ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1103-1104
ตอนที่ 1103 ไม่เข้าใจ
ไม่กี่วันต่อจากนั้น เฉินอันผิงได้ดำเนินการร่วมมือกับบริษัทพาณิชย์เทียนจั้ว และยืนยันรายชื่อศิลปินที่จะมาร่วมแสดงคอนเสิร์ต
ทั้งเฟยหยูชิง เจ้าของบทเพลง ‘Dream Of Camel Ring’
เฟยเซียง เจ้าของบทเพลง ‘Read You’ , ‘Clouds in Hometown’
หลัวต้ายู เจ้าของบทเพลง ‘My Hand Through Your Black Hair’
ซูรุ่ย เจ้าของบทเพลง ‘Jiu Gan Tang Mai Wu’ , ‘Yi Yang De Yue Guang’
จูเซียวหลิน เจ้าของบทเพลง ‘Mother’s Kiss’
เฉินไป่เฉียง เจ้าของบทเพลง ‘I Just Like You’
แดนนี่ ชาน เจ้าของบทเพลง ‘Cherish Tonight’
หลัวเหวิน เจ้าของบทเพลง ‘Iron-Blooded Heart’
เหมย์ เยี่ยนฟาง เจ้าของบทเพลง ‘Jiao Chu Wo De Xin’
หยาน เหว่ยเหวิน เจ้าของบทเพลง ‘Little White Poplar’
จูหมิงอิง เจ้าของบทเพลง ‘Ocean, My Hometown’
ศิลปินของเพลงฮิตทั้งหมดตั้งแต่ปี 1983 และ 1984 ถูกรับเชิญให้มาร่วมงานนี้
แน่นอนว่างบประมาณนั้นต้องไม่ใช่น้อย ๆ
บริษัทพาณิชย์เทียนจั้วจึงเรียกเก็บเงินจากเจียงเจียกรุ๊ปหนึ่งล้านหยวน
เดิมทีในยุคนี้ คุณสามารถจัดคอนเสิร์ตได้ในราคาสองหมื่นถึงสามแสนหยวนก็ได้แล้ว
แต่เมื่อมีเจียงเสี่ยวไป๋อยู่เบื้องหลัง ในที่สุดบริษัทพาณิชย์เทียนจั้วก็ประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้ เย่กวงโต้วยังเชิญนักแสดงของ ‘ไซอิ๋ว’ มาร่วมด้วย หลังจากจ่ายเงินสนับสนุนไปสองแสนหยวน ผู้กำกับหยางก็รับประกันว่า ‘ไซอิ๋ว’ ทั้งหมด 25 ตอน จะออกอากาศในปีนี้แน่นอน
เร็วกว่าชาติก่อนถึง 2 ปีครึ่ง ที่ไม่ต้องรอให้ออกอากาศทั้งหมดในปี 1988 แล้ว
ในเรื่องนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางตระหนี่กับเงินสองแสนหยวนอย่างแน่นอน
ที่เขาเข้ามาสนับสนุนเรื่อง ‘ไซอิ๋ว’ ก็เพราะเขาหวังว่า ‘ไซอิ๋ว’ จะได้ออกอากาศโดยเร็วที่สุด เพื่อที่เขาจะได้เอาโฆษณาไปลงด้วย
นอกจากนี้เขายังขอให้เย่กวงโต้วแนะนำผู้กำกับหยางว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการออกอากาศคือช่วงปิดเทอมฤดูร้อนนี้
ท้ายที่สุดแล้วภาพยนตร์เรื่อง ‘ไซอิ๋ว’ ก็เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าเด็ก ๆ
เฉินอันผิงและเย่กวงโต้วกังวลเกี่ยวกับการจัดการประชุมในปีนี้ ที่จะจัดออกมาในรูปแบบของคอนเสิร์ต เนื่องจากเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้เข้ามาให้คำปรึกษาอะไรอีก
ในวันนี้ เขาไปที่สำนักงานของถังจิงเทียนที่ศาลากลาง
ซึ่งตอนนี้ถังจิงเทียนก็ได้เข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว
“นายกเทศมนตรีถัง ยินดีด้วย ! ”
ถังจิงเทียนยิ้มและโบกมือ “ถ้าคนอื่นพูดแสดงความยินดี ฉันจะถือว่ามันเป็นเพียงมารยาทเท่านั้น แต่เมื่อคุณแสดงความยินดี บอกได้คำเดียวว่าฉันมีความสุขมาก ขอบคุณมาก”
