ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1141 เฉินอี้เฟย ผู้เป็นที่ต้องการ
ตอนที่ 1141 เฉินอี้เฟย ผู้เป็นที่ต้องการ
ก่อนเทศกาลตรุษจีนเมื่อปีที่แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงของบริษัทไปที่เจียงวานเพื่อทานอาหารค่ำด้วยกัน
ซึ่งปีที่แล้วเขาทำอาหารเองทั้งหมด
ปีที่แล้วเขาไม่เพียงแต่มีงานยุ่ง แต่พ่อแม่ของเขาก็ยุ่งมากเหมือนกัน
แต่ปีนี้แตกต่างออกไป เพราะที่บ้านมีคนรับใช้แปดคน รวมถึงเชฟ ถานหยงเซิ่ง ที่มีฝีมือการทำงานอาหารเป็นเลิศ เขาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการทำอาหาร ส่วนเจียงไห่หยางและหวังชิ่วจวี๋ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครมาคอยดูแลความเรียบร้อยในงาน
“บ้านหลังนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะเงียบเหงาอีกต่อไป เพราะจ้างคนรับใช้มาเยอะมาก”
หวังผิงพูดด้วยความอิจฉาหลังจากพบกับเฉียวว่านซานและคนอื่น
เฉินหยวนเฉากล่าวว่า “บ้านของนายก็อยู่ในเมือง อีกทั้งยังหลังตั้งใหญ่โต นายสามารถจ้างคนรับใช้สักสองสามคนได้ ! ”
หวังผิงโบกมือ “บ้านของผมเป็นลานเล็ก ๆ ที่มีทางเข้าแค่สองทาง ซึ่งเล็กกว่าบ้านของเสี่ยวไป๋มาก”
เฉินหยวนเฉากล่าวว่า “บ้านของนายเล็กกว่า แต่ก็ไม่มีปัญหาสำหรับจ้างคนรับใช้สองคนหรอก”
หวังผิงกล่าวว่า “ตอนนี้พ่อแม่มาอาศัยอยู่กับผม เรามีพื้นที่เหลือไม่มากแล้ว”
เฉินหยวนเฉาพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันคิดว่านายขี้เหนียวและไม่อยากใช้เงินเพื่อจ้างคนรับใช้มากกว่า ตอนนี้พ่อแม่ของนายช่วยดูแลโหรวโหรวใช่ไหม ? ”
“ฉันบอกแล้วว่านายต้องเรียนรู้จากเสี่ยวไป๋ แค่จ้างคนสองคนมาช่วยพ่อแม่นายดูแลโหรวโหรว ทั้งสองจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก”
หวังผิงมองไปที่เฝิงเยี่ยนหงและพูดออกมาว่า “เรื่องการใช้จ่ายในครอบครัว เธอเป็นผู้ตัดสินใจ”
เฝิงเยี่ยนหงพูดด้วยความโกรธว่า “ถ้าคุณยังโยนเรื่องนี้มาให้ฉันอีก ฉันก็จะจ้างคนรับใช้สองคนมาในตอนนี้เลย ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้มและพูดว่า “พวกคุณน่ะใช้ชีวิตเหมือนพวกเจ้าเมืองในอดีตเลย”
เฉินหยวนเฉากล่าวว่า “ดูพวกเขาแต่ละคนสิ พวกเขาไม่เพียงแต่อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่เท่านั้น แต่ยังจะจ้างคนรับใช้ด้วย ต่างจากฉันมาก ฉันยังคงอาศัยอยู่ในหอพักของพนักงานอยู่เลย”
จวงปี้เฉิงเดินเข้ามาและพูดด้วยรอยยิ้ม “รองประธานเฉินพูดออกมาแบบนี้ก็ทำให้ฉันรู้สึกผิดที่ความคืบหน้าของโครงการอาคารชิงโจวที่ฉันรับผิดชอบนั้นช้ามาก ! ”
เฉินหยวนเฉากล่าวว่า “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ความคืบหน้าของโครงการอาคารชิงโจวไม่ได้ล่าช้าเลย ปีหน้าก็น่าจะแล้วเสร็จแล้ว”
เมื่อพูดถึงอาคารชิงโจว ทุกคนต่างก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที
เย่กวงโต้วส่ายหัวและพูดว่า “ใช่สิ ผมจองวิลล่าของโครงการอาคารชิงโจวไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดว่า “ก็คุณช้าเองนี่”
