ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1202 ภาพถ่าย
ตอนที่ 1202 ภาพถ่าย
“เรียนท่านผู้นำและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน…”
ในขณะนี้ เสียงของเย่กวงโต้วก็ดังขึ้นบนเวที
สำหรับการจัดงานประเภทนี้ เย่กวงโต้วก็เริ่มคุ้นเคยกับมันแล้ว เขาดูไม่มีความกังวลใจและประหม่าเหมือนในงานประชุมตัวแทนจัดจำหน่ายในเจียงเฉิงเมื่อปีที่แล้วอีกต่อไป
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นว่าสิ่งต่าง ๆ กำลังพัฒนาไปตามทิศทางที่วางแผนไว้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในงานเป็นเวลานาน เขามาที่เทียนจิงเพื่อเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า
นั่นคือเรื่องสกัดก๊าซธรรมชาติในถู่เฉิง
ก่อนที่จะมาที่เทียนจิง เจียงเสี่ยวไป๋ได้โทรหาหลินเจียเซิ่ง และขอให้เขาช่วยแนะนำผู้เชี่ยวชาญในการสกัดก๊าซธรรมชาติในเทียนจิงให้
เดิมทีเขาคิดว่าหลินเจียเซิ่งทำงานในแผนกทรัพยากรบุคคลและจะรู้จักผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้เยอะ
แต่ไม่คาดคิดว่าหลินเจียเซิ่งจะฝากเรื่องนี้ไว้กับเฉาเสวี่ยรุ่ยโดยตรง
เฉาเสวี่ยรุ่ยเป็นภรรยาของหลินเจียตง และทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ปิโตรเลียม เธอจึงมีสายสัมพันธ์กับผู้คนในแวดวงนี้ และเธอก็ตั้งใจจะแนะนำให้เขารู้จักกับผู้เชี่ยวชาญชื่อเฉียวเจิ้งเหลียง
เมื่อคืน เจียงเสี่ยวไป๋โทรหาหลินเจียเซิ่งเพื่อสอบถามเรื่องนี้แล้ว หลินเจียเซิ่งก็ให้ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์แก่เขา โดยบอกว่าเขาได้เกริ่นกับอีกฝ่ายไปแล้ว และให้เจียงเสี่ยวไป๋ไปหาเฉียวเจิ้งเหลียงได้ทันทีที่มาถึง
เจียงเสี่ยวไป๋ออกมาจากงานแสดงบูธเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ เรียกแท็กซี่และมาถึงอาคารเล็ก ๆ ที่ดูแปลกตาตามที่อยู่ที่หลินเจียเซิ่งให้มา
มีไม้เลื้อยไปตามฝาผนังด้านนอกของบ้านหลังเล็ก ประตูเหล็กเล็กๆ ช่วยแยกเสียงรบกวนจากภายนอก และให้ความเงียบสงบในลานบ้าน
เมื่อเขากดกริ่งนอกประตูเหล็ก และหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีผู้หญิงสวมผ้ากันเปื้อนออกมา ดูเหมือนว่าเธอน่าจะเป็นแม่บ้านของที่นี่
“สวัสดี ! ไม่ทราบว่าคุณมาหาใครเหรอคะ ? ” หญิงคนนั้นถามขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างสุภาพว่า “สวัสดีครับ ! นี่คือบ้านของคุณเฉียวเจิ้งเหลียงใช่ไหม ? ”
“ใช่แล้ว ไม่ทราบคุณคือ ? ”
“ฉันชื่อเจียงเสี่ยวไป๋ คุณเฉาเสวี่ยรุ่ยแนะนำผมให้มาที่นี่ เธอเคยคุยกับคุณเฉียวทางโทรศัพท์มาก่อน”
“เอ่อ กรุณารอสักครู่นะคะ ฉันจะเข้าไปถามคุณท่านก่อน”
“ครับ ขอบคุณมาก ! ”
หลังจากทักทายกันง่าย ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยืนอยู่นอกประตู อดทนรอคำเชิญของเจ้าบ้าน
หลังจากนั้นไม่นาน ประตูก็เปิดออกอีกครั้ง หญิงคนเดิมก็ออกมาเชิญเจียงเสี่ยวไป๋เข้าไปในบ้าน
