลินเจียอินกล่าวว่า “เราได้ตกลงกันว่าจะจัดเฉพาะการประชุมตัวแทนจำหน่ายประจำปีเท่านั้น แล้วคุณคิดว่าอย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่มีข้อโต้แย้ง”
หลังจากหยุดไปชั่วครู่ เขาก็พูดอีกครั้งว่า “แต่ตอนนี้จางอี้เต๋อให้ความสำคัญกับการประชุมประจำปีของตัวแทนจำหน่ายมาก ก่อนที่จะวางแผน เราควรไปปรึกษาเขาดูก่อน”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ให้เย่กวงโต้วไปคุยกับเขา”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เอาล่ะ เขาเหมาะสมแล้ว”
หลินเจียอินกล่าวว่า “แล้วฉันจะขอให้เสี่ยวโจวไปคุยกับเย่กวงโต้ว”