ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1191 ทุกคนรู้สึกสดชื่นในช่วงเทศกาลแห่งความสุข
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1191 ทุกคนรู้สึกสดชื่นในช่วงเทศกาลแห่งความสุข
ตอนที่ 1191 ทุกคนรู้สึกสดชื่นในช่วงเทศกาลแห่งความสุข
ความตั้งใจของหลินต้าเหว่ยคืออยากให้หลินเจียอินอยู่ในเจี้ยนหยาง
และสาเหตุก็คือเพราะเขาต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ซึ่งไม่ว่าเขาจะป่วยจริงหรือไม่จริงก็ตาม เขาก็จะไปโรงพยาบาลและขอให้หลินเจียอินอยู่ดูแลเขา
และถ้าหากว่าหลินเจียอินไม่ไปดูแลเขา เขาก็จะบอกว่าหลินเจียอินเป็นคนไม่กตัญญู
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาทันที จากนั้นหลินต้าเหว่ยก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง “อย่างไรก็ตาม พ่อว่าลูกควรกลับไปที่ชิงโจวเร็ว ๆ เพื่อไปดูแลเจียงเจียกรุ๊ป บริษัทใหญ่เช่นนี้ หากประธานไม่อยู่ที่นั่น ลูกซึ่งเป็นผู้ช่วยประธานก็จะต้องอยู่ที่นั่น”
มุมปากของเจียงเสี่ยวไป๋กระตุกอย่างแรง ยิ่งพ่อตาของเขาพูดออกมามากเท่าไร เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น เขาไม่เพียงต้องการเก็บหลินเจียอินไว้ที่เจี้ยนหยางเท่านั้น แต่ยังต้องการไล่ให้เขากลับไปที่ชิงโจวอีกด้วย
ด้วยวิธีนี้ จะทำให้เขาและภรรยาต้องห่างกัน และเจ้าตัวน้อยทั้งสองก็จะต้องอยู่ที่นี่
เขาจะทนกับเรื่องนี้ได้อย่างไร ?
“พ่อ เราเจรจากันได้ไหม พ่อไม่ต้องไปนอนโรงพยาบาลหรอก ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ยกมือยอมแพ้และพูดอย่างช่วยไม่ได้
เขาไม่เข้าใจลูกไม้ของพ่อตาเลยจริง ๆ
มันไม่ต่างอะไรจากสนธิสัญญาที่ถูกบังคับให้เซ็นด้วยปลายหอกปลายปืน ที่มีแต่จะต้องตอบตกลงเท่านั้น
หลินต้าเหว่ยยังรู้สึกเหมือนกำลังกำชัยชนะ จากนั้นเขาก็พูดว่า “มันเป็นเรื่องพื้นฐานที่เวลาไม่สบายต้องเข้าโรงพยาบาล หรือว่าพ่อป่วยแล้วไม่ต้องไปโรงพยาบาล ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างรวดเร็วว่า “แน่นอนว่าพ่อต้องเข้าโรงพยาบาลถ้าพ่อป่วย แต่จะเป็นอย่างไรถ้าอาการป่วยของพ่อหายขาด แล้วไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลล่ะ ? ”
หลินต้าเหว่ยพึมพำออกมาว่า “ที่พ่อป่วยเพราะทำงานหนักเกินไป มันยากที่จะหาย”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยสีหน้าขมขื่นว่า “แต่ผมคิดว่าอาการของมันจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ”
หลังจากพูดจบ เขาก็กล่าวว่า “คราวนี้บูทจัดแสดงเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์แห่งชาติจะจัดขึ้นที่เทียนจิง และทางเจี้ยนหยางจะเป็นเจ้าภาพ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียค่าธรรมเนียมการสนับสนุนแม้แต่หยวนเดียว ! ”
หลินต้าเหว่ยแอบยิ้มมุมปาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงทำหน้าขึงขัง “แล้วงบประมาณในการจัดงานนี้ล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กัดฟัน แล้วพูดว่า “เจียงเจียกรุ๊ปจะเป็นคนออกให้ทั้งหมด ! ”
หลินต้าเหว่ยกล่าว “แล้วเงินค่าตอบแทนของพนักงานที่ทางเจี้ยนหยางส่งไปล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงกัดฟัน “แน่นอน เจียงเจียกรุ๊ปจะจ่ายให้”
หลินต้าเหว่ยที่ได้ฟังก็มีความสุขมาก
เพราะเขาไม่เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสนับสนุนสำหรับงานนี้เท่านั้น แต่เขายังไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่ของเจี้ยนหยางที่ส่งไปอีกด้วย
บรรลุเป้าหมายหลายสิ่งหลายอย่างด้วยหินก้อนเดียว !
