ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1222 ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1222 ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์
ตอนที่ 1222 ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์
นอกจากนี้ภายในห้องนอนใหญ่ยังมีห้องน้ำอยู่ในตัวด้วย
พื้นที่ห้องน้ำไม่ใหญ่นัก แต่แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนอ่างล้างหน้า ส่วนขับถ่าย และส่วนอาบน้ำ ดูกะทัดรัด แต่การแบ่งส่วนการใช้งานก็เป็นระเบียบเรียบร้อยดี
บริเวณอ่างล้างหน้ามีโต๊ะอ่างล้างหน้าและอ่างล้างหน้าที่ทำมาจากหินอ่อน บนอ่างล้างหน้ามีกระจกติดตั้งไว้ มีแก้วบ้วนปาก 2 ใบ แปรงสีฟันและมีดโกน ก๊อกน้ำสแตนเลสสองสีมีลักษณะเหมือนก๊อกน้ำแบบยก ไม่ใช่ที่จับแบบบิดที่เห็นอย่างทุกวันนี้ สไตล์ของมันดูหรูหรามาก
เพียงแค่ยกขึ้นเบา ๆ น้ำก็ไหลออกมาแล้ว
และแค่กดเบา ๆ น้ำก็จะปิด
เทียนเทียนลองเล่นดูหลายครั้งด้วยความสนุก เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แม่ครับ ไม่ต้องกังวลว่าผมจะปิดก๊อกน้ำไม่สนิทอีกต่อไป ! ”
เสี่ยวเถียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “ใช่ เราต้องปิดก๊อกน้ำให้แน่นเพื่อจะได้ประหยัดน้ำ ! ”
เทียนเทียนยิ้มและพูดว่า “ครับแม่ ผมรู้ว่าการประหยัดน้ำเป็นเรื่องที่ควรทำให้ติดเป็นนิสัย ! ”
เมื่อมองดูผนังข้าง ๆ ทุกฝั่งปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีขาว โดยมีชั้นวางสแตนเลสหลายชั้นตอกตะปูติดไว้ ผ้าเช็ดตัวและผ้าเช็ดมือวางซ้อนกันเป็นแนว ดูไม่เลอะเทอะเลย
เจิ้งเสี่ยวเหมยชี้ไปที่ก๊อกน้ำ แล้วพูดว่า “เวลาใช้ก๊อกน้ำนี้ให้หมุนไปทางซ้าย น้ำที่ออกมาคือน้ำร้อน ยิ่งไปทางซ้ายมากเท่าไหร่ อุณหภูมิของน้ำก็จะยิ่งสูงเท่านั้น สามารถปรับอุณหภูมิของน้ำได้ตามจำเป็นค่ะ ! ”
อ่า ?
ยังมีแบบนี้อีกเหรอ !
“แม่ ผมอยากลองดูครับ ! ”
เทียนเทียนเดินไปทางซ้ายทันทีเพื่อบิดก๊อกน้ำ ทันใดนั้น น้ำก็ไหลออกจากก๊อกน้ำทันที
“หนูน้อย อย่าบิดไปทางซ้ายมากเกินไป ไม่อย่างนั้นน้ำร้อนจะลวกมือได้ ! ” เจิ้งเสี่ยวเหมยรีบเตือนออกมา
เทียนเทียนได้ยื่นมือของเขาเข้าไปในน้ำที่ไหลออกมาจากก๊อกน้ำ และพูดด้วยรอยยิ้ม “คุณป้า มันยังเป็นน้ำเย็น ไม่ร้อนเลยครับ”
เจิ้งเสี่ยวเหมยปรับตำแหน่งของก๊อกน้ำไปทางซ้ายเล็กน้อยอย่างรวดเร็ว แล้วพูดว่า “ต้องรอน้ำในก๊อกน้ำไหลสักครู่ จึงจะร้อน”
“ว้าว น้ำร้อนแล้ว ! ”
ขณะที่เขากำลังพูด เทียนเทียนก็รู้สึกว่าน้ำบนมือของเขากลายเป็นน้ำร้อน และเขาก็ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
เสี่ยวเถียนอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ทำไม… ถึงมีน้ำร้อนอยู่ในนี้ล่ะ ? ”
ตอนนี้เพิ่งปี 1985 ผู้คนส่วนใหญ่ใช้น้ำประปา ในขณะที่ส่วนที่เหลือยังใช่น้ำบ่อที่ต้องไปตักใส่ถังนำกลับบ้าน
ในยุคนี้ผู้คนจึงภาคภูมิใจมากที่มีน้ำประปาใช้ โดยไม่ต้องไปหาบน้ำ แต่ก็ไม่มีใครเคยเห็นน้ำร้อนที่ไหลออกมาจากก๊อกน้ำล้างหน้าโดยตรงแบบนี้มาก่อน
นั่นแปลว่าไม่ต้องต้มน้ำไว้สำหรับล้างหน้าอีกต่อไปแล้วใช่ไหม ?
