ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1230 มาหรือไม่มา ไม่ต่างกัน
ตอนที่ 1230 มาหรือไม่มา ไม่ต่างกัน
ทังเสี่ยวโจวกล่าวว่า “สิบอำเภอที่ได้รับเลือกในครั้งนี้ล้วนเป็นอำเภอที่มีแนวโน้มการพัฒนาเศรษฐกิจไปในทางที่ดี ซึ่งนี่อาจจะมาจากเหตุผลสองข้อ”
“อ้อ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ประหลาดใจและพูดว่า “บอกผมหน่อยสิ”
ทังเสี่ยวโจวกล่าวว่า “ข้อแรกนั้นง่ายมาก คงอยากให้พวกเราไปเรียนรู้การพัฒนาเศรษฐกิจของชิงโจว เพราะขนาดทางเศรษฐกิจของชิงโจวในปัจจุบันนี้ก็ไม่เป็นสองรองใครในภูมิภาคกลางของจีนทั้งหมด”
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจเรื่องนี้ดี ทังเสี่ยวโจวพูดถูก
เขาก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้
เขาข้ามหัวข้อนี้ไปและถามว่า “แล้วหัวข้อที่สองล่ะ ? ”
ทังเสี่ยวโจวกล่าวว่า “ความเป็นไปได้ของข้อที่สองคือการให้สิบอำเภอของเราช่วยถู่เฉิง ท้ายที่สุดแล้วถู่เฉิงก็เป็นอำเภอที่ห่างไกล ล้าหลัง และยากจนที่สุดในจีนตอนกลาง หากสิบอำเภอของเราช่วยเหลือถู่เฉิง ก็จะได้แบ่งกันช่วยแต่ละแผนกของถู่เฉิง แบบนี้มีแต่จะนำประโยชน์มาให้ ไม่มีผลเสียใดต่อถู่ฉิง”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ที่คุณพูดมาก็มีเหตุผล”
ทังเสี่ยวโจวยิ้มและพูดว่า “แน่นอน นี่เป็นเพียงการคาดเดาของฉันเท่านั้น ฉันไม่รู้ว่าเจตนาที่แท้จริงของท่านผู้นำคืออะไร ฉันจะต้องรอให้ผู้นำพูดก่อนจึงจะแน่ใจ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณอยู่กับลุงรองของผมมาหลายปีแล้ว และคุณต้องรู้ความคิดของเขาดีกว่าใคร ๆ เมื่อคุณพูดแบบนี้ออกมา ก็พอจะมีความเป็นไปได้แล้วล่ะ”
ทังเสี่ยวโจวหัวเราะและพูดว่า “เอาล่ะ ในเมื่อโทรหาคุณและบอกในสิ่งที่ควรบอกไปแล้ว งั้นฉันไม่รบกวนคุณแล้วกัน ทำงานต่อเถอะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ขอบคุณมากครับ ไว้คุณมาถึงชิงโจว เราค่อยไปดื่มกัน”
ทังเสี่ยวโจวยิ้มและพูดว่า “ถูกต้อง เมื่อไปถึงชิงโจว คุณต้องมาดื่มกับเราด้วย ! ”
“ได้ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋เห็นด้วยทันที
หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและจุดบุหรี่อีกครั้ง
“ฉันเดาว่านายกเทศมนตรีถังคงจะโทรมาเร็ว ๆ นี้แน่นอน ! ”
หลังจากพ่นควันออกมา เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดพึมพำกับตัวเอง
ทันทีที่เขาพูดจบ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออก
คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นถังจิงเทียน ?
ข้างหลังเขาคือเฉิงเสี่ยวเหว่ยและหลี่ชิงอีที่ดูจะหวาดกลัว และดูเหมือนเธอกำลังจะพูดว่า : ไม่ใช่ว่าฉันไม่ได้รายงาน แต่เพราะฉันไม่สามารถหยุดเขาได้ !