เขาจินตนาการไว้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากบูทจัดแสดงเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์แห่งชาติจัดขึ้นที่เทียนจิง และเจี้ยนหยางก็ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ
ในเวลานี้ เขาจึงพูดว่า “อ้อ ไม่แปลกที่คนโบราณจะบอกว่าคนเราจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อเจอเรื่องที่มีความสุข จู่ ๆ ลูกก็มาบอกข่าวดีให้พ่อฟัง มันทำให้พ่อสบายใจไปหมด จนอาการเจ็บป่วยก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะหายไปเป็นปลิดทิ้ง ตอนนี้ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หันหลังกลับ ไม่อยากเห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ของพ่อตา
อย่างไรก็ตาม หลินต้าเหว่ยก็ได้มองข้ามท่าทางของเขาไป และถามด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวไป๋ แล้วลูกวางแผนที่จะจัดบูทจัดแสดงเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์เมื่อไหร่ล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ต้องการตอบ แต่ก็ต้องตอบ เพราะท้ายที่สุดแล้วสิ่งเหล่านี้จะต้องดำเนินการโดยที่ว่าการอำเภอเจี้ยนหยาง ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดไปว่า “ผมคิดว่าน่าจะเป็นวันที่ 15 มีนาคมครับ ! ”
“อะไรนะ ? 15 มีนาคม ? ”
หลินต้าเหว่ยตกใจเมื่อได้ยินแบบนี้และอุทานออกมาว่า “ลูกพูดผิดหรือเปล่า ? วันนี้เป็นวันที่ 6 แล้ว อีกไม่ถึง 10 วันก็จะเป็นวันที่ 15 ลูกจะจัดงานนี้ที่เทียนจิง และนี่เพิ่งผ่านปีใหม่มา มันจะทันได้อย่างไร ? ”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋เห็นว่าหลินต้าเหว่ยกังวล เขาก็มีความสุขจริง ๆ เขารู้สึกราวกับว่าเขาได้แก้แค้นคืนเมื่อครู่นี้แล้ว จากนั้นจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถึงเวลาแล้วครับ เพราะผมเชื่อประสิทธิภาพการทำงานของทางการเจี้ยนหยาง ! ”
หลินต้าเหว่ยรู้สึกหดหู่ใจ เขาเพิ่งกลับมาได้เปรียบ แต่ตอนนี้เขากลับติดกับอีกแล้ว
มันให้ความรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะ
เขาพูดอย่างเร่งรีบว่า “หากงานนี้จัดขึ้นที่เจี้ยนหยาง เราคงทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ลูกจัดงานนี้ในเทียนจิง เราคงไม่สามารถทำมันได้อย่างรวดเร็วที่นั่น ! ”
“ไม่ ลูกต้องเผื่อเวลาให้พ่อมากกว่านี้”
เมื่อเห็นว่าพ่อตาของเขากังวล เจียงเสี่ยวไป๋ก็หยุดล้อเล่น
ท้ายที่สุดแล้ว การจัดบูทจัดแสดงเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ให้ออกมาดีที่สุดคือสิ่งที่สำคัญ
เมื่อคุณทะเลาะกับพ่อตา ก็แกล้งเขาไปบ้าง แต่คุณไม่สามารถทำให้งานเสียได้
เขาส่งบุหรี่ให้กับหลินต้าเหว่ย และพูดอย่างจริงจัง “พ่อครับ ที่จริงแล้วผมเจอสถานที่เหมาะ ๆ ในเทียนจิงตอนที่ไปฉลองตรุษจีนที่นั่น จึงขอให้พี่เจียเซิ่งจองที่ให้ หลังจากที่พ่อส่งคนไปที่เทียนจิงแล้ว ก็แค่ไปติดต่อเขา”
หลินต้าเหว่ยตกตะลึงและพูดด้วยความตื่นเต้น “เจ้าเด็กนี่ ทำไมไม่บอกกันแต่แรกที่ได้จัดเตรียมสถานที่ที่เทียนจิงไว้หมดแล้ว ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นก็คือตอนนี้พ่อมีเวลาพอแล้วนะครับ ! ”
