ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1279 พ่อปิดบังอะไร?
ตอนที่ 1279 พ่อปิดบังอะไร?
ทันทีที่เจียงเสี่ยวไป๋วางสาย เจียงไห่หยางก็เดินเข้ามาที่หน้าประตู
“พ่อครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายเขา และถามอย่างสบาย ๆ “กลับมาแล้วเหรอครับ ? กินอะไรมาหรือยัง ? ”
เจียงไห่หยางตอบว่า “ฉันกินข้าวที่บ้านของลุงแกมาแล้วล่ะ ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ถามว่า “แล้วแกกลับมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบว่า “ผมมาถึงตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วครับ ! ”
เจียงไห่หยางพยักหน้า “เมื่อแกกลับมาครั้งนี้ จะออกไปอีกทีเมื่อไหร่ล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมคงไม่ออกไปไหนอีกสักพักแหละครับ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ก็ดี ฉันจะได้คุยเรื่องการสร้างสุสานอันใหม่ของปู่กับย่าให้แก่ฟัง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พ่อครับ เรื่องที่ต้องตัดสินใจ พ่อปรึกษาลุงกับอาไปเลยนะครับ ส่วนจะให้ผมช่วยอะไร พ่อก็บอกได้เลย ไม่ต้องปรึกษาผมหรอก”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “เอาล่ะ เราจะสร้างสุสานใหม่หลังเทศกาลเชงเม้ง มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อย่าทำให้ยุ่งยากเกินไปเลย แค่ขอแรงชาวบ้านมาช่วย แล้วเลี้ยงเหล้าพวกเขาที่บ้านลุงของแกก็พอแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีข้อโต้แย้งอะไร
เขายังกลัวตัวเองจะจัดงานใหญ่เกินไปด้วยซ้ำ
หลังจากที่สองพ่อลูกพูดคุยกันสองสามคำ หวังซิ่งจวี๋, หลินเจียอิน และเจียงชานก็กลับมาในบ้าน
ทุกคนนั่งด้วยกัน ดูทีวี คุยกันเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และเวลาก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
วันถัดไป
ระหว่างทานอาหารเช้า โจวเสี่ยวโจและเหลิ่งเวยก็มาถึง
ตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่อยู่บ้าน เหลิ่งเวยคือคนที่มารับหลินเจียอินแทนทุกครั้ง
เมื่อพวกเธอเห็นเจียงเสี่ยวไป๋ ทั้งคู่ก็กล่าวสวัสดี
เหลิ่งเวยพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ฉันไม่รู้ว่าคุณกลับมา จึงมารับท่านประธานค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ฉันกลับมาเมื่อวานนี้และยังไม่ได้แจ้งไปที่สำนักงาน คุณมาทันเวลาพอดี พาเฉินหยุนกับหวังเสวี่ยฮัวเข้าไปในเมืองก่อน”
หลินเจียอินได้ยินแบบนี้จึงพูดด้วยความประหลาดใจ “ทำไมวันนี้เสี่ยวหวังและเสี่ยวเฉินถึงต้องเข้าไปในเมืองด้วย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าผมให้พวกเธอเข้าไปในเมืองด้วย ก็แน่นอนว่าวันนี้ผมจะพาเจียงอันกับเจียงห่าวไปด้วยน่ะสิ ! ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “คุณจะพาพวกเขาไปที่บริษัทงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น แต่วันนี้พ่อ แม่ และชานชานก็ต้องเข้าไปในเมืองกับเราด้วย”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ฉันคงไม่ไป เพราะวันนี้ฉันต้องไปซ่อม……”
ขณะที่เขาพูด เขาก็หยุดชะงักไป
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูพ่อของเขา แล้วถามว่า “พ่อครับ พ่อกำลังจะไปซ่อมอะไร ? ทำไมถึงไม่พูดต่อล่ะ ? ”
เจียงไห่หยางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กัดฟันแล้วพูดว่า “ช่างเถอะ อย่างไรก็ใกล้จะเสร็จแล้ว แกจะได้เห็นมันในอีกไม่กี่วันนี้เอง ไว้รอรู้ในตอนนั้นก็ได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้นเมื่อเขาได้ยินว่าพ่อกำลังซ่อนบางอย่างจากเขาจริง ๆ !
