ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1221 ความประหลาดใจยังคงมีไม่สิ้นสุด
ตอนที่ 1221 ความประหลาดใจยังคงมีไม่สิ้นสุด
อันที่จริง เจิ้งเสี่ยวเหมยพูดผิด
แปดชั้นด้านล่างของอาคารชิงโจวนั้นจะทำเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ไม่ใช่ซูเปอร์มาร์เก็ต
ในการออกแบบของเจียงเสี่ยวไป๋ ชั้นล่างแปดชั้นของอาคารชิงโจวนั้นจะเป็นเหมือนกับซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในรุ่นต่อมา โดยที่แปดชั้นเหนือพื้นดินนั้นจะทำเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตจะอยู่ที่ชั้นแรก
แต่เจิ้งเสี่ยวเหมยไม่ใช่พนักงานสายนั้นโดยตรง และไม่ได้เข้าอบรมส่งเสริมการลงทุน ดังนั้นเธอจึงมีเพียงความเข้าใจทั่วไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่แจ้งให้ลูกค้าทราบว่าชั้นหนึ่งถึงชั้นแปดของอาคารชิงโจวเป็นที่ขายของ ก็ไม่สำคัญว่าจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตหรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่
หลังจากที่เสี่ยวหวังและอีกสองคนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เสี่ยวเถียนก็พูดว่า “ซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่มาก จากนี้ไปเราจะซื้อของอะไรก็ได้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตงั้นเหรอ ? ”
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้มและกล่าวว่า “โดยพื้นฐานแล้ว คุณสามารถซื้อทุกสิ่งที่คุณต้องการได้ ตั้งแต่เครื่องใช้ในครัวเรือนไปจนถึงเข็มและด้าย คุณสามารถซื้อทุกสิ่งที่คุณต้องการสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเสื้อผ้า อาหาร ของเล่น และสื่อการเรียนการสอน”
เสี่ยวเถียนพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “จากนี้ไป ถ้าเราอาศัยอยู่ชั้นบน จะซื้อของก็แค่ลงมาชั้นล่าง ! ”
เจิ้งเสี่ยวเหมยพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ค่ะ ด้านนอกชุมชนคืออาคารชิงโจว ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน”
เสี่ยวหวังก็พยักหน้า ยิ่งเขาเข้าใจมากเท่าไร เขาก็ยิ่งตัดสินใจแน่วแน่ที่จะซื้อบ้านหลังนี้มากขึ้นเท่านั้น
เพราะเขาหาเหตุผลที่จะไม่ซื้อไม่เจอเลย
ส่วนเทียนเทียนยังคงคิดถึงของเล่นชิ้นโปรดของเขา เด็กน้อยจึงพูดว่า “คุณป้าครับ แล้วของเล่นพวกนี้หาซื้อในซุปเปอร์มาร์เก็ตได้ไหม ? ”
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้มและพูดว่า “แน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น ไม่เพียงมีแต่ของเล่นที่หนูเห็นในนี้เท่านั้น แต่ยังมีของเล่นมากมายให้เลือกซื้อ”
“เรามีห้องตัวอย่างแปดห้องใช่ไหม ? แต่ละห้องก็มีตัวอย่างของเล่นที่แตกต่างกันไป ไม่เหมือนกัน”
ดวงตาของเทียนเทียนเบิกกว้าง “ว้าว แบบนั้นต้องมีของเล่นเยอะมาก ! ”
หลังจากถอนหายใจแล้ว จึงถามว่า “คุณป้า ผมขอไปดูของเล่นในห้องอื่นได้ไหมครับ ? ”
เสี่ยวหวังและเสี่ยวเถียนอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เจิ้งเสี่ยวเหมย เพราะทั้งสองคนก็มีความคิดที่จะไปดูห้องชุดตัวอย่างแบบอื่นด้วย
