ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1180 เคยดูแล้ว
ตอนที่ 1180 เคยดูแล้ว
“แม่เจียอิน ! ”
หวังซิ่วจวี๋ไม่ทันได้หยอกล้อหลานชายของเธอ เธอก็ต้องรีบทักทายอีกฝ่ายแล้ว
หลิวอี้ถิงยังคงอุ้มเจียงห่าวไว้ในอ้อมแขนของเธอและพูดด้วยรอยยิ้ม “แม่เสี่ยวไป๋ ฉันขอให้คุณมีความสุขในวันปีใหม่ และสุขสันต์วันเกิดล่วงหน้านะ ! ”
หวังซิ่วจวี๋รับพูดอย่างรวดเร็วว่า “ขอบคุณมากแม่ยาย สวัสดีปีใหม่เช่นกันนะ ! เดินทางมาเหนื่อย ๆ เข้ามานั่งในบ้านกันเถอะ”
เมื่อพูดออกมาแบบนั้น เธอก็สะกิดให้เจียงไห่หยางที่อยู่ด้านข้างเข้าไปรับเจียงห่าวที่หลิวอี้ถิงกำลังอุ้มไว้
ในเวลานี้ เจียงชานและหลินต้าเหว่ยก็ลงจากรถคันที่จางเสี่ยวชุ่นขับ
“คุณปู่ คุณย่า หนูคิดถึงคุณปู่กับคุณย่ามาก ๆ เลยค่ะ ! ”
เจียงชานกระโดดขึ้นและตะโกนเสียงดัง ทำตัวตื่นเต้นดีใจเกินเหตุ
“คุณย่าก็คิดถึงหนูเหมือนกัน ! ” หวังซิ่วจวี๋ตอบ พร้อมทักทายหลินต้าเหว่ย หลินเจียเหวย และคนอื่น
พวกเขาทักทายและอวยพรปีใหม่ให้กันและกันอยู่สักพัก
ด้วยการกลับมาของครอบครัวเจียงเสี่ยวไป๋ ทำให้บ้านตระกูลเจียงที่เงียบเหงามาหลายวันก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
แม้แต่ครอบครัวของเจียงไห่เทียนและเจียงไห่โปก็มาที่บ้านของพวกเขาด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้อยู่บ้านในช่วงตรุษจีนปีนี้ การกลับมาในวันนี้คือการพบกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาจริง ๆ
รวมถึงคนรับใช้ที่กลับมาทำงาน ทำให้ในบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ตอนนี้มีคนเยอะมาก ซึ่งดูมีชีวิตชีวามาก
พอถึงมื้อกลางวัน มีโต๊ะทั้งหมดสามโต๊ะ คล้ายกับมื้อที่ญาติ ๆ มารวมตัวกันในวันปีใหม่
หลินต้าเหว่ย, เจียงไห่เทียน, เจียงไห่หยาง, เจียงเสี่ยวไป๋ และคนอื่นก็ได้ดื่มเทียนเซี่ยไป๋ โดยที่ชนแก้วกันไม่หยุดหย่อน
มีโต๊ะสำหรับเด็กหนึ่งโต๊ะ พวกเขากำลังดื่มเครื่องดื่มต่าง ๆ และพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อละครเรื่องไซอิ๋วกันอยู่
ตอนนี้เป็นวันที่เจ็ดของเดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติ และ ‘ไซอิ๋ว’ ก็ได้ออกอากาศมาจนถึงตอนที่ 12 แล้ว
เจียงซงจึงเร่งเร้าพวกเขาทันที “รีบกินข้าวกันเถอะ อีกเดี๋ยวละครเรื่อง ‘ไซอิ๋ว’ ก็จะออกอากาศแล้ว”
เจียงเสี่ยวเหลยกล่าวว่า “ตอนที่สิบเอ็ด ‘ตอนราชาวานรอัจฉริยะ’ และตอนที่สิบสอง ‘ตอนถ้ำดอกบัว’ ถูกฉายเมื่อคืนนี้ ใครจะรู้ว่าคืนนี้จะเป็นตอนอะไร ? ”
เจียงถิงกล่าวว่า “หนูรู้ ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยจึงถามด้วยความประหลาดใจว่า “ขนาดฉันยังไม่รู้ว่าเป็นตอนอะไร เธอรู้ได้ยังไง ? ”
หลินจื้อเสียนสงสัยเช่นกัน “ใช่ เธอรู้ได้ยังไง ? ”
เจียงถิงกล่าวว่า “หนูรู้ก็แล้วกัน”
เจียงเสี่ยวเหลยไม่เชื่อ จึงพูดว่า “ถ้ารู้ งั้นก็บอกมาว่าคืนนี้คือตอนอะไร ? ”
เจียงถิงกล่าวว่า “คืนนี้เป็นตอนที่สิบสามและสิบสี่ไง ! ”
เจียงเสี่ยวเหลย: …..