ถังจิงเทียนทักทายเจียงเสี่ยวไป๋อย่างอบอุ่นและนั่งลงบนโต๊ะหลุมไฟพร้อมรอยยิ้ม “ในฤดูหนาวแบบนี้ โต๊ะที่คุณทำยังคงมีประโยชน์อยู่มาก”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม ทุกวันนี้โต๊ะหลุมไฟได้รับความนิยมในทุกพื้นที่ของเมืองชิงโจว ทุกคนใช้มัน และไม่มีอะไรจะตำหนิ จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “ขอบคุณเทศบาลชิงโจวที่ช่วยอุดหนุนถ่านหินของผม”
แม้ว่าโต๊ะหลุมไฟจะซื้อครั้งเดียวแล้วจบ แต่ถ่านหินไม่ได้เป็นแบบนั้น
เจียงเสี่ยวไป๋มีเหมืองถ่านหินในถู่เฉิง ซึ่งถ่านหินที่ผลิตจะถูกส่งไปยังโรงงานที่อยู่ภายใต้เจียงเจียกรุ๊ปทั้งหมด ไม่ว่าจะเอาไปใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับหม้อไอน้ำหรือใช้ในโรงอาหาร ดังนั้นความต้องการถ่านหินจึงมีไม่น้อย
ในทางกลับกัน เมืองชิงโจวมีโต๊ะหลุมไฟหลายพันโต๊ะ ซึ่งใช้ถ่านหินจำนวนมาก
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ การซื้อถ่านหินจากคุณไม่เพียงแต่ถูกเท่านั้น แต่ยังสามารถรับเป็นเครดิตได้อีกด้วย ฉันควรจะขอบคุณคุณมากกว่า”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “อย่าสุภาพไปเลยครับนายกเทศมนตรีถัง”
เขาไม่สนใจราคาของถ่านหินจริง ๆ
ถังจิงเทียนพูดว่า “บอกฉันหน่อยว่าคุณมาหาฉันเรื่องอะไรในวันนี้”
เขาไม่เชื่อว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะมาเพื่อแสดงความยินดีที่เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเท่านั้น
เพราะเรื่องนี้มีการแจ้งไปนานแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม “วันนี้ที่ผมมาพบคุณ เพราะผมมีเรื่องจะขอคำแนะนำจากคุณจริง ๆ ”
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดว่า “ถ้าคุณมีเรื่องอะไร ก็แค่บอกฉันมาตามตรงได้เลย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เรื่องนี้ผมเคยปรึกษากับนายกเทศมนตรีจางมาก่อน ถึงการสร้างถนนจากชิงโจวไปถู่เฉิง แต่นายกเทศมนตรีจางถูกย้ายไปก่อนที่เขาจะจัดการเรื่องนี้เสร็จ ดังนั้น…”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ฉันได้อ่านรายงานของคุณแล้ว ซึ่งฉันเองก็อยากจะถามคุณเหมือนกัน”
ในรายงานของเจียงเสี่ยวไป๋ คือเขาต้องการจะสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จากชิงโจวไปยังถู่เฉิง
จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องลงทุนเงินจำนวนมากเพื่อสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชื่อมไปยังถู่เฉิง ซึ่งเป็นเทศมณฑลขนาดเล็กและล้าหลังทางเศรษฐกิจแบบนี้ ?
นอกจากนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ยังเคยเสนอให้สร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จากชิงโจวไปยังเจี้ยนหยาง ก่อนที่จะมีการดำเนินการในเรื่องนั้น เขาก็มาเสนอให้สร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จากชิงโจวไปยังถู่เฉิงอีก ถังจิงเทียนจึงรู้สึกว่าเจียงเสี่ยวไป๋เสพติดการสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์
ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงพากเพียรพยายามกับการสร้างทางหลวงขนาดนี้ ?