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้มและพูดว่า “แน่นอน คุณทำได้ค่ะ แต่งานของฉันคือการพาพวกคุณดูห้องชุดนี้เท่านั้น หลังจากที่คุณดูห้องตัวอย่างนี้เสร็จแล้ว คุณสามารถไปเข้าแถวอีกครั้งหลังจากที่คุณออกไปข้างนอก และตัดสินใจว่าจะเลือกชมห้องตัวอย่างแบบไหน แล้วก็ไปต่อแถวนั้น”
เสี่ยวเถียนพยักหน้าและพูดด้วยความเข้าใจ “เราเข้าใจแล้ว แต่ก็มีคนเข้าแถวอยู่ด้านนอกเยอะมาก”
“ขอบคุณที่เข้าใจค่ะ ! ” เจิ้งเสี่ยวเหมยกล่าวขอบคุณออกมา แล้วพูดว่า “อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถเยี่ยมชมห้องชุดตัวอย่างอีกชุดที่มีสามห้องนอนและสองห้องนั่งเล่นได้ เลย์เอาต์จะคล้ายกัน แต่สไตล์การตกแต่งจะแตกต่างออกไป สไตล์เฟอร์นิเจอร์ภายในก็แตกต่างด้วยค่ะ”
ดวงตาของเสี่ยวหวังและเสี่ยวเถียนเป็นประกายขึ้นมาทันที
เสี่ยวเถียนเร่งเร้าว่า “ถ้าอย่างนั้นก็พาเราดูจุดที่ยังไม่ได้ดูให้เสร็จ แล้วพาเราไปดูการตกแต่งสไตล์อื่นเถอะ ! ”
“ใช่ ใช่ หลังจากดูห้องนี้เสร็จแล้ว ผมจะไปดูของเล่นในห้องนั้น” เทียนเทียนพูดด้วยความตื่นเต้น
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้มแล้วพูดว่า “สำหรับห้องชุดนี้ เรายังไม่ได้ไปดูแค่ห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำและห้องครัวค่ะ”
เมื่อพูดอย่างนั้น เธอก็นำทางทั้งสามคนออกจากห้องเด็ก “เราไปที่ห้องนอนใหญ่กันก่อนเถอะค่ะ”
ในห้องนอนใหญ่ สิ่งแรกที่เห็นคือเตียงซิมมอนส์ขนาดใหญ่ 2 เมตร ส่วนพวกเครื่องนอนไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน ผ้านวม หรือหมอน ก็ล้วนอยู่ในสไตล์ที่หรูหรามาก
และที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนคือโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจก ลิ้นชัก และสตูลแต่งหน้า
ไม่มีเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมในห้องนี้ ทำให้ดูเรียบง่ายและอบอุ่น ไม่รกตา
อ้อ และยังมีผ้าม่านด้วย
อีกด้านหนึ่งของห้องถูกกั้นด้วยผ้าม่านสูงจากพื้นจรดเพดานทั้งหมด ทำให้ไม่มีแสงแดดเล็ดลอดผ่านเข้ามาได้เลย
ไฟในห้องถูกเปิดไว้
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้มและพูดว่า “ฉันจะปิดไฟแล้วปล่อยให้คุณสัมผัสถึงคุณสมบัติการกันแสงของผ้าม่านที่เราเลือกมาให้ลูกค้า”
“ได้เลย ! ” เสี่ยวเถียนกล่าว
เจิ้งเสี่ยวเหมยปิดประตูห้องนอนก่อน จากนั้นจึงปิดไฟทันที
จู่ ๆ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความมืดมิดจนเทียนเทียนตกใจ เพราะมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วของเขา
ในความมืด เจิ้งเสี่ยวเหมยกล่าวว่า “อย่ากลัวเลย ฉันเพิ่งปิดไฟไป”
“ครับ ! ”
หลังจากที่เทียนเทียนปรับตัวได้แล้ว เขาก็เงียบไป
เจิ้งเสี่ยวเหมยกล่าวต่อ “ทั้งสองท่านคะ ผ้าม่านในห้องนอนของเราเป็นแบบสองชั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผ้าทึบแสง ไม่เพียงแต่รับประกันความเป็นส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันแสงแดดและยูวีจากภายนอกด้วยค่ะ”
เสี่ยวเถียนจึงกล่าวว่า “ผ้าม่านแบบนี้น่าทึ่งมาก แสงไม่สามารถผ่านเข้ามาได้เลย”
ในช่วงทศวรรษ 1980 หน้าต่างบ้านส่วนใหญ่มักจะใช้หนังสือพิมพ์ปิดไว้ ยังไม่มีผ้าทึบแสงอะไรแบบนี้
เสี่ยวหวังกล่าวว่า “ม่านนี้ดีจริง ๆ เสี่ยวเถียน คุณเป็นคนหลับยาก มีแสงนิดเดียวก็นอนไม่หลับแล้ว ถ้ามีผ้าม่านแบบนี้ก็ดี คุณจะได้นอนหลับอย่างสบายใจ”
“ใช่น่ะสิ……”
