ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1176 ไซอิ๋วเริ่มออกอากาศ
ตอนที่ 1176 ไซอิ๋วเริ่มออกอากาศ
ในที่สุดชายชราก็ได้กินอาหารที่เจียงเสี่ยวไป๋ทำอีกครั้ง เขาร่วมดื่มกับทุกคนอย่างมีความสุข
“อาหารชิงโจวยังคงอร่อยเหมือนเดิม ! ”
“ได้ลองชิมครั้งเดียว กลับคิดถึงรสชาติไม่รู้ลืม ! ”
หลังจากชายชรากินเสร็จ เขาก็เช็ดปากแล้วพูดกับตัวเอง
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “คุณปู่ อาหารชิงโจวไม่ได้อร่อยขนาดนั้นหรอกครับ เห็นได้ชัดว่าฝีมือการทำอาหารของเจียงเสี่ยวไป๋นั้นอร่อยมากกว่า คุณปู่ถึงติดใจมัน”
ชายชราพึมพำออกมา “นายจะไปรู้อะไร ? ฉันแก่แล้ว และคิดถึงรสชาติของอาหารที่บ้านเกิดของฉัน”
หลินเจียจวินขมวดคิ้ว “เมื่อก่อนผมไม่เคยเห็นคุณปู่คิดถึงรสชาติของอาหารที่บ้านเกิดมาก่อนเลยนะครับ ! ”
“เด็กคนนี้ พูดอะไรออกมา ? ”
“ไม่ครับ…ผมไม่ได้พูดอะไร แค่บอกว่าอาหารชิงโจวอร่อยมาก”
ชายชรามองค้อนเขาไปหนึ่งทีถึงเลิกสนใจ จากนั้นก็พูดว่า “งั้นก็กินข้าวกันไปเถอะนะ ฉันจะไปพักผ่อนก่อน”
เมื่อพูดอย่างนั้น เขาก็กำลังจะลุกขึ้นยืน
“คุณปู่ทวดจะไปนอนแล้วเหรอคะ ? ”
เจียงชานหยุดตะเกียบในมือของเธอลง แล้วถามขึ้น
ชายชราพูดด้วยรอยยิ้ม “หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว ปู่ทวดว่าจะไปเดินเล่นย่อยอาหารเสียหน่อย แล้วจึงกลับห้องไปนอน”
เจียงชานพูดว่า “คุณปู่ทวด คืนนี้ไม่ควรเข้านอนเร็วเกินไปนะคะ”
ชายชราได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะ แล้วและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “หากเป็นเมื่อคืนยังพอบอกให้นอนช้าได้ เพราะมันคือธรรมเนียมอยู่เฝ้าคืนสิ้นปี เฮอะ ๆ……แต่ทำไมคืนนี้ชานชานถึงไม่อยากให้นอนเร็วล่ะ ? ”
คนอื่นก็มองเจียงชานด้วยความสงสัยเช่นกัน
แม้แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยังแปลกใจและไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ลูกสาวของเขาถึงได้พูดประโยคเช่นนั้นออกมา
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “เพราะว่าไซอิ๋วจะออกอากาศในคืนนี้ค่ะ ! ”
ฮะ ?
ทุกคนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เพราะไม่คาดคิดว่านี่คือเหตุผล
พวกผู้ใหญ่ยังระงับความตื่นเต้นของตัวเองไว้ได้ แต่เด็กเล็กกลับดีใจจนออกหน้าออกตา
“ใช่ ใช่ ไซอิ๋วเริ่มออกอากาศคืนนี้”
“ฉันเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว”
“หลังจากรอมานาน ในที่สุดก็ออกอากาศแล้ว ! ”
“คืนนี้ออกอากาศเป็นตอนแรก”
“ไม่ใช่ คืนนี้จะมีสองตอน ตอนที่หนึ่งและตอนที่สอง”
“รีบกินเร็วเข้า กินเสร็จแล้วจะได้ไปนั่งรอที่หน้าทีวี”
“คืนนี้ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนเป็นช่องอื่น เราจะดูแต่ช่อง CCTV ฉันอยากดูไซอิ๋วจะแย่อยู่แล้ว”
“พูดอย่างกับว่าตัวเองอยากดูไซอิ๋วคนเดียวงั้นแหละ”
“……”
เมื่อเห็นเด็ก ๆ มีความสุข ชายชราก็ดีใจเช่นกัน เขาพูดว่า “งั้นก็ดูไซอิ๋วกันไปเลยนะ ปู่ทวดแก่แล้ว คงอยู่ดูไม่ได้หรอก ปู่จะไปเดินเล่นแล้วเข้านอนแล้วล่ะ”
เจียงชานพูดขึ้นมาทันทีว่า “แต่คุณปู่ทวดพูดเมื่อวานว่าจะดูไซอิ๋วกับเราคืนนี้”
ชายชราตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและถามด้วยความประหลาดใจ “ปู่ทวดพูดอย่างนั้นเหรอ ? ”
เขาจำไม่ได้จริง ๆ
เจียงชานพยักหน้าอย่างจริงจังและพูดว่า “พูดค่ะ หากคุณปู่ทวดไม่เชื่อหนูก็ลองถามพี่จื้อเสียนและพี่จื้อหลินดูสิคะ”
หลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลินต่างก็พยักหน้ายืนยัน
เมื่อชายชราเห็นแบบนั้น เขาก็ลูบหน้าผากแล้วถอนหายใจ “โอ้… ปู่ทวดแก่แล้ว ความจำไม่ดีจนลืมไปแล้วว่าพูดอะไรออกไป”
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “ไม่สำคัญว่าคุณปู่ทวดจะลืมสิ่งที่พูดไปไหม แต่คุณปู่ทวดจะไม่รักษาคำพูดไม่ได้นะคะ”
ชายชราโบกมืออย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า “ลูกผู้ชายต้องพูดคำไหนคำนั้น พวกเธอกินข้าวกันก่อน ฉันจะไปเดินเล่นแล้วจะกลับมาดูไซอิ๋วด้วยคน”
ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว และในขณะที่เดินออกไปข้างนอก เขาก็พึมพำออกมาว่า “มันเป็นแค่รายการทีวีเส็งเคร็งไม่ใช่หรือไง ? มีอะไรให้ดูกัน ! ”
แต่เขายังไม่รู้ว่าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ใบหน้าชราของเขาจะรู้สึกเหมือนถูกตบไปหลายครั้ง
เมื่อเวลาประมาณทุ่มกว่า ทุกคนในบ้านทั้งชายหญิงเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็มานั่งรวมตัวกันที่หน้าจอทีวีสีขนาดใหญ่ พวกเขาพากันจ้องมองหน้าจอทีวีตาไม่กะพริบ
“ทำไมยังไม่ออกมา ! ”
“ฉันรอมานานแล้วนะ ! ”
“เขาเริ่มออกอากาศตอนสองทุ่ม เหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีแล้ว”
“ไม่กี่นาทีก็นานเกินรอแล้ว”
“โฆษณาน่ารำคาญจริง ๆ ! ”
“ฉันไม่อยากดูโฆษณา แต่อยากดูเรื่องไซอิ๋ว ! ”
“เร็วเข้า รีบออกอากาศเถอะ ! ”
“……”
เด็ก ๆ อย่างเจียงชาน, หลินจื้อเสียน และหลินจื้อหลินต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อมาเป็นเวลานาน ในขณะที่พวกเขาก็บ่นโฆษณาที่ออกมาไม่หยุด
บอกตามตรงว่ายุคนี้มีโฆษณาไม่มากนัก
ต่างจากโฆษณาที่ท่วมท้นของคนรุ่นหลัง แม้แต่ละครทีวีก็แบ่งออกเป็นสามถึงสี่ส่วน และสามารถแทรกโฆษณาลงไปได้ทุกส่วน
เมื่อเรากำลังรอคอยบางอย่างอย่างใจจดใจจ่อ เวลามักผ่านไปอย่างช้า ๆ เสมอ
“ตัม ตัม ตัม ตัม ตัม ตัม ตัม ตัม ! ”
