ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1229 วันนี้มีสายโทรเข้ามากมาย
ตอนที่ 1229 วันนี้มีสายโทรเข้ามากมาย
หลินเจียจวินสาปแช่งสองสามครั้ง จากนั้นเขาก็เข้าเรื่องธุรกิจทันที “หลิวเซียงน่าจะอยู่ที่ชิงโจวใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมเพิ่งได้ยินมาว่าเขามาถึงชิงโจวเมื่อวันก่อน เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ? ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ไม่มีอะไรหรอก ตอนที่ฉันคุยกับกัวเสี่ยวผิงเมื่อวานนี้ เขาบอกว่าที่หลิวเซียงไปหารือเรื่องธุรกิจที่ชิงโจวดูเหมือนจะไม่ค่อยราบรื่น ฉันแค่อยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น”
ท้ายที่สุด กัวเสี่ยวผิงก็ไม่รู้ความจริงเบื้องหลัง
หลิวเซียงรายงานกับเขาว่า เขาเจอทำเลที่เหมาะมากในชิงโจว แต่อีกฝ่ายลังเลและปฏิเสธที่จะให้เช่าที่ เขาพยายามคุยกับเมิ่งเสี่ยวเป่ยจากเจียงเจียกรุ๊ปอยู่หลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าจะเจรจาไม่สำเร็จ
เจียงเสี่ยวไป๋ฟังและพูดว่า “เมิ่งเสี่ยวเป่ยเพิ่งบอกผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมเองก็ไม่ได้คาดคิดว่า หลิวเซียงจะชอบถนนการค้า แม้ว่าเขาจะมีวิสัยทัศน์ที่ดี แต่ผมก็ไม่สามารถให้เขาเช่าที่ถนนการค้าได้ใช่ไหม ? เพราะเราตัดสินใจมานานแล้วว่าจะสร้างถนนนั้นให้เป็นถนนของนักชิม และเปิดตัวจุดเด่นของเมืองให้ชิงโจวเป็นเมืองแห่งนักชิม แล้วแบบนี้จะมอบมันให้เขาได้อย่างไร ? ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกกัวเสี่ยวผิงโดยตรง และขอให้เขาไปบอกหลิวเซียงให้ลองไปพิจารณาอาคารเสริมของอาคารชิงโจวให้ดี ๆ ก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ปล่อยเขาไปคุยกับเมิ่งเสี่ยวเป่ยด้วยตัวเองเถอะ”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “นายเหมือนกำลังนั่งดูมือซ้ายต่อสู้กับมือขวา ปล่อยให้ทั้งสองมือแข่งขันกันเอง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ก็เพราะว่ามันไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งมากเกินไป การทำแบบนี้ก็เหมือนกับว่าให้พวกเขาทั้งคู่เป็นหินลับมีดให้กันและกันได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “เอาล่ะ ในเมื่อนายพูดแล้ว ฉันจะไม่ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป ฉันอยากเห็นผลลัพธ์สุดท้ายมากกว่า”
ทั้งสองพูดคุยกันอีกสองสามคำ จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็วางสายโทรศัพท์ไป
หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว เขาก็ตัดสินใจโทรหาถังจิงเทียนทันที
ความคิดนี้เข้ามาในใจของเขา แต่ไม่คาดคิดว่าจู่ ๆ โทรศัพท์บนโต๊ะจะดังขึ้นอีกครั้ง
“ฮ่าฮ่า…วันนี้มีคนโทรมาเยอะมาก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดตลกกับตัวเอง และเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์
“พี่เจียงใช่ไหม ! ”
ก่อนที่เขาจะพูดได้ เสียงที่คุ้นเคยและเป็นมิตรก็ดังมาจากอีกปลายสาย
เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขและพูดด้วยรอยยิ้ม “จวิ้นเจี๋ย ฉันก็ตั้งใจว่าจะโทรหานายด้วยเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่านายจะโทรมาก่อน”
คนที่โทรมาไม่ใช่ใครอื่น นอกจากติงจวิ้นเจี๋ย เลขาของหลินต้ากั๋ว
ติงจวิ้นเจี๋ยยิ้มแล้วพูดว่า “ทำไม พี่จะต้องได้ยินเรื่องอะไรมาแล้วใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ฉันเพิ่งโทรหาพี่จวินและเพิ่งวางสายไป ไม่นานนายก็โทรมา”
ติงจวิ้นเจี๋ยพูดว่า “ก็ว่าทำไมโทรไปแล้วสายเชื่อมต่อช้ามาก ผมนึกว่ายุ่งอยู่ ที่แท้พี่กำลังคุยโทรศัพท์กับพี่จวินอยู่ ! ”
จากนั้น เจียงเสี่ยวไป๋จึงรู้ว่าติงจวิ้นเจี๋ยโทรมามากกว่าหนึ่งครั้งแล้ว แต่สายไม่ว่าง จึงโทรไม่ติด
เขายิ้มอย่างขมขื่น และพูดว่า “มันก็เพราะว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมยังไม่ได้รับการพัฒนาในขณะนี้ และการโทรทางไกลจะต้องใช้เวลานานมาก”
“ใช่ ! ” ติงจวิ้นเจี๋ยเห็นด้วย “แต่ประเทศของเราก็ควรจะรีบพัฒนาและอย่าให้สถานการณ์นี้อยู่กับเราไปนาน”
เจียงเสี่ยวไป๋ตระหนักดีถึงกระบวนการพัฒนาของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในรุ่นต่อ ๆ ไป แม้ว่าประเทศจะก้าวหน้าไปแล้ว แต่โครงสร้างพื้นฐานจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในคราวเดียวได้อย่างไร ?