เจียงซง: ? – –
หลินจื้อหลิน: “……”
เด็ก ๆ ทุกคนสับสนอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ที่เธอบอกว่ารู้ คือแบบนี้ใช่ไหม ? ”
“ใช่ ก็ไม่มีใครรู้ว่าคืนนี้จะฉายตอนที่สิบสามและสิบสี่”
“น่าเบื่อ ! ”
“ใช่ ไร้สาระมาก มารอดูกันเถอะ ! ”
“……”
ทุกคนกำลังทานอาหารท่ามกลางเสียงหัวเราะ หวังซิ่วจวี๋ก็เอาหางหมูหลายชิ้นให้เจียงชานแล้วพูดว่า “ชานชาน รีบกินซะ นี่คือสิ่งที่ย่าเก็บไว้ให้หลานโดยเฉพาะ”
“ขอบคุณค่ะคุณย่า ! ” เจียงชานกินอย่างมีความสุข และบอกเธอว่า “พรุ่งนี้หนูจะทำเค้กวันเกิดให้คุณย่าด้วยมือของหนูเอง”
หวังซิ่วจวี๋ยิ้มอย่างร่าเริงและพูดว่า “แค่หลานมีความตั้งใจก็พอแล้ว พรุ่งนี้จะมีแขกมาจำนวนมาก ห้องครัวคงไม่ว่างให้หนูได้เข้าไปทำเค้กหรอก”
เจียงชานกล่าวว่า “อย่ากังวลเรื่องนี้เลยค่ะ หนูจะจัดการเอง ! ”
เธอพูดด้วยท่าทางมั่นใจ
หวังซิ่วจวี๋อดไม่ได้ที่จะลูบหัวของเธอแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “หนูฉลาดมาก ! ”
……
หลังมื้ออาหาร เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้มีเวลาพูดคุยกับเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋
“พ่อครับ พรุ่งนี้วันเกิดแม่ พ่อได้เตรียมทุกอย่างไว้แล้วหรือยังครับ ? ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ทุกอย่างพร้อมแล้ว พ่อบ้านเฉียวจะเริ่มจัดเตรียมทันทีที่เขามาถึงในตอนเช้า เขายังขอให้คนในหมู่บ้านอีกหลายสิบคนมาช่วย เรื่องนี้ไม่ต้องกังวลไป”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า เมื่อปีที่แล้วเนื่องไม่ได้เตรียมการอะไร และเนื่องจากมีแขกมาจำนวนมาก เขาจึงไม่ได้มีเวลาออกมาต้อนรับแขกเลย
ท้ายที่สุดแล้ว ต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ที่มาช่วยกันทำอาหารต้อนรับแขก
แม้ว่าปีนี้จะมีแม่บ้านและคนรับใช้อยู่ที่บ้าน แต่หากตัดสินจากจำนวนแขกเมื่อปีที่แล้ว ก็ยังไม่เพียงพอ
ในที่สุด เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินว่าพ่อได้ไปขอคนในหมู่บ้านมาช่วยแล้ว
“เอาล่ะ ผม…”
ขณะที่เขากำลังจะพูดเพิ่มเติม จู่ ๆ เสียงเพลงประกอบละครก็ดังมาจากทีวี
“หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ ไซอิ๋วกำลังจะเล่นแล้ว ! ” เจียงไห่หยางไม่สนใจคุยกับเขาอีกต่อไป และวิ่งไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อดูทีวีทันที
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่น และได้แต่พึมพำว่าเสน่ห์ของ ‘ไซอิ๋ว’ นั้นมีอิทธิพลต่อผู้คนขนาดไหน
เมื่อเห็นว่าตอนนี้เหลือตัวเองอยู่คนเดียว เขาจึงเดินไปที่ห้องนั่งเล่น
ในเวลานี้ ห้องนั่งเล่นก็เต็มไปด้วยผู้คน และทุกคนก็กำลังจับจ้องไปที่หน้าจอทีวีด้วยความตื่นเต้น
‘ตอนที่ 13: กำจัดปีศาจจากแดนไก่ดำ’
เมื่อชื่อของตอนที่สิบสามแสดงบนหน้าจอ เจียงเสี่ยวไป๋ก็อดยิ้มไม่ได้
“เอ่อ… ทำไมถึงเป็นตอนนี้ล่ะ ! ”
“ฉันเคยดูตอนนี้มาก่อนแล้ว ! ”
“ว้าว…ฉันก็เคยดูมาเหมือนกัน ! ”