“นายกเทศมนตรีถัง ทำไมคุณถึงมาที่นี่ได้ล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋เข้าใจดี เขายืนขึ้นเพื่อทักทายเขาทันที
ถังจิงเทียนพูดอย่างไม่พอใจว่า “ฉันกังวลมากจนนั่งไม่ติดแล้ว ฉันโทรหาคุณนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อคุณได้เลย”
เขาชี้ไปที่หลี่ชิงอี แล้วพูดว่า “ตอนที่ฉันโทรมาหาเธอ เธอบอกว่าคุณคุยโทรศัพท์อยู่นานแล้ว บอกว่าไม่กล้ารบกวนคุณ”
“ดังนั้นฉันจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องมาหาคุณด้วยตัวเอง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดยิ้มไม่ได้ “ต้องขอออภัยจริง ๆ ครับ วันนี้มีสายโทรเข้าเยอะมาก และทั้งหมดเป็นสายทางไกล สายอาจไม่ว่างเมื่อคุณโทรมา”
ถังจิงเทียนเม้มริมฝีปาก “แต่ทำไมตอนที่ฉันมาถึงที่นี่ ฉันถึงไม่เห็นคุณคุยโทรศัพท์เลยล่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมเพิ่งวางโทรศัพท์ไป แล้วกำลังจุดบุหรี่สูบ หากคุณไม่เชื่อ ก็ดูนี่สิ”
ถังจิงเทียนไม่สนใจที่จะดูบุหรี่ที่เขาสูบ
เมื่อบุหรี่อยู่ในปาก เจียงเสี่ยวไป๋จึงเชิญให้ถังจิงเทียนและเฉิงเสี่ยวเหว่ยนั่งลง จากนั้นเขาก็บอกให้หลี่ชิงอีชงชาและยื่นบุหรี่ให้ทั้งสองคน
หลังจากนั่งลงแล้ว เขาก็พูดว่า “นายกเทศมนตรีถัง ทำไมคุณถึงกังวลจนถึงกับต้องเดินทางมาที่นี่เองแบบนี้ล่ะ ? ”
ถังจิงเทียนสูบบุหรี่แล้วพูดว่า “คุณรู้ไหมว่าลุงรองของคุณจะมาที่ชิงโจวในอีกสามวันนี้แล้ว ? ”
“ผมรู้แล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
ถังจิงเทียนพูดด้วยความโกรธ “คุณตอบแค่รู้ประโยคเดียวเองเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยความประหลาดใจว่า “ก็คุณถามผมไม่ใช่เหรอว่าผมรู้หรือเปล่า ? แล้วผมยังตอบอะไรได้อีก ? ”
ถังจิงเทียนพูดว่า “ก็เรื่องที่ลุงรองของคุณจะมานี่แหละ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มาก็มาสิครับ เราก็แค่เตรียมต้อนรับเขาเท่านั้น ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เหลือบมองที่ถังจิงเทียนแล้วพูดว่า “คุณมาหาผมเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะงั้นเหรอ ? ”
“แล้วจะเป็นเรื่องอะไรได้อีก ? ” ถังจิงเทียนพูดด้วยความโกรธ
แม้ว่าผู้นำคนสำคัญกำลังจะมา แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ดูจะไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้ ถังจิงเทียนจึงพูดว่า “ฉันอ่านแผนการเดินทางที่ส่งมา เมื่อผู้นำมาถึงชิงโจว จุดแวะแรกของเขาคือเจียงเจียกรุ๊ปของคุณนะ รู้หรือยัง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมรู้แล้ว ผมจะต้องต้อนรับพวกเขาวันมะรืนนี้”
ถังจิงเทียนมองที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ และพูดว่า “คุณไม่เตรียมตัวอะไรเลยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่มีอะไรที่จะต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ มันก็เป็นแบบนี้ของมันทุกวันอยู่แล้ว”
ถังจิงเทียนกระทืบเท้า “ช่วยบอกฉันหน่อยสิว่าทำไมคุณไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องการเตรียมการอย่างเรื่องสุขอนามัย การทำความสะอาดอุปกรณ์ และคนงานที่ต้องรวมความคิดเป็นหนึ่งเดียว เพื่อที่จะได้แสดงด้านที่ดีที่สุดของคุณให้ผู้นำเห็น ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มพลางพูดว่า “นายกเทศมนตรีถัง ผมเป็นเพียงเจ้าของบริษัท ซึ่งแตกต่างจากผูนำในรัฐบาลอย่างคุณ ขอแค่คุณเตรียมการในส่วนของคุณให้ดีก็พอ ไม่ต้องมาบอกผมหรือมาทะเลาะกันเพียงเพราะแค่เรื่องผู้นำจะมาเยือน”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ถังจิงเทียนพูดอะไรไม่ออก
“ไม่เป็นไร ! เขาเป็นลุงรองของคุณอยู่แล้ว ทำทุกอย่างที่คุณต้องการเถอะ ! ” ถังจิงเทียนพูดอย่างช่วยไม่ได้
เขาไม่น่ามาพูดเรื่องนี้กับเจียงเสี่ยวไป๋เลย !