เมื่อเข้ามาแล้ว จะมีทางเดินหินคดเคี้ยวตรงกลางลานตรงไปยังประตูบ้าน มีดอกไม้ ต้นไม้และพืชพรรณต่าง ๆ เรียงรายอยู่ทั้งสองข้างทาง จะเห็นได้ว่าเจ้าของบ้านหลังนี้ดูแลมันอย่างดี อย่างไรก็ตามทางเหนือที่ซึ่งฤดูใบไม้ผลิมีอากาศหนาวเย็นแบบนี้ ทำให้บรรยากาศของมันดูรกร้างอยู่บ้าง
แม่บ้านพาเจียงเสี่ยวไป๋เข้าไปในห้องนั่งเล่น
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าไปในห้องและเห็นชายชราที่ดูแข็งแรงอายุประมาณหกสิบปีนั่งอยู่บนโซฟา
จากนั้น แม่บ้านก็พูดกับชายชราว่า “คุณเฉียวคะ นี่คือคุณเจียงเสี่ยวไป๋”
จากนั้น เธอก็หันกลับมาและพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “คุณเจียง นี่คือคุณเฉียวค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ก้าวไปข้างหน้าและกล่าวสวัสดีอย่างสุภาพ “สวัสดีคุณเฉียว ! ผมชื่นชมชื่อเสียงของคุณมานานแล้ว ! แต่ผมกลับมาหาคุณอย่างบุ่มบ่าม ต้องขออภัยที่รบกวน ! ”
เฉียวเจิ้งเหลียงโบกมือแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับคุณเจียง เชิญนั่งลงก่อน”
ทั้งสองนั่งลง จากนั้นสาวใช้ก็นำชาที่ชงแล้วออกมาเสิร์ฟ
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบบุหรี่ออกมาแล้วยื่นให้เฉียวเจิ้งเหลียง จากนั้นเขาก็มองไปรอบ ๆ ห้องนั่งเล่นแล้วพูดว่า “คุณเฉียว ตอนนี้คุณเกษียณแล้วหรือยัง ? ”
เฉียวเจิ้งเหลียงถอนหายใจแล้วพูดว่า “ใช่ ฉันเกษียณเมื่อปลายปีที่แล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจความรู้สึกของชายที่เพิ่งเกษียณและกล่าวว่า “คุณได้อุทิศเวลาหลายสิบปีให้กับงาน ถึงเวลาแล้วที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับบั้นปลายของชีวิต”
เฉียวเจิ้งเหลียงกล่าวว่า “คนรุ่นเราไม่สามารถอยู่เฉยได้หรอก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างสุดซึ้งว่า “ใช่ครับ พ่อแม่ของผมก็อายุพอกันกับคุณ พวกท่านทำงานหนักมาตลอดชีวิต ตอนนี้เมื่อสถานการณ์ที่บ้านดีขึ้นมา ผมก็อยากให้พวกเขาพัก แต่พวกเขาก็ยังจะหาอะไรทำอยู่ดี”
เฉียวเจิ้งเหลียงหัวเราะและรู้สึกประทับใจกับชายหนุ่มคนนี้
ถ้อยคำง่าย ๆ ทำให้พวกเขาทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น
“โอเค เรามาเริ่มคุยเรื่องสำคัญกันดีกว่า”
เฉียวเจิ้งเหลียงกล่าวว่า “เสี่ยวเฉาโทรหาฉันและบอกว่าน้องเขยของเธอกำลังพัฒนาโครงการก๊าซธรรมชาติ แต่เธอไม่ได้อธิบายรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง เธอบอกฉันเพียงว่าน้องเขยของเธอจะมาคุยกับฉันด้วยตนเอง คุณเจียง นี่คือเหตุผลที่คุณมาที่นี่ใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ใช่ครับ วันนี้ที่ผมมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้ แต่ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องนี้ ผมอยากจะขอให้คุณดูอะไรบางอย่างก่อน”
หลังจากพูดจบ เจียงเสี่ยวไป๋ก็หยิบรูปถ่ายออกมาจากกระเป๋าถือของเขาและวางทีละรูปลงบนโต๊ะกาแฟตรงหน้าเหล่าเฉียว
เหล่าเฉียวเองก็ไม่รู้ว่ามันคือรูปอะไร แต่เขาก็ยังหยิบรูปถ่ายสองสามใบนั้นขึ้นมาดู
บางภาพที่เขาเห็นเป็นบ้านเตี้ย ๆ เห็นได้ชัดว่าบ้านเหล่านั้นอยู่ในสภาพทรุดโทรม และไม่รู้ว่ามีอายุมากี่ปีแล้ว
