ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1174 ถูกเร่งเร้าให้แต่งงาน
ตอนที่ 1174 ถูกเร่งเร้าให้แต่งงาน
“ขอให้ร่ำรวยเงินทอง ขออั่งเปาด้วยครับ ! ”
เฉินปิงพูดด้วยรอยยิ้มทะเล้น
หวังซิ่วจวี๋และเจียงไห่หยางมองหน้ากัน จากนั้นแต่ละคนก็หยิบซองแดงออกมาสองซอง และยื่นให้กับเฉินปิงและเฉินหงคนละหนึ่งซอง
“ขอบคุณครับคุณยาย ! ”
“ขอบคุณครับคุณตา ! ”
“ขอบคุณค่ะคุณยาย ! ”
“ขอบคุณค่ะคุณตา ! ”
หลังจากได้รับเงินนำโชคแล้ว เด็กน้อยทั้งสองก็ขอบคุณพวกเขาอย่างมีความสุข
“ทำไมพวกหลานวิ่งเข้ามาอย่างกระตือรือร้นขนาดนี้ เป็นเพราะอยากได้เงินนำโชคของตากับยายนี่เอง”
เฉินปิงกล่าวว่า “คุณตาให้เงินโชคดีกับเราทุกปี นอกจากอารองแล้ว ก็มีตากับยายนี่แหละที่ให้มากที่สุด”
เจียงไห่หยางยิ้มและพูดว่า “ไอ้หยา ตาไม่ได้เจอหลานมาแค่สองสามวันเอง เดี๋ยวนี้เรียนรู้วิธีประจบแล้วหรือ ! ”
หลังจากพูดหยอกหลาน ๆ แล้ว เขาก็ถามว่า “ทำไมพ่อแม่ของหลานยังไม่มาอีก”
เฉินปิงพูดว่า “พ่อกับแม่กำลังขนของอยู่ครับ ! ”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นพวกหลานเข้าไปในบ้านกับยาย ทำให้ร่างกายอบอุ่นก่อน เดี๋ยวตาจะไปช่วยพวกเขาเอง” เจียงไห่หยางกล่าว
“พ่อ อยู่ในบ้านเถอะ ผมจะไปรับของจากพี่ใหญ่เอง” เจียงเสี่ยวเฟิงพูดอย่างเร่งรีบขณะที่เขาเดินตามออกมา
“ไม่เป็นไร ฉันนั่งอยู่ที่นี่มาทั้งเช้าแล้ว คงจะรู้สึกดีขึ้นถ้าได้เดินไปรอบ ๆ บ้าง” เจียงไห่หยางพูดขณะที่เขาเดินไปที่โรงจอดรถ
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ไปเทียนจิง ส่วนคนดูแลบ้านคนอื่นต่างก็ได้วันหยุดพักผ่อนกลับไปหาครอบครัวตัวเองเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ เมื่อมีคนหายไปเยอะขนาดนี้ บ้านก็เงียบเหงาขึ้นมาทันที
เจียงไห่หยางที่คุ้ยเคยกับความคึกคักยังรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อที่บ้านเงียบเหงา
หลังจากรอมาทั้งเช้า ในที่สุดครอบครัวของเจียงเสี่ยวเยว่ก็มา ทำให้บรรยากาศภายในบ้านกลับมาคึกคักอีกครั้ง เขาจึงมีความสุขขึ้นมาทันที
“เอาล่ะ งั้นไปด้วยกันนี่แหละครับ” เจียงเสี่ยวเฟิงลูบจมูกของเขาและหยุดพยายามเกลี้ยกล่อมผู้เป็นพ่อ
สองพ่อลูกเดินไปด้วยกัน ทันทีที่เดินมาถึงลานหน้าบ้าน พวกเขาก็ได้พบกับเฉินหยวนเฉาและเจียงเสี่ยวเยว่ที่ถือถุงใบใหญ่ใบเล็กพะรุงพะรังอยู่ในมือ