หลินต้าเหว่ยพยักหน้าและกล่าวว่า “ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่มีปัญหา”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็พูดว่า “งั้นเราเข้าบ้านกันก่อน พ่อจะต้องไปโทรศัพท์อีกสักสองสามสาย เรื่องนี้จะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “พ่อครับ ไม่ต้องรีบไป ! ”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “เวลามีจำกัดและงานก็หนัก นี่เป็นครั้งแรกของพ่อที่ต้องไปทำงานที่เทียนจิง และอยู่ภายใต้สายตาของชายชรา พ่อไม่สามารถทำให้เขาอับอายได้ ต้องทำให้ดีที่สุด”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ต้องรีบร้อนหรอกครับ ผมยังมีเรื่องอื่นจะบอกพ่อ”
“เกิดอะไรขึ้น ? บอกพ่อมาเร็ว ๆ สิ ! ” หลินต้าเหว่ยเร่งเร้า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีอารมณ์จะฟัง
ท้ายที่สุดก็เหลือเวลาเพียง 9 วันเท่านั้น
ยังมีงานให้เขาทำอีกมากมาย เขาจึงไม่อยากจะเสียเวลาที่นี่
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างใจเย็น “พ่อครับ หลังจากงานจัดบูทแสดงเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์จบลง ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จากชิงโจวไปยังเจี้ยนหยางก็จะต้องเริ่มการก่อสร้างโดยเร็วที่สุด”
“ปัจจุบัน นิคมอุตสาหกรรมในเจี้ยนหยางขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีโรงงานเพิ่มมากขึ้น แต่การคมนาคมที่ไม่สะดวกยังคงจำกัดการพัฒนาของเจี้ยนหยาง”
เมื่อหลินต้าเหว่ยได้ยินที่เขาพูด เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “ใช่ เราต้องรีบสร้าง เราจะปล่อยให้การจราจรขัดขวางการพัฒนาของเจี้ยนหยางไม่ได้เด็ดขาด ! ”
หลังจากเสร็จสิ้น เขาก็กัดฟันและพูดว่า “แต่ไม่ต้องกังวล พ่อจะดูแลความคืบหน้าของโครงการนี้เป็นการส่วนตัว ปัญหาต่าง ๆ จะต้องลดลงอย่างมาก”
จากนั้น ทั้งสองก็เดินคุยกันระหว่างเดินกลับบ้าน
หลินต้าเหว่ยรีบเข้าไปในห้องทำงานเพื่อโทรศัพท์ไปจัดแจงงานให้เสร็จ
ในห้องนั่งเล่น เจียงเสี่ยวไป๋หยิบบุหรี่ออกมายื่นให้หลินเจียเหวยแล้วถามว่า “พี่เจียเหวย ตอนนี้ทักษะการขับรถของพี่เป็นอย่างไรบ้าง ? ”
“พอได้ ! ” หลินเจียเหวยหยิบบุหรี่ขึ้นมาและยิ้มอย่างเก้อเขิน ก่อนจะพูดว่า “ตอนที่ฉันกลับมาที่เจี้ยนหยางในวันที่ 9 ฉันขอเสี่ยวจางขับกลับเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและบอกว่าเขารู้แล้ว เพราะเมื่อกลับไป จางเสี่ยวชุ่นก็ได้รายงานให้เขาทราบทันที
“พี่เจียเหวย ผมมีรถให้พี่ด้วยนะ อีกสองสามวันคงจะมาถึง เมื่อมาถึง ผมจะแจ้งให้พี่ทราบ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว
เมื่อได้ยินแบบนี้ ไม่เพียงแต่หลินเจียเหวยเท่านั้นที่เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ แต่หลิวอี้ถิง, หานหยุนอิง หรือแม้แต่หลินเจียอินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยเช่นกัน
“ทำไมพวกคุณถึงมองมาที่ผมล่ะ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ เสี่ยวไป๋ มันแพงเกินไป ฉันรับไม่ได้หรอก” หลังจากที่หลินเจียเหวยกลับมามีสติ เขาก็ส่ายหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“สามี คุณไปแอบซื้อมันตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ขนาดฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” หลินเจียอินถามอย่างมีความสุข