ในความทรงจำของเขา เขาเคยเห็นบ้านหลังนี้ในช่วงทศวรรษ 1960 เท่านั้น
ภายในและภายนอกบ้านบางหลังมีเด็ก ๆ ใส่เสื้อผ้าผืนบาง ไม่พอดีตัว ใบหน้าเล็ก ๆ ของพวกเขาแดงก่ำจากความหนาวเย็น และบางคนเป็นคนแก่ที่มีใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น และดวงตาที่ดูเหม่อลอย หมดสิ้นความหวัง
นอกจากนี้ยังมีวัยรุ่นแบกตระกร้าที่สูงกว่าตนที่เต็มไปด้วยเม็ดข้าวหนัก เดินไปตามถนนบนภูเขาด้วยความยากลำบาก
เด็กชายวัยรุ่นที่ดูจะยังไม่บรรลุนิติภาวะแบกถังไว้บนไหล่ มันหนังจนหลังของเขาโก่งงอ
ภาพอื่น ๆ เป็นภาพภูเขาอันกว้างใหญ่และถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อบนภูเขา ซึ่งไม่เพียงแต่คดเคี้ยวและสูงชันเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยแอ่งน้ำชวนให้ลื่นอีกด้วย
ภาพบางภาพเป็นภาพถ่ายโรงเรียนประถมในหมู่บ้านบนภูเขา เด็ก ๆ กำลังนั่งอยู่ในห้องเรียนที่มีลมแรง มือเล็ก ๆ ของพวกเขาถือดินสอที่ถูกเหลาจนสั้นชนิดที่แทบจะจับต่อไม่ได้แล้ว แต่พวกเขายังคงลังเลที่จะทิ้งมันไป ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาและฝักใฝ่ในความรู้ เพื่อหวังที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขา
……
ยิ่งเหล่าเฉียวดูภาพพวกนี้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งขมวดคิ้วมากขึ้น หลังจากดูรูปทั้งหมดบนโต๊ะครบทุกรูป ดวงตาของเขาก็ชื้นขึ้น เขาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือออกมาว่า “คุณเจียง คุณหมายถึงอะไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ “คุณเฉียว รูปถ่ายที่คุณเห็นตอนนี้คือสถานการณ์ปัจจุบันของถู่เฉิง”
“ถู่เฉิงยากจนขนาดนี้เลยเหรอ ? ” เฉียวเจิ้งเหลียงถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “จีดีพีต่อหัวในปัจจุบันของประเทศอยู่ที่ประมาณ 900 หยวนต่อคน แต่คุณรู้ไหมว่าถู่เฉิงมีรายได้ต่อหัวเท่าไหร่ ? ”
โดยไม่รอคำตอบ เขาก็ได้พูดต่อ “ตอนนี้รายได้ต่อหัวต่อปีในถู่เฉิงน้อยกว่า 50 หยวนเสียอีก”
เฉียวเจิ้งเหลียงรู้สถานการณ์ในถู่เฉิงอย่างคลุมเครือ เขามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง “สถานที่ที่คุณค้นพบก๊าซธรรมชาติอยู่ในถู่เฉิงงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ใช่ครับ มันอยู่ที่ถู่เฉิง และผลการสำรวจทางธรณีวิทยาเบื้องต้นก็ออกมาแล้ว”
เฉียวเจิ้งเหลียงจึงรีบถามออกมาทันที “แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบว่า “ตามผลการสำรวจเบื้องต้นของทีมสำรวจทางธรณีวิทยา ปริมาณของก๊าซธรรมชาตินั้นไม่น้อยเลย แต่หากต้องการข้อมูลตัวเลขที่จำเพาะเจาะจงจำ ก็เป็นต้องทำการสำรวจเชิงลึก”
เฉียวเจิ้งเหลียงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“แต่ตอนนี้เราเหมือนกำลังปกป้องภูเขาสมบัติอย่างเปล่าประโยชน์ เมื่อมองไปที่ภูเขา เราก็ได้แต่ถอนหายใจ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดไปครึ่งหนึ่งของประโยค
เฉียวเจิ้งเหลียงหยิบบุหรี่ในมือขึ้นมาและยังคงเงียบขณะที่มองรูปถ่ายในมือไปด้วย