“พ่อ ! ”
“พ่อ ! ”
เจียงเสี่ยวเยว่และเฉินหยวนเฉาที่เห็นเจียงไห่หยางเดินมาก็ทักทายเขาอย่างรวดเร็ว
เจียงไห่หยางพยักหน้าและเห็นว่าพวกเขานำของมามากมาย จึงพูดว่า “แค่กลับมาบ้างก็ดีแล้ว ทำไมถึงต้องนำของมามากมายขนาดนี้ด้วยล่ะ ? ”
“ไม่มากหรอกครับ แค่ตีนหมูไม่กี่ชิ้นเท่านั้นครับ” เฉินหยวนเฉาพูดด้วยรอยยิ้ม
ในมือของเขาถือถุงใส่ตีนหมู ไก่พื้นเมืองสองตัว และเนื้อแกะ
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “บ้านของเราเชือดหมูปีใหม่สี่ตัว ตอนนี้มีเนื้อให้กินอย่างเหลือเฟือ ยังจะเอาอะไรกลับมาอีก ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงยังกล่าวอีกว่า “ใช่แล้ว พี่ไม่ได้เลี้ยงหมูที่บ้าน และต้องเสียเงินซื้อตีนหมูและเนื้อพวกนี้มาอีก”
เฉินหยวนเฉายิ้มแล้วพูดว่า “ใครบอกว่าฉันซื้อมันมา ก่อนตรุษจีนมีคนเอาเบคอนและของขวัญต่าง ๆ มาให้ฉันเยอะแยะไปหมด รวม ๆ แล้วมีประมาณประมาณห้าสิบถึงหกสิบคนได้ จะเอาไว้ที่บ้านก็คงกินไม่หมด”
เจียงเสี่ยวเยว่ยังกล่าวอีกว่า “ใช่ เราเองก็ไม่ค่อยได้กินข้าวที่บ้านสักเท่าไหร่ กินยังไงก็ไม่หมดหรอก เราจึงแบ่งมาที่บ้าน ว่าจะเอาไปให้บ้านลุงใหญ่และอาสามด้วย จะได้ช่วย ๆ กันกิน”
เจียงไห่หยางไม่พูดอะไรและรับถุงใส่ตีนหมูมา ส่วนเจียงเสี่ยวเฟิงก็รับถุงที่ใส่ไก่และเนื้อแกะ เดินกลับเข้าไปในบ้าน
เมื่อเข้าไปในบ้าน พวกเขาก็พบกับ หวังซิ่วจวี๋, หลัวเจาตี้, เจียงเสี่ยวชิง, เจียงเสี่ยวเหลย และ เจียงเสี่ยวหยู ทุกคนอวยพรให้กันและกันมีความสุขในวันปีใหม่ ทำให้บรรยากาศในบ้านมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะเจียงเสี่ยวไป๋ไปเทียนจิง จึงทำให้ปีนี้มีความตื่นเต้นน้อยกว่าปีที่แล้วมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวของเจียงเสี่ยวเฟิงก็กำลังจะไปที่อื่นเหมือนกัน
ในวันแรกของปีใหม่ เขาจะต้องไปที่บ้านของพ่อตาแม่ยาย
หากพวกเขาไม่กังวลว่าเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋จะอยู่กันตามลำพังสองคนที่บ้านหลังจากที่พวกเขาทั้งสามออกไป พวกเขาก็คงจะออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว
ตอนนี้เฉินหยวนเฉาและครอบครัวมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเตรียมตัวออกเดินทาง
หลังจากสูบบุหรี่กับเฉินหยวนเฉาและพูดคุยกันสักพัก เจียงเสี่ยวเฟิงก็ออกเดินทางไปกับหลัวเจาตี้และเจียงถิง
อาจเป็นเพราะที่บ้านมีคนน้อยมาก เจียงไห่หยางจึงไม่ทำอาหารกลางวัน เขาพาเฉินหยวนเฉาและครอบครัวไปกินข้าวที่บ้านของเจียงไห่โปแทน
เนื่องจากเจียงไห่โปก็อยู่ที่บ้านเพียงลำพัง วันนี้จึงไม่จำเป็นต้องไปเยี่ยมญาติ ทั้งครอบครัวจึงอยู่ที่นี่
ไม่นานหลังจากที่พวกเขานั่งลง เจียงไห่เทียนและจ้าวเต๋อหรงก็มา
เจียงไห่หยางหัวเราะ “พี่ใหญ่ เสี่ยวจี๋และเสี่ยวโจวก็ทิ้งพี่ไปหาพ่อตาของพวกเขาเหมือนกันใช่ไหม คงจะเหลือกันอยู่แค่สองคนที่บ้านล่ะสิท่า ! ”
เจียงไห่เทียนยิ้มและพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ ทุกคนออกไปหมดแล้ว และบ้านหลังใหญ่ก็ถูกทิ้งร้าง เมื่อเห็นว่าแกกำลังมาที่บ้านของเจ้าสาม พี่สะใภ้และฉันก็เลยตามมา”
เจียงไห่โปพูดด้วยท่าทางภาคภูมิใจ “งั้นวันนี้ก็อยู่ที่บ้านของฉันทั้งวันเลย”
เจียงไห่เทียนและเจียงไห่หยางต่างก็เห็นด้วย
เจียงไห่โปกล่าวว่า “ปล่อยให้เด็ก ๆ เล่นกันไป ส่วนเราไปเล่นไพ่นกกระจอกกันเถอะ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “แกชวนทั้งที จะปฏิเสธได้ยังไง”
“เอาล่ะ วันนี้ผมจะต้องได้เงินจากทุกคนให้ได้” เฉินหยวนเฉาพูดอย่างไม่สุภาพ
เจียงไห่เทียนหัวเราะ “พวกเราสามต่อหนึ่ง หากยังต้องการเอาชนะเรา ก็รอจนกว่าพวกเราจะขี้เกียจเล่นและยอมแพ้ไปเองแล้วกัน ! ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “เมื่อเล่นกับผู้อาวุโส ควรคิดว่าการยอมแพ้เป็นความกตัญญู แบบนี้ถึงจะเรียกว่าอยู่เป็น”
พวกเขาทั้งสี่พูดคุยและหัวเราะกัน จากนั้นก็พากันไปที่ห้องถัดไปเพื่อเริ่มเล่นไพ่นกกระจอก
หวังซิ่วจวี๋และจ้าวเต๋อหรงไม่มีอะไรทำ ดังนั้นพวกเธอจึงตามไปช่วยเจี่ยงชุ่ยหยูทำกับข้าวที่ห้องครัว
เจียงเสี่ยวเฟิ่งก็เดินตามเข้าไปในครัวด้วย
เธอเป็นลูกสาวคนโตในครอบครัว เมื่อป้าสองคนของเธอไปเข้าครัวแล้ว ถ้าเธอไม่เข้าไปช่วยก็คงจะดูไม่ดี
ทันทีที่เธอออกไป เจียงเสี่ยวเยว่ก็เดินตามไปช่วยเช่นกัน
ดังนั้นผู้หญิงทั้งห้าคนจึงช่วยกันทำอาหารอยู่ในครัว คนหนึ่งก่อไฟ คนหนึ่งล้างผัก หั่นผัก และผัดผัก จึงทำให้การทำอาหารเร็วขึ้นมาก
เจียงเสี่ยวเยว่กล่าวว่า “เสี่ยวเฟิ่ง เมื่อวันที่ 28 ที่เธอพาพ่อแม่แฟนมาเยี่ยมบ้าน พวกเขาได้กำหนดวันแต่งงานแล้วหรือยัง ? ”