ทว่าไม่จำเป็นต้องหารือปัญหานี้กับติงจวิ้นเจี๋ย เขาจึงพูดว่า “ฉันก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เปลี่ยนเรื่อง “นายโทรหาฉันเพื่อจะบอกตารางงานของลุงรองใช่ไหม ? ”
ติงจวิ้นเจี๋ยกล่าวว่า “ใช่ ท่านผู้นำตัดสินใจแล้ว เราจะไปชิงโจวในตอนเช้าวันที่ 27 และไปถู่เฉิงในวันที่ 28 จากนั้นก็ออกจากถู่เฉิงตรงไปที่เจี้ยนหยางในวันที่ 29 แล้วกลับมาที่ชิงโจวในวันเดียวกัน พักที่ชิงโจวหนึ่งคืน และกลับมาเจียงเฉิงในวันที่ 30 รวมแล้ว 4 วัน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ฉันเข้าใจแล้ว แล้วนายได้แจ้งให้รัฐบาลแต่ละเมืองทราบแล้วหรือยัง ? ”
ติงจวิ้นเจี๋ยกล่าวว่า “ผมได้โทรหานายกเทศมนตรีถังแล้ว ที่จริงตั้งใจจะโทรหาพี่ก่อน แต่ว่าโทรศัพท์ของพี่ติดต่อไม่ได้ ผมจึงโทรหานายกเทศมนตรีถัง แล้วจึงโทรมาบอกพี่”
เขาพูดด้วยรอยยิ้ม “ดูท่าว่าโทรศัพท์ของพี่คงสายร้อนยิ่งกว่าโทรศัพท์ของนายกเทศมนตรีเสียอีกมั้ง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องมาล้อเลียนฉันเลย แล้วทำไมลุงรองถึงจะไปที่เจี้ยนหยางอีกล่ะ ? ”
ติงจวิ้นเจี๋ยกล่าวว่า “พี่ไม่ได้สร้างโรงกลั่นสุราไว้ในเจี้ยนหยางเหรอ ? ผู้นำอยากจะไปดู ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่า อุตสาหกรรมนี้เป็นแรงบันดาลใจให้หลินต้ากั๋วไปที่เจี้ยนหยางในครั้งนี้
ท้ายที่สุดแล้วเจี้ยนหยางก็ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงบูธเครื่องดื่มและแอลกอฮอล์ซึ่งจัดขึ้นที่เทียนจิงเมื่อไม่นานมานี้ เพราะโรงกลั่นเหล้าหลายร้อยแห่งอยู่ในเจี้ยนหยาง
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันก็เข้าใจ ถ้ามาถึงชิงโจว ไว้เรามาดื่มด้วยกัน”
ติงจวิ้นเจี๋ยยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ ผมไม่ได้ดื่มกับพี่มานานแล้ว หลายครั้งที่พี่มาที่เจียงเฉิง แต่พี่ก็รีบร้อนจนเราไม่สามารถรวมตัวกันได้”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างช่วยไม่ได้ “จะให้ทำอย่างไรได้ ตอนนี้ฉันงานเยอะมาก”
“ครับ ผมเข้าใจ ! ” แต่ในตอนนั้น ติงจวิ้นเจี๋ยก็เหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้ เขาจึงพูดว่า “ยังมีอีกเรื่องที่ผมจะบอกพี่”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พูดมาสิ ! ”
ติงจวิ้นเจี๋ยกล่าวว่า “ผมเห็นชื่อของทังเสี่ยวโจวในรายชื่อผู้ติดตามไปยังชิงโจวครั้งนี้ เขาก็คงจะได้ไปที่ชิงโจวด้วย”
“อ้อ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ดีใจมาก และพูดว่า “พูดถึงเขาแล้ว ฉันก็ไม่ได้เจอเขามานานแล้ว ทำไมเขาถึงมีรายชื่ออยู่ในผู้ติดตามในครั้งนี้ล่ะ ? ”
ทังเสี่ยวโจวเป็นนายอำเภอของเอ้อเฉิง ตามหลักแล้วไม่ควรมีรายชื่อของเขาในรายชื่อผู้ติดตามของหลินต้ากั๋วที่จะเดินทางมาชิงโจว แต่ก็เป็นไปแล้ว มันจึงทำให้เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจ
ติงจวิ้นเจี๋ยกล่าวว่า “เขาไม่ใช่นายอำเภอคนเดียวที่มากับผู้นำในครั้งนี้ แต่ยังมีนายอำเภอของอีกเก้าอำเภอติดตามมาด้วย พูดตามตรงผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผู้นำถึงขอให้พวกเขาติดตามมาด้วย”
“ขนาดนายก็ยังไม่รู้งั้นเหรอ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามด้วยความประหลาดใจ
ติงจวิ้นเจี๋ยกล่าวว่า “ใช่ ผมว่าจะโทรไปสอบถามทังเสี่ยวโจวในภายหลัง แล้วผมจะบอกพี่อีกที ! ”
“โอเค ขอบคุณมาก ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว
ติงจวิ้นเจี๋ยยิ้ม “พี่เจียง ทำไมพี่ถึงสุภาพกับผมขนาดนี้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม: “ถ้าอย่างนั้นฉันจะไม่สุภาพกับนายก็แล้วกัน แค่นี่แหละ ฉันวางสายก่อน แล้วเจอกันที่ชิงโจว ! ”
“โอเคครับ เจอกันที่ชิงโจว ! ” ติงจวิ้นเจี๋ยรับคำ
จากนั้นทั้งสองก็วางสายโทรศัพท์ไป
“ทังเสี่ยวโจว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พึมพำชื่อนี้ขณะจุดบุหรี่ไปด้วย เขาอยากรู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงถูกเรียกตัวให้ติดตามลุงรองมาที่ชิงโจวในครั้งนี้ ?
กริ๊ง……
ขณะที่เขากำลังคิดอยู่ โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เจียงเสี่ยวไป๋ถูกขัดจังหวะความคิดทันที และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“สวัสดี เถ้าแก่เจียง ! ”
เสียงหัวเราะที่ปลายอีกด้านของโทรศัพท์คือทังเสี่ยวโจว
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่คาดคิดว่าทังเสี่ยวโจวจะโทรมาในตอนที่เขากำลังนึกถึงอยู่พอดี จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณเองเหรอ นายอำเภอทัง ! ”
ทังเสี่ยวโจวพูดว่า “กว่าจะโทรหาคุณติดไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ! ฉันต้องโทรหาสี่ถึงห้าครั้งกว่าที่คุณจะรับสาย ตอนนี้ธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นแล้ว คุณคงยุ่งมากใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขอีกครั้ง เขาไม่คิดว่าทังเสี่ยวโจวจะโทรหาเขาหลายสายขนาดนี้ เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ก็ช่วยไม่ได้ วันนี้มีแต่คนโทรทางไกลมาสองสามสายติดกันแล้ว”
ทังเสี่ยวโจวกล่าวว่า “หนึ่งในนั้นต้องมีเลขาติงด้วยสินะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใช่ สายสุดท้ายคือเขา และเขายังบอกด้วยว่าคุณกำลังจะมาที่ชิงโจว”
ทังเสี่ยวโจวกล่าวว่า “ฉันโทรหาคุณทันทีที่รู้เรื่อง เดิมทีฉันอยากจะเซอร์ไพรส์คุณ แต่กลับกลายเป็นว่าติงจวิ้นเจี๋ยนิสัยเสีย ถ้าฉันเจอเขา ฉันจะต้องลงโทษเขาให้เมาปลิ้นไปเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องดื่มเลย ก่อนอื่นช่วยบอกผมหน่อยว่าทำไมลุงรองถึงขอให้คุณติดตามเขามาที่ชิงโจวด้วย ? ”