แต่นี่ไม่ใช่จุดสำคัญของคำถามที่ถังจิงเทียนจะถามในวันนี้ เขาอยากรู้เกี่ยวกับข้อเสนอการสร้างหลุมท่อส่งก๊าซตามถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ของเจียงเสี่ยวไป๋มากกว่า
นี่ก็เหมือนกับท่อระบายน้ำในเมือง
แต่เขาสับสนและไม่รู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังคิดอะไรอยู่
หลังจากถามข้อสงสัยของเขา ถังจิงเทียนก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋เพื่อรอคำตอบ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “นายกเทศมนตรีถัง หลุมท่อส่งก๊าซที่คุณพูดถึงนั้นไม่จำเป็นแล้ว ผมแค่เตรียมการไว้ก่อนก็เท่านั้น”
ถังจิงเทียนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่คาดคิดว่าจะได้คำตอบดังกล่าวจากเจียงเสี่ยวไป๋
“แล้วอะไรที่คุณต้องเตรียมตัวไว้สำหรับอนาคต ? ”
ถังจิงเทียนยิ่งอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น และอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “นี่… มันยังไม่สะดวกที่ผมจะพูดออกมาตอนนี้ แต่มันจะมีประโยชน์มากแน่นอน”
“เอาล่ะ ตอนนี้เรากำลังสร้างถนนอยู่พอดี คงเป็นการดีกว่าที่จะสร้างหลุมท่อไปพร้อมกันในคราวเดียว ทั้งงานดิน, งานการก่อสร้าง หรือเรื่องอื่น ๆ ก็ง่ายต่อการจัดการเช่นกัน เพื่อไม่ให้เสียเวลาต้องมารื้อทำอีกในอนาคต”
ถังจิงเทียนขมวดคิ้วและครุ่นคิดอยู่ในใจว่าถู่เฉิงมีทรัพยากรอะไรบ้าง ?
แต่เมื่อคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว มันไม่จำเป็นด้วยซ้ำ แม้ว่าจะมีทรัพยากร แต่สุดท้ายก็จะถูกขุดและขนออกมา การสร้างท่อจะมีประโยชน์อะไร ?
เขาคิดไม่ออกจริง ๆ จึงพูดว่า “ถู่เฉิงเป็นเพียงเขตเล็ก ๆ แม้ว่าคุณต้องการสร้างถนน ก็แค่สร้างถนนคอนกรีตพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์หรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “อย่างไรเราก็กำลังจะสร้างถนน ดังนั้นเราควรจะทำให้เสร็จในขั้นตอนเดียวไปเลย”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “แต่การสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ใช้งบประมาณเยอะเกินไป”
ตอนนี้ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงหวงเพิ่งกำลังก่อสร้าง ซึ่งในระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ได้ใช้เงินไปหลายร้อยล้านหยวนแล้ว
แม้ว่าเงินจะถูกลงทุนโดยบริษัทการลงทุนเจียงเฉิง แต่มันก็คือเงิน
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและกล่าวว่า “นายกเทศมนตรีถัง แต่การสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงถู่จะทำให้โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานเหล็ก โรงงานไม้ และเหมืองหินในชิงโจวมีกำไรมากขึ้นนะครับ”
ถังจิงเทียนไม่สามารถหาเหตุผลที่จะมาหักล้างเรื่องนี้ได้ระยะหนึ่ง
หลังจากเงียบไปนาน เขาก็กล่าวว่า “เนื่องจากคุณต้องการทำ งั้นฉันก็จะสนับสนุนมันเป็นการส่วนตัว และจะช่วยประสานงานเพื่อยื่นเรื่องนี้ให้กับทางการอนุมัติ”
หลังจากหยุดชั่วครู่ บทสนทนาก็เปลี่ยนไป “แต่เมืองชิงโจวจะต้องไม่จ่ายเงินสักหยวนเดียว”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “นายกเทศมนตรีถัง ผมจะรับผิดชอบเรื่องเงินเอง”
ถังจิงเทียนกลอกตามองมาที่เขา เฮ้อ…ถ้ามีเงินก็จะทำอะไรก็ได้
หากรัฐบาลเมืองชิงโจวร่ำรวยพอ ๆ กับเจียงเจียกรุ๊ปแล้วล่ะก็ ชิงโจวคงจะสามารถสร้างอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชิงโจวมีเจียงเจียกรุ๊ปแล้ว และรายได้ภาษีในปีนี้ก็ได้มาหลายร้อยล้าน นอกจากเจียงเฉิงแล้ว ชิงโจวยังกระโดดจากจุดต่ำสุด ไปสู่เมืองที่มีเศรษฐกิจเฟื่องฟูเป็นอันดับสองอีกด้วย
ประชากรเมืองชิงโจวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก
ถังจิงเทียนยังคงพอใจกับสิ่งนี้มาก
หลังจากเรื่องโครงการถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงถู่ผ่านไป เขาก็ได้พูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋เกี่ยวกับเรื่องในเจียงเจียกรุ๊ปต่อ
ตอนที่ 1104 มาเยี่ยมถังจิงเทียน
ยอดขายรวมของเจียงเจียกรุ๊ปในปี 1984 ทะลุ 19.9 พันล้าน ซึ่งก็เข้าใกล้สองหมื่นล้านเต็มทีแล้ว
เมื่อพิจารณาจากความเป็นไปได้ของการพัฒนา คาดว่าพวกเขาจะสามารถทำยอดขายได้เกือบสามหมื่นล้านในปี 1985
ถังจิงเทียนเข้ามาเป็นนายกเทศมนตรีเมื่อต้นปีใหม่ แน่นอนว่าเขาต้องให้ความสนใจแผนงานของเจียงเจียกรุ๊ป เขาจึงถามว่า “ฉันได้ยินมาจากเฉิงเสี่ยวเหว่ยว่าการประชุมตัวแทนจำหน่ายประจำปีของคุณที่จะจัดขึ้นที่เจียงเฉิงในปีนี้จะทำให้มันได้รับความนิยมมากขึ้น”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “รายได้ของเจียงเจียกรุ๊ปในปีที่ผ่านมาก็มาจากการได้รับการสนับสนุนอันแข็งแกร่งจากตัวแทนจำหน่ายทั้งหมดของเรา ดังนั้นเราจึงจะใช้โอกาสในการประชุมประจำปี จัดงานคอนเสิร์ตที่รวมเหล่าศิลปินคนดังมาทำการแสดงเพื่อเป็นการขอบคุณตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ”
ถังจิงเทียนพยักหน้า “นี่ถือว่าเป็นความคิดที่ดี แต่ทำไมคุณไม่จัดงานประชุมมหกรรมการลงทุนต่อล่ะ ? ”
ในปีที่แล้ว ถังจิงเทียนได้เข้าร่วมงานประชุมตัวแทนจำหน่ายและงานมหกรรมการลงทุนของเจียงเจียกรุ๊ปที่จัดขึ้นในเจียงเฉิง ซึ่งเขายังคงจำฉากที่ร้อนแรงได้ แน่นอนว่าเขาหวังว่าปีนี้เจียงเจียกรุ๊ปก็จะยังคงจัดงานมหกรรมการลงทุนและสานต่อความรุ่งโรจน์ต่อไป
ท้ายที่สุด หากว่าในปีนี้มีการจัดงาน มันก็จะเป็นผลงานความสำเร็จทางการเมืองของเขาเช่นกัน
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าผมจะไม่จัดเลย แต่ผมแค่จะเปลี่ยนเวลาจัดและเปลี่ยนวิธีการ”
เมื่อถังจิงเทียนได้ยินแบบนี้ เขาก็เริ่มสนใจขึ้นมาทันที
เขายื่นบุหรี่ให้กับเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “งั้นบอกฉันมาหน่อยสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบบุหรี่และไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งออกมาจุดให้ถังจิงเทียนก่อน จากนั้นจึงจุดให้ตัวเอง จากนั้นจึงพูดออกมาอย่างสบาย ๆ “ท่านผู้นำ การประชุมประจำปีจัดขึ้นในรูปแบบของคอนเสิร์ต ซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่จะสร้างผลกระทบได้ระยะเวลาหนึ่ง”
ถังจิงเทียนกล่าวด้วยความกังวล “ฉันรู้แล้ว มาเข้าประเด็นกันดีกว่า”
เจียงเสี่ยวไป๋พ่นควันบุหรี่ออกมาคละคลุ้ง แล้วพูดว่า “อิทธิพลต้องคงอยู่ เพื่อเพิ่มความทรงจำ”
“ในเดือนมีนาคมและเมษายน จะมีงานที่น่าตื่นเต้นอีกงานหนึ่งที่จะจัดขึ้นในเจียงเฉิง”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “คุณตั้งใจจะจัดงานคนละเวลา เมื่อคลื่นระลอกแรกเริ่มเป็นที่พูดถึงน้อยลง ก็จะสร้างคลื่นระลอกใหม่ออกมาใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “อาจจะหมายความแบบนั้นครับ”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ถ้าคุณแบ่งกิจกรรมที่สามารถทำได้ในคราวเดียวกันออกเป็นสองส่วนแบบนี้ มันจะไม่เป็นการสิ้นเปลืองกำลังคนและทรัพยากรทางการเงินมากกว่าเดิมเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับ ต้นทุนด้านมนุษย์และการเงินนั้นไม่ต้องพูดถึงเลยครับ”
ถังจิงเทียนยิ้ม ใช่ เจียงเจียกรุ๊ปรวบรวมเงินได้หลายพันล้านได้ในคราวเดียว แล้วแบบนี้พวกเขาจะไปสนใจทรัพยากรบุคคลและเงินทุนเพียงเล็กน้อยได้อย่างไร ?