ตอนนี้มีคนที่จองวิลล่าได้เพียงสิบสองคนเท่านั้นในหมู่พวกเขา วิลล่าหมายเลข 1 เป็นของเจียงเสี่ยวไป๋, วิลล่าหมายเลข 2 เป็นของเจียงเสี่ยวเฟิง, วิลล่าหมายเลข 3 เป็นของเฉินหยวนเฉา, วิลล่าหมายเลข 4 เป็นของหวังผิง, วิลล่าหมายเลข 5 เป็นของเมิ่งเสี่ยวเป่ย และวิลล่าหมายเลข 6 เป็นของเฉินอันผิง, ส่วนวิลล่าหมายเลข 7, 8 และ 9 ถูกจองโดยหลินเจียจวินคนเดียว, วิลล่าหมายเลข 10 ถูกจองโดยจวงปี้เฉิง, วิลล่าหมายเลข 11 ถูกจองโดยโหยวโหยว่หยู และวิลล่าหมายเลข 12 ถูกจองโดยเปากันฉวน
เย่กวงโต้วบ่นว่า “ไม่ใช่ว่าผมช้า แต่จองไม่ทันต่างหาก”
ทันทีที่มีข่าวการขายวิลล่าออกไป ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทก็รีบไปจองทันที ไม่ต้องพูดถึงเย่กวงโต้ว แม้แต่หวังชิ่งซี, หลี่เฉิงหรู, ถานชิงซาน และช่างไม้ถานก็ยังจองไม่ทัน
ในท้ายที่สุด พวกเขาไม่มีทางเลือก นอกจากต้องจองชั้นบนสุดของอาคารไว้ทำเป็นคอนโดแทน
แต่ผลปรากฎว่าชั้นบนสุดของอาคารชิงโจวถูกยึดครองโดยเจียงเสี่ยวไป๋เพียงคนเดียว
และคราวนี้ก็มีอาคารห้าหลังที่ได้สร้างขึ้นมาพร้อมกับอาคารชิงโจว จึงทำให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่จองวิลล่าไม่ทันได้ทำตามแบบอย่างของเจียงเสี่ยวไป๋ และซื้อชั้นบนสุดของอาคารหลังอื่นตาม
มีอาคารอีกห้าหลัง แต่ละหลังมีสองยูนิต และแต่ละยูนิตมีสี่ครัวเรือน
เย่กวงโต้วและคนอื่นไม่ได้ครอบครองชั้นบนสุดของอาคารเพียงลำพังเหมือนเจียงเสี่ยวไป๋ แต่ซื้อเฉพาะหนึ่งในสี่ของยูนิตเท่านั้น
ซึ่งมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเงินที่ต้องจ่าย
พวกเขาล้วนเป็นผู้บริหารระดับสูงในเจียงเจียกรุ๊ป ไม่ว่าพวกเขาจะครอบครองชั้นบนสุดของอาคารเพียงลำพังก็ย่อมทำได้อยู่แล้ว
แต่สาเหตุที่ซื้อเพียงหนึ่งในสี่ของยูนิตนั้น ก็เพราะพื้นที่จัดสรรไม่เพียงพอ
หากว่าคุณอยากได้พื้นที่ชั้นบนสุดทั้งหมด คนอื่นก็ต้องการมันเหมือนกัน
เจียงเจียกรุ๊ปมีผู้บริหารระดับสูงจำนวนมาก
สุดท้ายก็ต้องมีการประนีประนอมและแบ่งพื้นที่กัน
เฉินหยวนเฉากล่าวว่า “คุณเย่ แม้ว่าคุณจะจองวิลล่าในโครงการอาคารชิงโจวไม่ได้ แต่คุณก็ได้อาศัยอยู่ที่ชั้นบนสุดของอาคารสูง 26 ชั้น เมื่อคุณเปิดหน้าต่าง คุณก็สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้ชิงโจวทั้งหมด ดูสิว่ามันยอดเยี่ยมขนาดไหน”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “หากรองประธานเฉินรู้สึกว่าการได้อยู่ชั้นบนสุดของอาคารมันยอดเยี่ยมขนาดนั้น งั้นเรามาเปลี่ยนกันไหม ? ”
“ผมจะอาศัยอยู่ในวิลล่า ส่วนคุณอาศัยอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร ! ”
เฉินหยวนเฉาโบกมืออย่างเร่งรีบ “ลืมไปเถอะ ฉันอยากอยู่วิลล่าที่มันเรียบง่าย ไม่สูงมาก”
เฉินอันผิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ได้หัวเราะเสียงดัง “นั่นมันต่างกันตรงไหน ทำอย่างใครไม่รู้ว่าคอนโดที่คุณจองไว้อีกห้องหนึ่งก็อยู่ชั้น 25 ของอาคารชิงโจว”
เฉินหยวนเฉายิ้มและพูดว่า “รองประธานอัน ดูเหมือนว่าคุณเองก็จองไว้เหมือนกันใช่ไหม ! ”
เฉินอันผิงยิ้มและพูดว่า “อย่าพูดแบบนั้นเลย พวกเราก็เหมือนกัน ฮ่าฮ่าฮ่า…”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “รองประธานเฉิน รองประธานอัน พวกคุณสามารถซื้อบ้านหลายหลังได้ในคราวเดียวเลยนะ ! ”