เสี่ยวเถียนพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าและเกือบจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ
เจิ้งเสี่ยวเหมยจึงกล่าวว่า “เมื่อพวกคุณทั้งสามคนได้เห็นแล้ว งั้นฉันจะเปิดไฟนะคะ”
หลังจากได้รับคำตอบแล้ว เจิ้งเสี่ยวเหมยก็เริ่มเปิดไฟหลายดวงติดต่อกัน ความเข้มของแสงก็เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากนุ่มนวลเป็นอบอุ่น และสว่างจ้าในที่สุด
“แม่ครับ ไฟในห้องนี้ไม่ใช่หลอดไฟเหมือนบ้านเรา แต่เป็นโคมไฟสี่เหลี่ยมอันใหญ่ ! แล้วทำไมจะต้องเปิดไฟหลายครั้งติดต่อกันจนระดับไฟมันเปลี่ยนไปแบบนี้ล่ะครับ ? ”
เทียนเทียนเบิกตากว้าง และตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้มและพูดว่า “ใช่แล้ว ไฟในห้องทุกห้องจะเป็นหลอดประหยัดไฟรุ่นใหม่ ไม่ใช้หลอดไส้แบบทั่วไป”
“ในส่วนของความสว่าง เราใช้สวิตช์แบบปรับระดับความสว่างได้ เพื่อคำนึงถึงความต้องการแสงที่แตกต่างกัน”
ทั้งเสี่ยวหวังและเสี่ยวเถียนต่างก็อุทานออกมา “รายละเอียดของบ้านหลังนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีจริง ๆ มีเทคโนโลยีขั้นสูงมากมาย”
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้ม โดยคิดในใจว่าเทคโนโลยีขั้นสูงที่แท้จริงยังมาไม่ถึง
แทนที่จะพูดต่อ เธอกลับเปิดม่านออก
ผ้าม่านถูกเปิดออก ทำให้เห็นกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานทั้งหมด และแสงจากด้านนอกก็ส่องเข้ามาทันที
เมื่อยืนอยู่หน้าหน้าต่าง ก็สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของถนนชิงโจวด้านนอกได้ชัดเจน
เจิ้งเสี่ยวเหมยกล่าวว่า “ทั้งสองท่านคะ กระจกในบ้านของเราก็ทำจากกระจกนิรภัยเช่นกัน มันเป็นกระจกแบบเคลือบสองชั้นและมีฉนวนกันเสียงอีกด้วย”
“เยี่ยมไปเลย ! ”
“ต่อจากนี้ไปฉันจะได้มีบ้านที่สงบสุขจริง ๆ เสียที ! ”
เสี่ยวเถียนกล่าว
ยิ่งเธอมองไปที่ห้องนอน เธอก็ยิ่งพอใจมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างขาดหายไป
ทันใดนั้น เธอก็คิดออกและพูดว่า “ทุกอย่างเรียบร้อยดี แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีตู้เสื้อผ้าใช่ไหม ? ”
ผู้หญิงเรา ไม่ว่าจะวัยไหนก็ล้วนชอบเก็บเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ถ้าบ้านไม่มีตู้เสื้อผ้าก็อยู่ไม่ได้
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้ม แล้วเดินไปที่ข้างเตียง ก่อนจะค่อย ๆ ผลักแผงบนผนังออก เผยให้เห็นตู้เสื้อผ้าด้านใน
“ว้าว ! ”
เสี่ยวเถียนอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในฝาผนังแบบนี้
ตู้เสื้อผ้าที่เป็นไม้และผนังดูกลมกลืนกันมากจนถ้าไม่ใส่ใจ ก็จะมองเป็นเพียงของตกแต่งเท่านั้น มันดูเนียนมากจนมองแทบไม่ออก
การออกแบบดูไม่กินพื้นที่เลย
แค่ตู้เสื้อผ้าก็มีลูกเล่นขนาดนี้แล้วเหรอ ?
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเคยเห็นตู้เสื้อผ้าแบบนี้
เธอตื่นเต้นมาก ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าและมองเข้าไปข้างใน และเธอก็ต้องประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เพราะไม่เพียงแต่ตู้เสื้อผ้าจะกว้างขวางเท่านั้น แต่ยังมีราวแขวนอยู่ด้านในอีกด้วย เช่นเดียวกับราวแขวนที่ตากเสื้อผ้า
ตู้เสื้อผ้าแบบนี้ ต่อให้เก็บเสื้อผ้าของคนสิบคนก็ไม่เต็ม
เธอชอบมันมาก !