“ยังไม่ได้กำหนดเลย ! ” เจียงเสี่ยวเฟิ่งกล่าว “ฉันยังไม่อยากแต่งงานเร็วขนาดนั้น ดู ๆ กันไปก่อน”
เมื่อเจี่ยงชุ่ยหยูได้ยินแบบนี้ เธอก็พูดขึ้นมาทันที “เสี่ยวเยว่ ช่วยน้าเกลี้ยกล่อมเธอที น้าบอกเธอหลายครั้งแล้ว เนื่องจากพ่อและแม่ของทั้งสองฝ่ายต่างก็พอใจแล้ว ก็ควรจะรีบแต่งให้เร็วที่สุด”
“น้าบอกเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ไม่ฟัง”
ก่อนที่เจียงเสี่ยวเยว่จะพูดได้ จ้าวเต๋อหรงก็กล่าวว่า “เสี่ยวเฟิ่ง แม่ของหลานพูดถูก เนื่องจากพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายยินยอม ก็ควรแต่งงานโดยเร็วที่สุด”
หวังซิ่วจวี๋ยังกล่าวอีกว่า “ใช่ เสี่ยวเฟิ่ง หลานควรแต่งงานและมีลูกเร็ว ๆ ”
เจียงเสี่ยวเฟิ่งมีสีหน้าขมขื่นและพูดกับเจียงเสี่ยวเยว่ว่า “พี่ พี่คงเห็นแล้วว่าแม่และพวกป้า ๆ อยากให้ฉันแต่งงานเร็วที่สุดเพื่อจะได้อุ้มหลานเร็ว ๆ น่ะ”
เจียงเสี่ยวเยว่กล่าวว่า “ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”
อ่า ?
เจียงเสี่ยวเฟิ่งตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดอย่างไม่พอใจว่า “พี่เสี่ยวเยว่ เดิมทีฉันยังคิดจะให้พี่ช่วยฉันพูด แต่ฉันไม่คิดเลยว่าพี่ก็จะเห็นด้วยกับพวกเขา”
เจียงเสี่ยวเยว่กล่าวว่า “ก็เพราะว่าพวกน้าสะใภ้เขาพูดถูกยังไงล่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวเฟิ่งพูดว่า “ฉันเพิ่งอายุ 21 ปีเองนะ ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น ? ”
เจียงเสี่ยวเยว่กล่าวว่า “ตอนที่ฉันอายุ 21 ปี ฉันก็มีปิงปิงแล้ว ”
เจียงเสี่ยวเฟิ่งพูดไม่ออก จะให้อยู่ฉลองตรุษจีนแบบสนุก ๆ ไม่ได้เลยใช่ไหม ? ทำไมต้องรีบให้แต่งงานขนาดนั้น ?
เฮ้อ… ถ้าพี่เสี่ยวไป๋และพี่เจียอินอยู่ที่นี่ พวกเขาคงไม่เร่งฉันแน่นอน
“ปัง ปัง ปัง ปัง…”
และในตอนนี้เอง จู่ ๆ ก็มีเสียงประทัดดังมาจากนอกบ้าน
แต่ทั้งห้าคนที่อยู่ในครัวก็ไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้
เพราะถึงอย่างไรนี่ก็เป็นช่วงตรุษจีน และมีคนจุดประทัดทุกที่ อาจเป็นบ้านของใครบางคนที่มีแขกมาก็เป็นได้
“น้าสาม พี่เสี่ยวเฟิง…”
“ออกมาเร็วเข้า มีคนมาที่บ้าน ! ”
เจียงซงวิ่งเข้ามาจากด้านนอกและพูดเสียงดัง
เจี่ยงชุ่ยหยูและเจียงเสี่ยวเฟิ่งต่างตกตะลึง เมื่อกี้แขกที่บ้านของฉันเป็นคนจุดประทัดงั้นเหรอ ?
แล้วเป็นใครกัน ?