“มันจะแตกต่างจากเดิมไหม ? ”
“……”
ในห้องนั่งเล่น หลายคนต่างก็คาดเดาและโอดครวญยกใหญ่
เนื่องจากว่าตอนกำจัดปีศาจจากแดนไก่ดำเคยออกอากาศมาแล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปี 1982
ซึ่งตอนนั้นเป็นตอนนำร่อง และออกอากาศเพียงตอนเดียวเท่านั้น
ยังไงก็ตาม ตอนนี้ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับคนดูจนถูกเล่นซ้ำนับครั้งไม่ถ้วน และกลายเป็นที่รู้จักของผู้คนมากมาย
แน่นอนว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ดู
หลังจากพูดคุยกันสักพัก ทุกคนก็เงียบลงอีกครั้งเมื่อละครเริ่มดำเนินไป
แม้ว่าพวกเขาจะเคยดูมาแล้วก็ตาม แต่ความคลาสสิกก็คือความคลาสสิก และคนดูไม่มีวันเบื่อมัน
จนกระทั่งตอน ‘กำจัดปีศาจจากแดนไก่ดำ’ เล่นจบ ทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “พ่อเสี่ยวไป ออกไปสูบบุหรี่กันเถอะ จะได้กลับมาทันดูตอนต่อไป”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “เอาล่ะ งั้นออกไปสูบบุหรี่กันก่อน ไซอิ๋วตอนนี้มันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจมาก”
เจียงไห่เทียนพูดว่า “ฉันก็จะไปเหมือนกัน”
ดังนั้นพวกผู้ชายจึงออกไปสูบบุหรี่ ส่วนคนที่ไม่สูบบุหรี่ก็ไปเข้าห้องน้ำหรือดื่มน้ำ และเด็ก ๆ ก็ออกไปวิ่งเล่นรอข้างนอก
นอกจากนี้ยังมีคนที่ขี้เกียจจะขยับที่นั่ง และรอตอนต่อไป ราวกับว่าพวกเขากลัวว่าที่นั่งดี ๆ ของตนเองจะถูกพรากไปหลังจากที่พวกเขาลุกออกไป
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ออกไปสูบบุหรี่ด้วย
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “จริงสิ ในเมื่อลงโฆษณาใน ‘ไซอิ๋ว’ แล้ว ทำไมไม่ลงโฆษณาสักสองสามตัวตอนจบของแต่ละตอนไปเลยล่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม และชี้ไปที่เจียงไห่เทียน, เจียงไห่หยาง, หลินเจียเหวย และกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ จากนั้นก็ชี้ไปที่ผู้คนที่เข้าและออกจากห้องน้ำแล้วพูดว่า “ถ้าผมลงโฆษณาไว้ตอนจบตอนของละคร พ่อคิดว่าพวกเขาจะดูโฆษณาของผมไหม ? ”
หลินต้าเหว่ยสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเสียงดัง เขาพูดว่า “ทุกคนใช้เวลาห้านาทีระหว่างที่โฆษณาเข้ามาแทรก เพื่อออกมาสูบบุหรี่และไปเข้าห้องน้ำ แม้ว่าโฆษณาจะออกอากาศ พวกเขาก็ไม่ได้สนใจ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใช่ครับ ดังนั้นการตัดสินใจในการวางโฆษณาที่ถูกต้องคือต้องไม่ใช่วางโฆษณาไว้ตอนจบตอน”
ตามความทรงจำของเขา ในยุคหลังว่ากันว่าบริษัทแห่งหนึ่งสรุปออกมาว่าหลังจากละครทางโทรทัศน์ออกอากาศจบไปตอนหนึ่ง ปริมาณการใช้น้ำของประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันหลายร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเวลาปกติ
ในตอนแรกพวกเขาก็รู้สึกแปลกใจ และไม่รู้ว่าทำไม
แต่ภายหลังพบว่าปรากฏการณ์นี้เกิดจากการที่ผู้คนใช้ช่วงเวลาที่โฆษณาเข้ามาแทรก ลุกไปห้องน้ำหรือไปทำธุระอย่างอื่น