ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1280 ไอเดียใหม่
ตอนที่ 1280 ไอเดียใหม่
หลังจากที่ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาในเมือง พวกเขาก็ตรงไปที่เจียงเจียกรุ๊ปก่อน
“พ่อคะ พ่อไม่ได้บอกว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าเหรอ ? ทำไมถึงมาที่บริษัทล่ะคะ ? ”
เจียงชานถามหลังจากที่เข้าไปในสำนักงาน
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พ่อไม่ได้จะพาไปซื้อเสื้อผ้า แต่พ่อจะสั่งตัดเสื้อผ้าให้”
อ่า ?
เจียงชานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้ม “งั้นเราก็ต้องไปร้านตัดเย็บเสื้อเพื่อสั่งเสื้อผ้าสิคะ ! ”
ราวกับว่าเธอจำอะไรบางอย่างได้ จากนั้นเธอก็พูดว่า “พ่อคะ หรือว่าพ่อเปิดร้านตัดเสื้อในออฟฟิศที่นี่ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ที่นี่มีอาคารไม่เพียงพอสำหรับทำสำนักงานเพิ่มด้วยซ้ำ เราจะเปิดร้านตัดเสื้อผ้าที่นี่ได้อย่างไร ? ”
เจียงชานกล่าวว่า “แล้วทำไมพ่อถึงพาพวกเรามาที่ออฟฟิศล่ะคะ ? หรือว่าพ่อมีงานที่ต้องทำก่อน ? ”
“ถ้างานยุ่งก็ไปทำเถอะค่ะ หนูจะเล่นแถวนี้รอ เสร็จแล้วเราค่อยไปร้านตัดเสื้อกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “เราจะไม่ไปร้านตัดเสื้อ เพราะพ่อได้บอกให้ช่างตัดเสื้อมาวัดตัวของทุกคนที่นี่แล้ว”
เมื่อพูดแบบนั้น เขาก็พูดกับหลี่ชิงอีซึ่งกำลังยืนรอคำสั่งอยู่ว่า “ไปเชิญช่างหลี่มาที่นี่ เพื่อให้เขามาวัดตัวของทุกคน”
ร้านตัดเสื้อของช่างหลี่ถือเป็นร้านเก่าแก่ในชิงโจว ตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋สั่งตัดชุดทำงานให้กับพนักงานร้านกุ้งอบน้ำมัน เขาก็ได้สั่งตัดที่นี่
ถึงตอนนี้ก็ยังได้ร่วมมือกันอยู่บ้าง
หลี่ชิงอีรับคำสั่ง และรีบไปจัดการเรื่องนี้ให้ทันที
เจียงเสี่ยวไป๋พูดกับเจียงชานว่า “หนูเล่นที่นี่สักพัก พ่อจะไปหาป้าเมิ่งเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องงาน”
“ได้ค่ะ พ่อไปทำงานเถอะค่ะ ! ”
เจียงชานตอบกลับ และหยิบชาบนโต๊ะน้ำชาในออฟฟิศขึ้นมาชง
ปีที่แล้ว เธอได้เรียนชงน้ำชาที่ร้านนวดเท้ามาแล้ว ในเวลานี้ก็ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว แต่เธอก็ยังสามารถทำมันได้ดี และสนุกกับการได้ทำอะไรแบบนี้
เจียงเสี่ยวไปเดินไปที่ห้องทำงานของเมิ่งเสี่ยวเป่ย
เฉินเวย ผู้ช่วยของเมิ่งเสี่ยวเป่ยลุกขึ้นยืนทันที “สวัสดีค่ะผู้ช่วยเจียง คุณมาพบรองประธานเมิ่งใช่ไหมคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและพูดว่า “รองประธานเมิ่งว่างหรือเปล่า ? ”
เฉินเวยกล่าวว่า “รองประธานเมิ่งกำลังคุยเรื่องงานกับคุณเฝิง ผู้ช่วยเจียงจะเข้าไปโดยตรง หรือให้ฉันไปแจ้งรองประธานเมิ่งให้จัดการเรื่องที่คุยกับคุณเฝิงให้เสร็จก่อนดีคะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามว่า “คุณเฝิงคนไหน ? ”
เฉินเวยกล่าวว่า “เฝิงเจียเหอ ผู้จัดการเฝิงค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และพูดด้วยรอยยิ้ม “อ้อ เป็นเขานี่เอง พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ฉันก็ไม่ได้เจอเขามานานแล้วเหมือนกัน เขามาที่นี่ทั้งที เข้าไปคุยกับเขาสักหน่อยก็ได้”
“ได้ค่ะ ! ” เฉินเวยตอบกลับ แล้วเดินไปที่ประตู เคาะเบา ๆ สามครั้งแล้วเปิดประตูเข้าไป
