ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1178 คิดถึงวันเกิดของเจียงชาน
ตอนที่ 1178 คิดถึงวันเกิดของเจียงชาน
ปีใหม่นี้เป็นปีที่เรียบง่ายที่สุดที่เจียงเสี่ยวไป๋เคยมีมา
ทุกวันที่อยู่ที่นี่ เขาจะเล่นไพ่นกกระจอกกับชายชรา ทำอาหารที่เขาโปรดปราน ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว และเล่นกับเจียงชาน เจียงอัน และเจียงห่าว
วันแบบนี้ช่างสบายจริง ๆ !
แต่วันรวมตัวกันกลับดูเหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ
และแล้วก็ล่วงเลยมาถึงวันที่หกในพริบตา
วันนี้เป็นวันเกิดปีที่ 7 ของเจียงชาน และพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
ชายชราได้มาบอกเจียงเสี่ยวไป๋ในตอนเช้า เพื่อให้เขาเตรียมงานวันเกิดให้เจียงชานอย่างยิ่งใหญ่
“ไม่จำเป็นหรอกค่ะคุณปู่ แค่ทำอาหารอร่อย ๆ และฉลองง่าย ๆ ให้เธอก็พอแล้ว” หลินเจียอินพูดขึ้นมาเมื่อได้ยินชายชราบอกเจียงเสี่ยวไป๋
ใบหน้าของชายชราแสดงความไม่พอใจขึ้นมาทันที “เหลนของฉันมีวันเกิดแค่วันเดียวในแต่ละปี ซึ่งฉันก็ไม่ได้อยู่ร่วมฉลองกับเธอทุกปี การให้วันเกิดที่ดีแก่เธอ มันผิดอะไร ? ”
“ได้ค่ะ ๆ คุณปู่อย่าโกรธเลยค่ะ หนูจะทำตามที่คุณปู่ขอค่ะ” หลินเจียอินยอมแพ้อย่างรวดเร็วและขยิบตาให้เจียงเสี่ยวไป๋ ส่งสัญญาณให้เขารีบไปเตรียมงานให้พร้อม
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เป็นเพราะชายชรารู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะกลับ ชายชราที่ไม่อยากให้กลับจึงมาระบายความโกรธด้วยวิธีนี้
ไม่อย่างนั้นชายวัย 97 ปีที่ไม่เคยฉลองวันเกิดของตัวเองด้วยซ้ำ จะยอมให้ครอบครัวของเขาฉลองวันเกิดให้ลูกสาวแบบยิ่งใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร ?
“เอาล่ะ เสี่ยวไป๋ ไปเตรียมตัวให้พร้อม ส่วนฉันจะไปโทรหาคนอื่น ๆ เป็นการส่วนตัว และบอกให้พวกเขากลับมาทานอาหารเย็นที่บ้าน”
ในที่สุด ชายชราก็หายใจได้อย่างโล่งอก
เจียงเสี่ยวไป๋คิดว่ามันดูจะเกินไปเล็กน้อยที่จะเรียกให้ลุงและคนอื่นกลับมาร่วมฉลองวันเกิดเจียงชาน แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะคัดค้าน
ลืมไปเถอะ ปล่อยให้ชายชราจัดการตามที่เขาต้องการ !
เพียงเพราะเขาไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่พูด
ในเวลานี้ หลินต้าเหว่ยจึงพูดว่า “พ่อ พี่ใหญ่เขางานยุ่งขนาดนั้น เกรงว่า……”
ชายชราเลิกคิ้ว และพูดว่า “ฉันจะโทรไปถามก่อนเพื่อดูว่าพวกเขาจะมีเวลามาได้ไหม ! ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีเวลา แต่คนอื่นก็ต้องกลับมาหาฉัน”
ชายชรามีท่าทีที่แข็งกร้าว จากนั้นเขาก็เดินกะโผลกกะเผลกไปที่โทรศัพท์
“พ่อคะ มีอะไรหรือเปล่า ? ”
เจียงชานที่เดินเข้ามาในห้องหลังจากฝึกไทเก็กเสร็จก็ได้ยิ้มและถามเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยท่าทางสงสัย
“เมื่อกี้ปู่ทวดของลูกบอกให้พ่อเตรียมวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ให้ชานชาน พ่อจึงกำลังคิดอยู่ว่าวันเกิดแบบไหนที่จะเป็นวันเกิดที่ยิ่งใหญ่และมีความหมายสำหรับลูก ? ”
“อ้อ วันเกิดที่มีความหมายที่สุดคือตอนที่ทั้งครอบครัวได้มีความสุขด้วยกันอย่างไรล่ะคะ ! ” เจียงชานตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยรอยยิ้ม และพูดต่อ “นี่เป็นครั้งแรกของหนูที่จะได้จัดวันเกิดในเทียนจิงกับปู่ทวด คุณตา คุณยาย คุณลุง คุณป้า ลูกพี่ลูกน้อง…มีคนฉลองวันเกิดด้วยกันเยอะขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นวันเกิดที่มีความหมายที่สุดแล้วค่ะ”
“ใช่แล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ลูบหัวลูกสาวแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ลูกพูดถูก วันที่มีความหมายที่สุดคือตอนที่ครอบครัวอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา ! ”
เมื่อมองดูลูกสาวคนโตของเขา เขาก็รู้สึกมีความสุขและพูดว่า “ชานชาน ไปล้างมือก่อน แล้วเราจะมาทำเค้กวันเกิดด้วยกัน ดีไหม ? ”
“ว้าว เยี่ยมไปเลยค่ะ ! หนูจะได้ทำเค้กวันเกิดกับพ่อแล้ว ! ”
เด็กน้อยวิ่งไปล้างมือด้วยความดีใจ
เจียงเสี่ยวไป๋มองตามร่างของลูกสาวไป หลังจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในห้องครัวพร้อมทั้งรอยยิ้ม
……
ในอีกด้าน เจียงไห่หยางตื่นขึ้นมาแต่เช้า มานั่งข้างโทรศัพท์ เขาดูโทรศัพท์เป็นครั้งคราว ยื่นมือออกไป จากนั้นก็ชักมือกลับมา ลังเลอยู่แบบนั้นหลายครั้ง
“ตาเฒ่า มานั่งทำหน้าลังเลอะไรอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เช้า ? มากินฟองเต้าหู้ก่อนสิ ”
หวังซิ่วจวี๋เดินมาเรียกเจียงไห่หยางไปทานอาหารเช้า พร้อมกับเช็ดหยดน้ำบนมือด้วยผ้ากันเปื้อนของเธอ
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันเกิดของชานชาน ฉันอยากโทรหาเธอ แต่กลัวจะไปรบกวนตระกูลหลิน”
“ลืมมันไปเถอะ ไปกินข้าวเช้าก่อน ถ้าคุณโทรไปหาเธอแต่เช้า ทางนู้นจะคิดว่าเรากำลังเร่งเร้าให้เสี่ยวไป๋กลับมา เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็จะกลับมาในวันพรุ่งนี้แล้ว ไม่โทรไปก็คงไม่เป็นไรหรอก” หวังซิ่วจวี๋กล่าว
นี่ถือเป็นการปลอบใจสามีและปลอบใจตัวเองด้วย
เจียงไห่หยางเดินไปกินข้าวเช้าเงียบ ๆ โดยไม่สนใจมากนัก
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “อย่าคิดมาก ฉันเก็บหางหมูไว้สองสามหางให้ชานชานแล้ว ถ้าเธอกลับมาพรุ่งนี้ก็เอามาทำอาหารให้เธอกิน”
ในช่วงปีใหม่ของคนชิงโจว มีประเพณีการกินอยู่ประเพณีหนึ่ง คือการกินหัวหมูและหางหมู ซึ่งมีความหมายว่า “มีหัวมีหาง”
เป็นเรื่องปกติที่เด็ก ๆ จะกินหางหมูในวันเกิดของพวกเขา สื่อความหมายถึงการมีอายุมากขึ้นหนึ่งปี