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แต่แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เหตุผลหลัก”
ถังจิงเทียนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และถามด้วยความประหลาดใจ “ยังมีเหตุผลอื่นอีกเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและกล่าวว่า “ที่จริงแล้วเหตุผลหลักก็คือเจียงเจียกรุ๊ปยังไม่พร้อม เพราะต้องใช้เวลาพอสมควรในการดำเนินการ และการจัดในเดือนมีนาคมถึงเมษายนจะเหมาะสมกว่า”
แม้เขาจะพูดแบบนี้ออกมา แต่ถังจิงเทียนก็ไม่เชื่อ
การประชุมมหกรรมส่งเสริมการลงทุนแห่งชาติของเจียงเจียกรุ๊ปเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่ปีนี้จะไม่พร้อม ?
เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความสงสัยและพูดว่า “คุณพูดแบบนี้ออกมาได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ครับ…เนื่องจากผมยังไม่สามารถรายงานรายละเอียดให้คุณทราบได้ในขณะนี้ แต่สิ่งที่ผมสามารถบอกคุณได้ก็คือ งานมหกรรมการลงทุนที่จะจัดขึ้นนี้จะมาในรูปแบบที่ใหม่เอี่ยมแน่นอน”
เขายิ้มและพูดออกมาว่า “ก็จริง เราจะทำแบบเดิมซ้ำ ๆ คงไม่ดี ต้องทำอะไรแปลกใหม่ถึงจะน่าสนใจ”
ถังจิงเทียนพูดอย่างไม่พอใจว่า “คุณยังเก็บเป็นความลับกับฉันอยู่เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มันไม่ใช่ความลับ แค่ยังไม่ถึงเวลาครับ และมันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดในตอนนี้ ดังนั้นไม่ต้องกังวล ถึงตอนนั้นผมจะทำให้คุณพอใจอย่างแน่นอน”
“ช่างเถอะ ! ” ถังจิงเทียนตบต้นขาของเขา “ถ้าคุณไม่สะดวกที่จะพูด ฉันก็จะไม่ถาม ฉันจะรอตอนที่คุณสะดวกก็แล้วกัน ! ”
หลังจากทำงานกับเจียงเสี่ยวไป๋มานาน เขาก็รู้จักนิสัยของเจียงเสี่ยวไป๋ดีว่าหากเขาไม่อยากพูดก็ไม่มีใครบังคับเขาได้
“ขอบคุณนายกเทศมนตรีถังที่เข้าใจผม”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ในฐานะที่คุณได้เลื่อนตำแหน่ง ผมได้เตรียมเหล้าข้าวโพดเจี้ยนหยางจากปี 1980 มาให้คุณสองกล่อง เดี๋ยวผมจะยกไปใส่ในรถของคุณก็แล้วกัน”
ถังจิงเทียนมีความสุขมาก เพราะตอนแรกเขากำลังจะมาขอจากเจียงเสี่ยวไป๋พอดี
ไม่คิดเลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะเตรียมมาให้เขาล่วงหน้าแล้ว
“ฮ่าฮ่า…”
ถังจิงเทียนพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่เกรงใจคุณแล้วนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “มันไม่ดูแปลกไปหน่อยเหรอครับหากคุณจะเกรงใจผม ? ”
ถังจิงเทียนคลี่ยิ้มและกล่าวอีกว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะไม่เกรงใจคุณแล้วจริง ๆ นะ ช่วยเตรียมที่นั่งดี ๆ ในงานคอนเสิร์ตที่เจียงเฉิงให้ฉันด้วยแล้วกัน”
“อืม เดี๋ยวฉันจ่ายเงินเอง”
“ประเด็นสำคัญคือขอที่นั่งหน้า ๆ หน่อย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “มันเป็นเรื่องเล็กน้อยครับ เมื่อตั๋วออกมา ผมจะส่งตั๋วมาให้คุณยี่สิบใบก่อน”
ถังจิงเทียนดีใจมากและพูดอย่างรวดเร็วว่า “คุณไม่จำเป็นต้องให้มาเยอะขนาดนั้นก็ได้ สิบใบก็เพียงพอแล้ว”
“ยี่สิบใบมันมากเกินไป คิดเป็นเงินก็ได้หลายหยวนเลยนะ”
“แม้ว่าเงินเดือนของฉันในฐานะนายกเทศมนตรีจะไม่ใช่น้อย ๆ แต่ฉันก็ไม่สามารถใช้จ่ายแบบนี้ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ตั๋วนี้ไม่ได้มีขายครับ คอนเสิร์ตนี้มีไว้เพื่อขอบคุณลูกค้า ไม่มีการขายบัตร ทุกอย่างฟรีหมด”