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นเฉินเวย เธอก็มีสีหน้าจริงจัง
เธอเคยบอกไปแล้วว่าเวลาที่เธอคุยธุระหรือพบปะกับลูกค้า หากไม่มีเรื่องเร่งด่วนก็อย่าเข้ามาขัดจังหวะ
ในเวลานี้ ก่อนที่เธอและเฝิงเจียเหอจะคุยเรื่องงานจบ เฉินเวยก็เคาะประตู เธอคิดว่ามีบางอย่างที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แต่ในขณะที่เธอกำลังจะพูด เธอก็เห็นร่างของเจียงเสี่ยวไป๋ปรากฏขึ้นที่ประตู
“รองประธานเมิ่ง ต้องขอโทษที่รบกวนพวกคุณอีกแล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมิ่งเสี่ยวเป่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ “คุณกลับมาแล้วเหรอคะ”
ส่วนเฝิงเจียเหอลุกขึ้นยืนและทักทายเจียงเสี่ยวไป๋ทันที “สวัสดี ผู้ช่วยเจียง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “พี่เจียเหอ พี่ไม่จำเป็นต้องสุภาพกับผมทุกครั้งไปหรอก”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยอดไม่ได้ที่จะยิ้มหลังจากได้ยินแบบนี้ เมื่อได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋เรียกเฝิงเจียเหอแบบนั้น เธอก็รู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่น่าจะมาที่นี่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับงานที่เคร่งเครียดอะไร
มิฉะนั้นเขาคงเรียกเฝิงเจียเหอตามตำแหน่งไปแล้ว
ดูเหมือนเฝิงเจียเหอจะเข้าใจและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็มานั่งได้แล้ว ฉันกำลังรายงานแนวคิดใหม่ให้รองประธานเมิ่งฟัง คุณก็ให้คำแนะนำแก่ฉันด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใช่สิ ผมเองก็ไม่ได้ถามเกี่ยวกับการขนส่งที่พี่รับผิดชอบมานานแล้ว จึงไม่ค่อยรู้สถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจงสักเท่าไหร่ เกรงว่าจะไม่สามารถให้คำแนะนำอะไรกับพี่ได้”
เฝิงเจียเหอกล่าวว่า “ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเฉพาะเจาะจงอะไร แต่ฉันมีไอเดียใหม่ ๆ สำหรับแนวโน้มธุรกิจในอนาคต แต่ก็ไม่แน่ใจ ดีที่คุณมาพอดี บางทีคุณอาจจะให้คำแนะนำบางอย่างกับฉันได้”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนี้ เขาก็เริ่มสนใจขึ้นมาเล็กน้อยและพูดว่า “พี่มีไอเดียใหม่ ๆ อะไรบ้างล่ะ บอกผมหน่อยสิ ! ”
ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น เขาก็ยื่นบุหรี่ให้
เมิ่งเสี่ยวเป่ยลุกไปชงชาให้ ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋และเฝิงเจียเหอต่างก็จุดบุหรี่ จากนั้นเฝิงเจียเหอก็กล่าวว่า “เนื่องจากเจียงเจียกรุ๊ปของเราเป็นเจ้าแรกที่ทำบริษัทโลจิสติกส์ ทำให้บริษัทขนส่งในหลายเมืองเริ่มเรียนรู้และเลียนแบบเรา พวกเขาเริ่มก่อตั้งบริษัทโลจิสติกส์ขึ้นมาบริษัทแล้วบริษัทเล่า”
“สิ่งนี้ทำให้บริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่และขนาดเล็กมีจำนวนเพิ่มขึ้น หลังจากที่บริษัทขนส่งหลายแห่งเปลี่ยนระบบมาเป็นโลจิสติกส์ พวกเขาก็ใช้ประโยชน์จากการควบคุมทรัพยากรของรัฐวิสาหกิจและแย่งชิงธุรกิจจำนวนมากไปจากเรา”
เจียงเสี่ยวไป๋เงียบไปเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดเลยว่าการแข่งขันด้านโลจิสติกส์จะรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วขนาดนี้