ในที่สุดก็ถึงเวลาสองทุ่ม เมื่อเสียงเพลงประกอบสุดคลาสสิกจากละครไซอิ๋วดังขึ้น คลิปไตเติ้ลก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอทีวีด้วย
รูปภาพของซุนหงอคง, ตือโป๊ยก่าย, ซัวเจ๋ง, พระถังซัมจั๋ง, ม้ามังกรขาว, เจ้าแม่กวนอิม, จักรพรรดิหยก และเหล่าปีศาจก็ปรากฏขึ้นทีละภาพ
นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเพลงประกอบของเรื่อง ไซอิ๋ว อย่างเพลง ‘หนทางใด’
“เจ้าขนสัมภาระ ส่วนข้าจะเป็นคนนำม้า”
“ยินดีต้อนรับพระอาทิตย์ขึ้น และบอกลาพระอาทิตย์ตก”
“ยกระดับการเดินทางครั้งนี้ ให้เป็นถนนที่ยิ่งใหญ่”
“หลังจากต่อสู้กับอันตรายทั้งหมดแล้ว เราก็ออกเดินทางอีกครั้ง และออกเดินทางอีกครั้ง”
“ลา ลา… ลา ลา ลา ลา ลา ลา ลา…”
“ผ่านฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และฤดูร้อนหลายต่อหลายครั้ง”
“ทุกฉากนั้นมีครบทุกรสอารมณ์”
“หนทางข้างหน้า ควรไปทางไหนเล่า ? ”
“หนทางข้างหน้าก็อยู่ที่ใต้สองเท้าเรานั่นเอง…”
“……”
อาจกล่าวได้ว่าแค่ไตเติ้ลเพียงอย่างเดียวก็ดึงดูดทุกคนได้แล้ว
“ฮ่าฮ่า นั่นใช่ซุนหงอคงหรือเปล่า ? มันดูเหมือนลิงจริง ๆ ด้วย ! ”
“ตือโป๊ยก่าย ! ดูสิ ตือโป๊ยก่าย มันมีปากที่จู๋ ! มีหูที่ใหญ่ ! ”
“ตือโป๊ยก่ายน่ารักมาก ! ”
“ดูสิ พวกมันบินได้ด้วย ! ”
“เขาไม่ได้เรียกว่าบิน แต่กำลังเหาะอยู่บนเมฆต่างหาก ! ”
“มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายระหว่างทางไปแสวงหาพระคัมภีร์ทางพุทธศาสนา สุดยอดไปเลย ! ”
“……”
เมื่อดูฉากเปิดเรื่อง เด็ก ๆ ก็เริ่มพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว มาตั้งใจดูกันเถอะ ! ”
เจียงชานอดไม่ได้ที่จะบอกให้หลินจื้อเสียนและคนอื่นหยุดพูด
แม้ว่าหลินจื้อเสียนและคนอื่นจะอายุมากกว่าเจียงชาน แต่คำพูดของเธอยังคงมีอิทธิพลมากจนทำให้ทุกคนเงียบไป
หลังจากสามตัวละครเอกในตอนแรกปรากฏบนหน้าจอ
ฉากเปิดตอนแรกของไซอิ๋วก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป ภูเขาเซียนที่เหมือนฉากในความฝันก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น โดยมีภูเขา น้ำตก แม่น้ำและเมฆมงคล ซึ่งดูเหมือนจะนำผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งความมหัศจรรย์
เด็ก ๆ เบิกตากว้างและดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันมหัศจรรย์นี้
ต่อมา ก้อนหินก็ระเบิดและราชาวานรก็ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า…
การแสดงโลดโผนและเอฟเฟกต์พิเศษแบบนี้อาจดูน้อยไปในยุคสมัยต่อมา แต่หากเทียบกับปี 1985 ก็ถือว่าสุดยอดมาก !
ในยุคนี้น้อยคนนักที่จะรู้ว่ามันคืออะไร และคนส่วนใหญ่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริง
เมื่อโครงเรื่องดำเนินไป มันก็ยิ่งน่าดึงดูดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนในห้องแทบจะกลั้นหายใจอย่างลุ้นระทึก จิตใจของพวกเขาผันผวนไปตามสถานการณ์ในฉากของซุนหงอคง
ไม่เว้นแม้แต่ชายชรา
ตั้งแต่ที่ละครฉายออกมา ชายชราก็จมไปกับเนื้อเรื่อง จนจิตใจจดจ่ออยู่ที่ละครทั้งหมด
“สนุกมาก ! ”
“ทำไมถึงจบแค่นี้ล่ะ ? ”
“อ่า…ฉันยังอยากดูมันต่ออยู่เลย ! ”
“ยังมีอีก ! ยังมีอีกตอนหนึ่ง ! ”
“โฆษณาอีกแล้ว ! โฆษณาพวกนี้ช่างน่ารำคาญจริง ๆ ! ”
“……”
เด็ก ๆ ยังดูไม่หนำใจ พวกเขาจึงบ่นออกมาด้วยความอยากดู
เจียงเสี่ยวไป๋สังเกตเห็นว่ามีโฆษณาของเจียงเจียกรุ๊ปปรากฏแทรกขึ้นมาในช่วงท้ายของตอน