“ต้องขออภัยด้วยค่ะ พอดีฉันไม่มีเวลาแนะนำคุณให้เข้าใจระบบการทำงานของก๊อกน้ำนี้ ! ” เจิ้งเสี่ยวเหมยขอโทษก่อน แล้วจึงพูดว่า “ก็อย่างที่พวกคุณเห็นค่ะ ห้องชุดทุกห้องในโครงการของเราจะมีเครื่องทำน้ำอุ่น และจะใช้ก๊าซธรรมชาติในการให้เชื้อเพลิง สามารถทำให้น้ำร้อนได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
“ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ใช่มีแค่ก๊อกน้ำบนอ่างล้างหน้าที่สามารถทำให้น้ำร้อนได้เท่านั้นนะคะ” พูดแล้ว เธอก็ชี้ไปที่หัวฝักบัวในโซนอาบน้ำ แล้วพูดว่า “ในห้องอาบน้ำก็สามารถปรับอุณหภูมิของน้ำให้ร้อนหรือเย็นได้เหมือนก๊อกในอ่างล้างหน้าด้วย”
เสี่ยวเถียนปิดปากด้วยความตกใจ
เสี่ยวหวังกล่าวว่า “หมายความว่าจากนี้ไปคือเราไม่จำเป็นต้องต้มน้ำร้อนเพื่อล้างหน้า ล้างเท้า หรือแม้แต่อาบน้ำ เพราะจะปรับน้ำในก๊อกเป็นน้ำร้อนเมื่อไหร่ก็ได้ ! ”
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้มและพยักหน้า
เสี่ยวหวังอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นการอาบน้ำในฤดูหนาวก็จะสะดวกมาก เราสามารถอาบได้หลาย ๆ รอบก็ยังได้”
คนสมัยใหม่อาจมองว่าเรื่องนี้ตลก
แต่ในช่วงทศวรรษ 1980 ผู้คนส่วนใหญ่ชอบล้างหน้าล้างเท้าในตอนกลางคืน สองสามวันถึงอาบน้ำทีหนึ่ง
โดยเฉพาะหน้าหนาว หลายคนไม่อาบน้ำเป็นเวลานับสิบวันก็มี
สาเหตุหลักคือเพราะอากาศหนาวมาก น้ำก็เย็น จึงไม่สะดวก
และอีกอย่างก็คือปกติบ้านจะมีห้องแค่ไม่กี่ห้อง ไม่มีห้องอาบน้ำเฉพาะ ส่วนใหญ่พวกเขาจะอาบน้ำกันในห้องนอน โดบวางอ่างไม้ขนาดใหญ่ แล้วต้มน้ำร้อนเทลงไปกะละมังไม้เท่านั้น จึงจะอาบน้ำได้
การหาบน้ำ ต้มน้ำ แบกน้ำ และเทน้ำเพื่ออาบน้ำจึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก
แต่ตอนนี้นอกจากจะมีห้องน้ำแล้ว มันยังแยกเป็นสัดส่วน ไม่เพียงแต่มีความเป็นส่วนตัวที่สูงเท่านั้น แต่ยังมีน้ำร้อนให้ใช้อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการอาบน้ำจึงกลายเป็นเรื่องที่สะดวกมาก
“พ่อครับ ทำไมมีหลุมอยู่ที่นี่ล่ะ ? ”
ในขณะนี้ เทียนเทียนก็ได้ชี้ไปที่ชักโครกนั่งยอง แล้วถามด้วยความประหลาดใจ
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้มแล้วพูดว่า “นี่คือชักโครกนั่งยอง คุณสามารถปลดทุกข์ได้ที่นี่”
เทียนเทียนดูสับสน ราวกับว่าเขาไม่รู้ว่าจะอึและฉี่ในหลุมเล็ก ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร ?