นี่ไม่ต่างกับการทำให้ตัวเองปวดหัวเปล่า ๆ ใช่ไหม ?
เขาสูบบุหรี่มวนยาว พ่นควันออกมาแล้วพูดว่า “สำหรับเรื่องเขตพัฒนาเศรษฐกิจทั้งสี่แห่ง คุณควรเตรียมตัวให้พร้อม ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นายกเทศมนตรีถัง ผมได้พูดสิ่งที่จำเป็นต้องพูดแล้ว และรายงานได้ถูกส่งไปให้คุณแล้ว เมืองก็อนุมัติและกำลังดำเนินการ แล้วผมจะต้องเตรียมอะไรอีก ? ”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “เมื่อลุงรองของคุณมาในครั้งนี้ การตรวจสอบเขตพัฒนาเศรษฐกิจทั้งสี่ก็เป็นส่วนสำคัญของแผนการเดินทางเช่นกัน คุณต้องรายงานให้เขาทราบโดยละเอียด ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “รายงานก็เป็นเรื่องของคุณ ! ผมยังต้องรายงานอะไรอีก ? ”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “คุณไม่คิดว่าให้คุณเป็นคนรายงานเรื่องนี้ ดีกว่าให้ฉันรายงานเองเลยเหรอ ? ”
“ผมไม่คิดอย่างนั้น ! ” เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นั่นเป็นการปัดความรับผิดชอบอย่างหมดจด
เขาตัดสินใจไว้นานแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมการประชุมที่จัดขึ้นโดยรัฐบาลเมือง
ในอดีต เมื่อหลินต้ากั๋วมาถึง จางอี้เต๋อที่เป็นนายกเทศมนตรี เขารู้นิสัยของเจียงเสี่ยวไป๋ดี ดังนั้นเขาจึงไม่เคยมาบอกให้เจียงเสี่ยวไป๋ต้องทำนู่นทำนี่
ถังจิงเทียนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ดังนั้นหลังจากได้รับแจ้งว่าหลินต้ากั๋วกำลังจะมาที่ชิงโจว เขาก็คิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจียงเสี่ยวไป๋และหลินต้ากั๋ว และมาหาเขาทันที
โดยที่เขาไม่คิดเลยว่าต่อให้มาหาหรือไม่มา มันก็ไม่ต่างกัน
ถังจิงเทียนไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก เขาจึงถามว่า “แล้วถู่เฉิงล่ะ ลุงรองของคุณไปที่ถู่เฉิงเพราะโครงการก๊าซธรรมชาติของคุณที่นั่นใช่ไหม ? ”
ในแผนการเดินทางของหลินต้ากั๋ว เขามีเวลาอยู่ในชิงโจวแค่ครึ่งวันเท่านั้น
แต่อยู่ที่ถู่เฉิงอีกหนึ่งวันครึ่ง
ถังจิงเทียนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ท้ายที่สุดแล้วชิงโจวก็เป็นเมืองระดับจังหวัดที่มีอุตสาหกรรมมากมายและเศรษฐกิจของเมืองก็อยู่ในอันดับต้น ๆ ของมณฑล แต่ถู่เฉิงเป็นเพียงอำเภอที่เล็กที่สุดเท่านั้น
ผู้นำใช้เวลาในการอยู่ที่นั่นมากกว่าที่ชิงโจวเสียอีก
ในเรื่องนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็แสดงให้เห็นว่าเขาจนปัญญาเช่นกัน เนื่องจากเขาไม่ได้เป็นผู้กำหนดแผนการเดินทางของหลินต้ากั๋ว
แล้วเขาทำอะไรได้ ?
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า “นายกเทศมนตรีถัง คราวนี้หากว่าลุงรองไปที่ถู่เฉิง คุณก็ควรจะติดตามเขาไปสักหน่อยนะ”
ถังจิงเทียนตกใจและพูดว่า “ฉันทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ ? ”