เจียงไห่หยางตกตะลึง และพูดว่า “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฉันไม่เห็นหางหมูในหม้อไฟวันนั้น ที่แท้ว่าคุณเป็นคนเก็บมันไปนี่เอง ! ”
หวังซิ่วจวี๋ยิ้มและพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ ! ”
……
ที่เทียนจิง
ชายชราได้โทรไปบอกลูก ๆ ของเขาให้มาที่บ้านครบทุกคนแล้ว ยกเว้นแค่หลินต้าจ้าวที่บอกว่าไม่สามารถกำหนดเวลาได้ ส่วนสมาชิกในครอบครัวคนอื่นตกลงที่จะกลับมาทานอาหารเย็นด้วยกัน
หลินต้ากั๋วกลับไปที่เจียงเฉิงในวันแรกของปีใหม่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกลับมาให้ทันวันนี้ เมื่อชายชราต้องการให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เขาจึงไม่ได้มา
ในอีกด้านหนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาลูกสาวของเขาเข้าครัว เพื่อสอนเธอทำเค้กวันเกิด
หลังจากที่ทั้งสองพ่อลูกช่วยกัน ในที่สุดพวกเขาก็ทำเค้กผลไม้นมสดสำเร็จ เจียงชานภูมิใจมากที่เธอได้ทำเค้กก้อนนี้ด้วยตัวเอง
“พ่อคะ หนูขอถ่ายรูปหน่อย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ งั้นลูกก็รีบไปเอากล้องที่อาจารย์มาเร็วเข้า”
“ได้ค่ะ ! ”
เจียงชานวิ่งไปหาติงจงผิงอย่างมีความสุข เพื่อให้เขามาถ่ายรูปให้เธอคู่กับเค้กวันเกิดที่เพิ่งทำเสร็จ
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่ลูกสาวของเขาที่กำลังยุ่งอยู่กับการถ่ายรูป ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะและคิดว่า “โชคดีที่ยังไม่มีวีแชท ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องส่งเข้าวีแชทไปให้เพื่อนเธอดูเป็นคนแรกแน่นอน”
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เจียงชานก็วิ่งตามติงจงผิง “อาจารย์ วันนี้เป็นวันเกิดของหนู หนูขอโทรหาปู่กับย่าได้ไหม ? ”
“แน่นอน อยากให้อาจารย์กดโทรออกให้ไหม ? ”
“ไม่เป็นไรค่ะอาจารย์ หนูจำเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านได้ เดี๋ยวหนูจัดการเอง”
ติงจงผิงมองดูเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้าเขาและคิดในใจ: เธอต้องห่างจากพ่อแม่ตั้งแต่อายุยังน้อยเพียงลำพัง เดินทางมาอยู่ทางเหนือที่ห่างไกลจากบ้านเกิดของเธอมากกว่าหนึ่งพันกิโลเมตร เพื่อมาฝึกไทเก็กกับเขา อีกทั้งเธอยังเป็นคนที่ถ่อมตัวและไม่เอาแต่ใจ แถมยังสุภาพอยู่เสมอ
ในฤดูหนาวทางตอนเหนือ ผู้คนส่วนใหญ่จะนอนบนเตียง เธอไม่เพียงแต่ขยันเท่านั้น แต่เธอมักจะตื่นเช้าทุกวัน เพื่อมาวิ่งจ็อกกิ้งก่อนฝึกซ้อมไทเก็ก ซึ่งไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก เธอก็ไม่หวั่น
เด็กคนนี้ตั้งใจดีจริง ๆ เธอต้องมีอนาคตที่สดใสแน่นอน !
ในตอนนี้ เจียงชานซึ่งมีอนาคตอันไร้ขีดจำกัดก็กำลังคุยโทรศัพท์อยู่
“สวัสดี ! ” เสียงปลายสายดังขึ้น ซึ่งเป็นเจียงไห่หยางที่มารับโทรศัพท์
“คุณปู่ใช่ไหมคะ ? หนูเจียงชานเอง”
“อ่า ! ชานชาน ! ปู่อยากโทรหาหนูอยู่พอดี จะอวยพรวันเกิดให้ ! ”
“ชานชานเหรอ มานี่ มานี่ เอาโทรศัพท์มาให้ฉันก่อน ! ” หวังซิ่วจวี๋ที่นั่งอยู่บนโต๊ะหลุมไฟลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและคว้าโทรศัพท์จากมือเจียงไห่หยางมารับสาย
“ชานชาน สุขสันต์วันเกิด ! วันนี้หลานได้กินหางหมูแล้วหรือยัง ? ” เสียงของหวังซิ่วจวี๋อ่อนโยนขึ้นมาก เธอถามหลานสาวด้วยความเป็นห่วง
“ขอบคุณค่ะคุณย่า หนูยังไม่ได้กินหางหมูเลย กลับบ้านไปทำให้หนูกินด้วยนะคะ”
“โอเค โอเค ย่าจะทำอาหารให้เมื่อหนูกลับมา ! ”
“คุณย่าคะ พ่อกับหนูเพิ่งทำเค้กวันเกิดเสร็จ มันสวยมาก หากคุณย่าฉลองวันเกิดวันมะรืนนี้ หนูจะทำเค้กให้คุณย่าด้วยค่ะ ! ”