ที่บ้าน เมื่อต้องไปเข้าห้องน้ำ ต้องวิ่งออกไปหลายร้อยเมตรเพื่อไปเข้าห้องน้ำสาธารณะ
ที่นั่นสกปรกและมีกลิ่นเหม็น แต่ก็ไม่มีที่ไหนจะสะอาดไปมากกว่านี้แล้ว
“คุณป้า ถ้าเราปลดทุกข์ในนี้ มันจะไม่ทำให้บ้านที่สวยงามสกปรกเหรอครับ ? ” เทียนเทียนพูดพร้อมกับทำหน้าบูดบึ้ง
ประโยคนี้ทำให้เสี่ยวหวัง เสี่ยวเถียน และเจิ้งเสี่ยวเหมยถึงกับหัวเราะออกมา
แม้ว่าเสี่ยวเถียนจะไม่เคยใช้ส้วมนั่งยองมาก่อน แต่เมื่อได้รับแจ้งจากแผนกขายว่าคอนโดมีสามห้องนอน สองห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องครัว และหนึ่งห้องน้ำ เธอก็ได้ถามถึงวิธีการใช้ห้องน้ำกับแผนกขายมาบ้างแล้ว
เจิ้งเสี่ยวเหมยเดินไปกดปุ่มบนถังน้ำ จากนั้นก็มีเสียง “สวบ สวบ” ก่อนจะมีน้ำไหลผ่านโถส้วมลงมา
เจิ้งเสี่ยวเหมยกล่าวว่า “ดูสิ เห็นไหมว่าแค่กด น้ำก็ออกมา มันสะดวกมาก แค่นี้สิ่งสกปรกทั้งหมดก็จะถูกชะล้างออกไปแล้วจ้ะ”
เทียนเทียนพูดด้วยความประหลาดใจ “ว้าว แล้วแบบนี้มันจะไหลไปที่ไหนเหรอครับ ? ”
เจิ้งเสี่ยวเหมยกล่าวว่า “มันจะถูกทิ้งลงในถังบำบัดน้ำเสียผ่านท่อระบายน้ำ เพื่อไม่ให้บ้านมีกลิ่นเหม็นจ้ะ”
“น่าทึ่งมาก ! ” เทียนเทียนพูดพร้อมกับเบิกตากว้าง
ส่วนเสี่ยวเถียนก็มีความสุขมาก เธอชอบมันมากจนตอนนี้เริ่มทนกลิ่นห้องน้ำสาธารณะไม่ได้แล้ว
หลังจากมองดูห้องทานอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องเด็ก ห้องนอน และห้องน้ำในห้องนอนใหญ่แล้ว จุดสุดท้ายในบ้านตัวอย่างคือห้องครัว
เจิ้งเสี่ยวเหมยนำทั้งสามคนเข้าไปในครัว
ภายในไม่มีเตาฟืน ถังเก็บน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ แบบเดิมอีกต่อไป แต่มีเตา ตู้ และหม้อเล็ก ๆ ที่ออกแบบเข้ามุมไว้บนขายึดเตาแก๊ส ทำให้ห้องครัวทั้งหมดดูสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อย
“นี่ใช่เตาแก๊สพร้อมเตาอบแบบที่ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์พูดถึงหรือเปล่า ? ”
เสี่ยวหวังอดไม่ได้ที่จะถาม
เจิ้งเสี่ยวเหมยพยักหน้า “ใช่ค่ะ เพียงแต่ตอนนี้เป็นแค่การติดตั้งไว้โชว์เป็นตัวอย่างเท่านั้น ยังไม่ได้ต่อท่อแก๊ส จึงยังจุดไฟไม่ได้ค่ะ”
เสี่ยวหวังพูดอย่างรวดเร็วว่า “ไม่เป็นไร ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อเลยเมื่อมองดูห้องครัวที่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นนี้”
ห้องครัวนี้สะอาดและเป็นระเบียบมากกว่าห้องนั่งเล่นที่บ้านพวกเขาเสียอีก
คงจะวิเศษมากถ้าได้ทำอาหารในห้องครัวแบบนี้
เจิ้งเสี่ยวเหมยสังเกตเห็นว่าเสี่ยวหวังใส่ใจเรื่องครัวมากกว่าเสี่ยวเถียน ดังนั้นเธอจึงถามด้วยรอยยิ้ม “คุณเป็นคนทำอาหารที่บ้านเหรอคะ ? ”
เสี่ยวหวังพยักหน้า “ภรรยาของผมเป็นครู เธอค่อนข้างงานยุ่ง ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วผมจึงเป็นคนทำอาหาร”
เจิ้งเสี่ยวเหมยยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ดูแลคนรักของคุณดีมากเลยค่ะ ! ”
เสี่ยวหวังยิ้มและพูดว่า “อีกอย่าง ผมก็ชอบทำอาหารเหมือนกัน”
เจิ้งเสี่ยวเหมยกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียงของพวกเราก็ชอบทำอาหารเหมือนกัน ว่ากันว่าเขาเป็นคนทำอาหารให้ประธานของเราทานตลอด”