“นอกจากนี้ เทศบาลเมืองชิงโจวยังถือเป็นลูกค้าคนสำคัญของเจียงเจียกรุ๊ปอีกด้วย”
“ทั้งยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด ! ”
ถังจิงเทียนมีความสุขมากเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด “เอาล่ะ อย่างไรก็ขอขอบคุณล่วงหน้า เหตุผลหลักคือลูกสาวของฉันได้ยินว่าจะมีการจัดคอนเสิร์ต เธอจึงงอแงอยากไปดู”
พูดถึงลูกสาวของถังจิงเทียน เจียงเสี่ยวไป๋รู้จักคนหนึ่งนั่นก็คือถังชือเอินที่ทำงานในสำนักข่าวชิงโจว
ทั้งสองเคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็ไม่ได้พบกันมานานมากแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “นายกเทศมนตรีถัง นักข่าวถังก็สนใจคอนเสิร์ตนี้ด้วยเหรอครับ ? ”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “เธอไม่ใช่คนเดียวที่สนใจ ยังมีอีกหลายคนที่สนใจด้วย”
“หนุ่มสาวในยุคนี้สนใจเรื่องพวกนี้ ต่างจากรุ่นเราเลย”
“เรายกย่องผู้นำที่เก่ง แต่เด็กรุ่นนี้คลั่งไคล้ดารา”
เขาส่ายหัว และพูดว่า “ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่านักแสดงกลุ่มไหนที่น่าติดตาม”
“เมื่อก่อนนักแสดงต่างก็เป็นอาชีพที่ไม่น่ายกย่องนับถือ อย่าพูดถึงการได้ขึ้นเวทีเลย”
“แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ผู้คนเริ่มหันมายอมรับมากขึ้น ? ”
ขณะที่เขาพูด ก็มีความโกรธและสับสนอยู่ในน้ำเสียง และยังมีท่าทางทำอะไรไม่ถูกอีกด้วย
ที่จริงแล้วเจียงเสี่ยวไป๋เองก็ไม่ได้ชื่นชอบดาราศิลปินพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เขากำลังจะเข้าสู่อุตสาหกรรมบันเทิง เขายังคงต้องพึ่งพาคนดังเหล่านั้นเพื่อหาเงิน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจและพูดว่า “เมื่อเวลาผ่านไป ค่านิยมของคนเราก็จะเปลี่ยนไปตามเวลา ลืมมันเถอะครับ อย่าไปสนใจพวกเขาเลย”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “วัยรุ่นสมัยนี้ควบคุมไม่ได้แล้ว”
ทั้งสองคนพูดคุยกันต่ออีกไม่กี่คำ จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็ลุกขึ้นและขอตัวจากไป
ก่อนที่เขาจะออกไป ถังจิงเทียนก็ได้ยื่นบุหรี่ให้เขาด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋ยอมรับมันมาอย่างไม่เต็มใจ
ทุกครั้งที่เขาเอาเหล้าข้าวโพดเจี้ยนหยางมาให้ถังจิงเทียน ถังจิงเทียนก็จะให้บุหรี่เขาเป็นการตอบแทน
สิ่งนี้เกิดขึ้นทุกครั้งและกลายเป็นธรรมเนียมไปโดยปริยาย
แต่นี่ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะมันเป็นปฏิสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง !
เฉิงเสี่ยวเหว่ยส่งเจียงเสี่ยวไป๋ลงไปชั้นล่าง และเมื่อพวกเขามาถึงลานจอดรถ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ขอให้จางเสี่ยวชุนขนเหล้าเจี้ยนหยางสองกล่องจากท้ายรถของเขา แล้วให้นำไปใส่ที่ท้ายรถของถังจิงเทียน
แน่นอนว่าเขายังได้ให้เฉิงเสี่ยวเหว่ยอีกหนึ่งกล่องด้วย
เมื่อกลับมาที่เจียงเจียกรุ๊ปก็เป็นเวลาเลิกงานแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋จึงไปหาหลินเจียอินแล้วขึ้นรถกลับไปที่เจียงวานด้วยกัน
ระหว่างทาง เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดว่า “เมียจ๋า พรุ่งนี้ผมจะไปถู่เฉิงนะ”