เขารีบถามออกมา “พ่อ พ่อกำลังปิดบังอะไรผมอยู่ มีอะไรที่ในอีกไม่กี่วันผมจะได้ดู ! ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันจะสร้างสุสานใหม่ให้ปู่กับย่าของแก ? ลุงของแกกับอาสามและฉันได้ช่วยกันถางหญ้าข้างถนนตลอดทางไปสุสานของปู่และย่าแกไง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่ควรจะทำอยู่แล้วครับ แล้วพ่อกำลังพยายามปิดบังอะไรจากผมอยู่ ? ”
หวังซิ่วจวี๋ที่ยื่นอยู่ข้าง ๆ จึงพูดว่า “ก่อนตรุษจีนปีที่แล้ว พ่อกับแม่ขึ้นไปบนภูเขาเพื่อสับฟืน แต่ลูกก็ได้พาคนไปช่วยกันขนลงมาใช่ไหม ! ”
“ที่นาก็เหมือนกัน ก่อนที่เราจะไถนา คนในหมู่บ้านก็มาช่วยเราไถนา เราวางแผนจะหว่านข้าว คนในหมู่บ้านก็มาช่วยกันหว่านเมล็ดข้าว เมื่อมันสุกแล้ว เราก็ไม่ได้ไปเก็บเกี่ยว แต่คนในหมู่บ้านก็ช่วยกันเก็บเกี่ยวมาให้เรา”
“ไม่ว่าเราจะพูดอะไรให้ลูกฟัง เราก็จะอดทำสิ่งนั้นทันทีไม่ใช่เหรอ ? ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “การสร้างสุสานและการซ่อมแซมสุสานของปู่และย่าของแกถือเป็นความกตัญญูที่เราควรทำในฐานะลูกชาย ฉันเกรงว่าหลังจากบอกแกแล้ว แกจะไม่ให้เราทำเองและไปเรียกทีมวิศวกรมาทำให้ เราจึง……”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุข “นั่นคือเหตุผลที่พ่อไม่บอกผมสินะ ! ”
เจียงไห่หยางที่กำลังจะออกไปข้างนอกแล้ว ก็ได้พูดว่า “อย่างไรก็ตาม ฉันทำมันด้วยตัวเองและมันก็เกือบจะเสร็จแล้ว หลังจากนี้แกสามารถทำอะไรก็ได้ที่แกต้องการได้เลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พ่อ มีอะไรก็พูดกับผมมาตรง ๆ เถอะครับ ผมใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น แค่พ่อบอกว่าต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ในฐานะลูก และจะขอสร้างสุสานเองโดยที่ผมไม่ต้องไปขอให้ใครมาทำให้ ผมจะไม่เห็นด้วยเหรอครับ ถ้าพ่อพูดอย่างนั้น ! ”
“จำเป็นต้องปิดบังผมด้วยเหรอ ? ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “แม่ว่าจำเป็น ! ”
เจียงไห่หยางยังกล่าวอีกว่า “ถูกต้อง คราวนี้ฉันบอกทุกคนในหมู่บ้านแล้วว่าถ้าใครกล้าบอกแก ฉันจะเลิกคบกับเขา ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไรเมื่อได้ยินแบบนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาไม่ได้ยินข่าวใด ๆ ในครั้งนี้ ที่แท้เป็นเพราะพ่อไปข่มขู่ชาวบ้านเอาไว้นี่เอง !