แต่เมื่อลองคิดดูแล้ว มันก็เป็นเรื่องปกติ
ด้วยการขยายธุรกิจของเจียงเจียกรุ๊ป เศรษฐกิจในตอนนี้ก็ได้พัฒนาก้าวข้ามวิถีประวัติศาสตร์ของชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาไปมาก
และเหตุนี้ เนื่องจากข้อจำกัดของยานพาหนะและการจราจรบนท้องถนน การขนส่งจึงเป็นที่ต้องการมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้คนจึงหันมาใช้ประโยชน์จากตลาดโลจิสติกส์ขนาดใหญ่นี้
เขาจึงพูดว่า “ทันทีที่พี่บอกผมถึงสถานการณ์นี้ ผมก็พอเข้าใจถึงสถานการณ์มากขึ้น แล้วพี่มีแผนจะรับมืออย่างไร ? ”
เฝิงเจียเหอกล่าวว่า “ข้อได้เปรียบของบริษัทโลจิสติกส์เราคือมีขนาดใหญ่ และการที่เราได้สร้างฐานการขนย้ายโลจิสติกส์และจุดกระจายสินค้าโลจิสติกส์ไปทั่วประเทศ มีการจัดการที่เป็นระบบมากกว่า จึงทำให้มีต้นทุนที่ต่ำที่สุดและสะดวกที่สุด”
หลังจากหยุดไปชั่วครู่ เขาก็พูดด้วยความกังวลว่า “แต่ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทโลจิสติกส์ของเราก็คือ ใช้ขนส่งสินค้าให้เจียงเจียกรุ๊ปเป็นหลัก ซึ่งครอบคลุมเปอร์เซนต์มากกว่า 95% ของธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งหมด”
“สิ่งนี้นำไปสู่ความจริงที่ว่าแท้จริงแล้วบริษัทโลจิสติกส์ของเราเป็นองค์กรย่อยที่เปิดให้บริการขนส่งสินค้าของเจียงเจียกรุ๊ปเป็นหลัก และส่วนแบ่งทางการตลาดก็ไม่ดีเท่าบริษัทโลจิสติกส์ที่ปรับโครงสร้างใหม่หรือเพิ่งเปิดตัวไป”
“สิ่งที่ฉันกังวลคือ หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ธุรกิจโลจิสติกส์ของเราก็จะไม่เติบโต”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขา แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่กำลังหมายความว่า เราแทบไม่ได้เงินจากคนอื่นเลยสินะ”
เฝิงเจียเหอพยักหน้ารับ และกล่าวว่า “การให้บริการแค่ภายในเจียงเจียกรุ๊ปเป็นหลักอาจช่วยควบคุมต้นทุนของผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของบริษัทได้ แต่ก็ส่งผลให้บริษัทโลจิสติกส์ไม่ได้กำไรจากทางอื่น และทางเราก็ไม่มีความสามารถในการหากำไรรูปแบบอื่น ในอนาคตด้วยเศรษฐกิจของตลาดภายนอกที่คึกคัก บริษัทโลจิสติกส์ของเราก็จะไม่ได้รับส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งมันคงน่าเสียดายมาก ทั้งที่เป็นบริษัทโลจิสติกส์รายแรกแท้ ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “พี่พูดถูก บริษัทโลจิสติกส์จะต้องได้รับผลกำไรจากภายนอกด้วยเหมือนกัน”
เฝิงเจียเหอพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณก็คิดเหมือนกันใช่ไหม ? คุณคิดว่าบริษัทโลจิสติกส์สามารถรับงานแบบอิสระได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แน่นอนว่าทำได้ แต่ข้อกำหนดเบื้องต้นก็คือจะต้องขนสิ่งสินค้าของบริษัทด้วย โดยที่ห้ามให้ส่งผลกระทบต่อกัน”
เฝิงเจียเหอรีบกล่าวขึ้นมาทันที “แน่นอน ฉันรู้เรื่องนี้ดี! เราสัญญาว่าจะปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพียงแต่เราจะอาศัยศูนย์กระจายสินค้าในเมืองต่าง ๆ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ และหยิบยกสโลแกนสองคำที่ว่า ‘รวดเร็ว’ และ ‘ถึงมือผู้รับ’ มาเป็นจุดขายของเรา”
“เพราะสองข้อนี้ เป็นข้อได้เปรียบที่บริษัทโลจิสติกส์อื่น ๆ ไม่สามารถเทียบกับเราได้ในขณะนี้ ! ”