เฉินหยวนเฉากล่าวว่า “รองประธานเย่ ถ้าคุณคิดว่าเรามีบ้านหลายหลัง คุณต้องว่าให้หวังผิงนู่น ! ”
หวังผิงพูดอย่างไม่พอใจ “ทำไมถึงโยงมาหาฉันได้ล่ะ ? ”
เฉินหยวนเฉายิ้มและพูดว่า “คุณและเฝิงเยี่ยนหงซื้ออสังหาริมทรัพย์จำนวนมากในชิงโจว ใครในบริษัทไม่รู้เรื่องนี้บ้าง ? ”
“ก็จริง ! ”
“ใครไม่รู้บ้างว่ารองประธานหวังได้ซื้อบ้านและร้านค้าไว้มากมาย ? ”
“ฉันได้ยินคนอื่นแอบตั้งฉายาให้คุณว่า หวังครึ่งเมือง ด้วยซ้ำ ! ”
“……”
ถานซิงซาน, จู้ตงเฟิง และคนอื่นต่างพูดออกมาทีละคน
หลายคนอิจฉาหวังผิงและมองเห็นโอกาสที่จะสะสมสินทรัพย์ถาวรมากขึ้นในอนาคต พวกเขาต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เหมือนกับหวังผิง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้บริหารระดับสูงของเจียงเจียกรุ๊ปและได้รับเงินเดือนที่สูงกว่าคนอื่นมาก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถซื้อบ้านทุกที่ได้เหมือนกับหวังผิง
เพราะพูดตามตรง พวกเขาเป็นเพียงผู้บริหารของเจียงเจียกรุ๊ป แต่หวังผิงนั้นแตกต่างออกไป
ก่อนก่อตั้งเจียงเจียกรุ๊ป หวังผิงเป็นคนแรกที่เริ่มต้นธุรกิจกับเจียงเสี่ยวไป๋ อย่างร้านอร่อยสามมื้อก่อนหน้านี้ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทจัดเลี้ยงชิงโจวเหล่าหลู่ ซึ่งรวมถึงร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงทุกสาขาที่หวังผิงก็เป็นหุ้นส่วนด้วย
ต่อมาหลังจากการก่อตั้งบริษัท หวังผิงยังได้ถือหุ้นในบริษัทบริการจัดการสุขภาพคังเหมยเล่อ ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งเปิดเป็นร้านนวดเท้า
หุ้นของหลายบริษัทมีหวังผิงเป็นหุ้นส่วน ซึ่งเขาก็ยังได้เงินปันผลเป็นจำนวนมากในทุกปี
เพราะแบบนี้เขาจึงสามารถซื้อบ้านได้ทุกที่
หวังผิงกล่าวว่า “อย่าสนใจแค่บ้านในมือของฉัน ถ้าถามฉัน คุณควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับรองประธานเฉินอี้เฟยก่อน ! ”
“ไม่อย่างนั้นเมื่อได้บ้านแล้ว แต่ถ้าอยากตกแต่งก็ต้องรอคิวไปอีกนาน ! ”
เมื่อเขาพูดแบบนี้ออกมา เฉินหยวนเฉาก็พูดกับเฉินอี้เฟยทันที “อี้เฟย คุณจะเป็นคนแรกที่ตกแต่งบ้านให้ฉันหลังจากที่ส่งมอบบ้านแล้ว”
เฉินอี้เฟยกล่าวว่า “รองประธานเฉิน คุณยังช้าไป”
เฉินหยวนเฉามองไปที่หวังผิง แล้วพูดว่า “รองประธานหวังได้จองตัวฉันเป็นคนแรกแล้ว ! ”
เนื่องจากหวังผิงเป็นผู้เสนอให้จองตัวเฉินอี้เฟยล่วงหน้า เฉินหยวนเฉาจึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติที่หวังผิงจะเป็นคนแรกที่จองตัวเขาได้ จึงพูดว่า “ไม่เป็นไร เขาเป็นคนแรก ส่วนฉันเป็นคนที่สองก็ได้ ! ”
เฉินอี้เฟยพูดอย่างเขินอาย “รองประธานเฉิน คนที่สองก็มีแล้วครับ ! ”
เฉินหยวนเฉาตกตะลึง และพูดด้วยความประหลาดใจ “แล้วใครจองตัวคุณเป็นคนที่สองกัน ? ”
เฉินอี้เฟยกล่าวว่า “นอกจากรองประธานหวังแล้ว ก็ยังมี ผู้ช่วยเจียง รองประธานเมิ่ง รองประธานอัน ผู้ช่วยหลิน ผู้อำนวยการโหยว รองประธานจวง และรองประธานหลี่”
ฮะ ?
เฉินหยวนเฉาไม่คิดว่าจะมีคนจำนวนมากจองตัวเฉินอี้เฟยไว้ล่วงหน้าแบบนี้
เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปที่หวังผิงและบ่นว่า “คุณก็นะ ไม่รู้จักบอกกล่าวกันล่วงหน้าเลย”