เขาพูดว่า “เอาล่ะ ผมจะไม่พูดอะไรอีกแล้ว โอเคไหม ? ”
เจียงไห่หยางทำหน้าบูดบึ้ง “ก็ต่อให้แกอยากจะพูดในตอนนี้ก็ไม่สามารถพูดได้อยู่ดี เพราะมันใกล้เสร็จแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหัว แล้วพูดว่า “ก็ในเมื่อมันใกล้จะเสร็จแล้ว งั้นก็ตามผมเข้าไปในเมืองสิ”
“ไม่ ! ” เจียงไห่หยางกล่าวว่า “แม้ว่าจะเหลืออะไรอีกไม่มากในตอนท้าย แต่ฉันก็ยังต้องทำให้เสร็จ ฉันคงไม่กล้าทิ้งพวกเขาให้ทำกันเองสองคนหรอก ไม่อย่างงั้นจะมีสามพี่น้องไปทำไม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดได้เพียงว่า “งั้นก็ไปจัดการธุระของพ่อก่อนเถอะครับ ไม่เป็นไร ! ”
“เยี่ยมมาก ! ” เจียงไห่หยางคร่ำครวญ “แล้วทำไมวันนี้แกถึงอยากให้ฉันกับแม่ของแกเข้าไปในเมืองด้วยล่ะ มีธุระอะไรให้เราต้องเข้าเมืองด้วย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากให้ช่างตัดเสื้อมาวัดขนาดตัวของทุกคน จะได้สั่งตัดเสื้อผ้าให้ ! ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เจียงไห่หยางก็พูดว่า “ฉันยังมีเสื้อผ้าอีกมาก ไม่ต้องทำให้ฉัน ! ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “เสื้อผ้าที่แม่ซื้อสำเร็จตอนนี้สวยกว่าเสื้อผ้าที่แม่สั่งตัดมาก แม่ก็ไม่อยากซื้อเสื้อผ้าแบบสั่งตัดเหมือนกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุข ในอดีตเมื่อเขาบอกให้พ่อแม่ซื้อเสื้อผ้า พ่อแม่ของเขามักจะบอกว่าเสื้อผ้าที่พวกเขาสั่งตัดพอดีกว่าและสบายกว่าเสื้อผ้าที่ซื้อสำเร็จมาก
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็ชัดเจนแล้วว่าเสื้อผ้าที่ซื้อสำเร็จ ดูดีกว่าเสื้อผ้าที่สั่งตัดมาก
มันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก !
แต่เสื้อผ้าที่เขาจะสั่งตัดในครั้งนี้แตกต่างจากเสื้อผ้าที่ตัดเย็บโดยช่างตัดเสื้อในชนบทและในเมืองก่อนหน้านี้
ครั้งนี้เขาวางแผนที่จะสั่งตัดเย็บเสื้อผ้าให้พ่อแม่ ภรรยา ลูกชาย และลูกสาวของเขา ซึ่งจะมีการออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ ให้เข้ากับบุคลิกของแต่ละคน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แต่เขาไม่สามารถบอกออกไปโดยตรงได้
ท้ายที่สุดแล้ว โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเหล่านี้ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจียงเจียกรุ๊ปเลยแม้แต่น้อย
เรื่องนี้จะต้องทำอย่างลับ ๆ
“เอาล่ะ ถ้าพ่อไม่ไป ผมจะให้พวกเขามาวัดตัวพ่อที่บ้านก็แล้วกัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องทำแบบนี้
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังจะพาภรรยาและลูก ๆ เข้าไปในเมืองอยู่ดี
“ชานชาน ไปเที่ยวในเมืองกับพ่อกันเถอะ ! ”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงชานพูดอย่างมีความสุข “ไปในเมืองกับพ่อ แล้วไปซื้อเสื้อผ้าใหม่กันใช่ไหมคะ ! ”
เมื่อวานนี้ เจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าเขาจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เธอ เธอจึงจำมันได้ขึ้นใจ
เธอเก็บกระเป๋าใบเล็กของเธอด้วยความตื่นเต้น ข้างในเต็มไปด้วยขนมและเดินขึ้นเรถของเจียงเสี่ยวไป๋
หลินเจียอินก็ขึ้นไปในรถแล้ว จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ก็พาพวกเขาสองคนออกไป
ระหว่างทาง หลินเจียอินถามว่า “ทำไมจู่ ๆ คุณถึงคิดที่จะสั่งตัดเสื้อผ้าล่ะ ? ”
ตอนนี้เธอแตกต่างไปจากเมื่อก่อน หากเป็นเมื่อก่อน ถ้าเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าจะซื้อเสื้อผ้า ปฏิกิริยาแรกของเธอคือ: ใช้เงินฟุ่มเฟือยอีกแล้วเหรอ !
แต่ตอนนี้ครอบครัวของพวกเธอมีเงินใช้จนไม่หมดแล้ว เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋พูดคุยเกี่ยวกับการสั่งตัดเสื้อผ้า เธอจึงมีความสุข