ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1311 เรามาถึงที่หมายแล้ว
ตอนที่ 1311 เรามาถึงที่หมายแล้ว
“พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวคืออะไร ? ”
เฒ่าหูถามด้วยความสับสน
เหรินฉางเซี่ยเองก็ไม่เข้าใจ ดังนั้นเขาจึงมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “คุณมาอธิบายให้เขาฟังสิ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และกล่าวว่า “การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวคือการพัฒนาภูเขาที่สวยงามของที่นี่ให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในอนาคต สร้างถนนและสะพานเข้ามาที่นี่ ทำให้สามารถเที่ยวชมภูเขาที่สวยงามของที่นี่ได้ง่ายยิ่งขึ้น”
“เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้พร้อม เราก็จะนำไปโปรโมตในเมือง และให้คนในเมืองได้มาชมความงดงามของภูเขาและทิวทัศน์ที่นี่…”
ชาวบ้านเหล่านี้ไม่มีทางเข้าใจทฤษฎีอย่างแน่นอน
เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้อธิบายอย่างตรงไปตรงมา
“นี่คือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ! ”
“ฟังดูแล้วก็ไม่มีอะไรนี่นา ! ”
“แล้วภูเขาที่นี่มีอะไรดีเหรอ ? ”
“ถูกต้อง ที่นี่ไม่มีอะไร นอกจากหน้าผา ! ”
“การสร้างถนนเข้ามาคงยากมาก ! ”
“ใช่ มันชันมาก ถึงจะสร้างถนนขึ้นมาได้ แต่รถก็ไม่สามารถขับขึ้นมาได้หรอก”
“แต่ช่างเถอะ คนเมืองไม่มีอะไรทำ แค่มาดูหน้าผาแปลกพวกนี้ก็คงตื่นตาตื่นใจล่ะมั้ง”
“ถูกต้อง พวกเขาคงไม่มีอะไรทำแล้ว ! ”
“……”
ชาวบ้านที่ได้ยินแบบนี้ก็ไม่ได้สนใจและยังพูดเยาะเย้ยออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สนใจเรื่องนี้ และพูดว่า “อย่างไรก็ตาม เรามาที่นี่เพื่อตรวจสอบ ถ้าเราคิดว่ามันเป็นไปได้ เราก็จะต้องรบกวนทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต”
เหรินฉางเซี่ยพยักหน้าและให้ความเชื่อมั่นว่า “สิ่งที่เถ้าแก่เจียงพูดมานั้นเป็นความจริง”
สำหรับชาวบ้านอย่างเฒ่าหู พวกเขาไม่เชื่อสิ่งที่คนรวยอย่างเจียงเสี่ยวไป๋พูด พวกเขาไม่เชื่อสิ่งที่รองนายกเทศมนตรีอย่างหลี่หมิงซานพูด แต่เหรินฉางเซี่ยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พวกเขาเชื่อในสิ่งที่ตำรวจพูด
เฒ่าหูกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามที่พวกคุณต้องการเถอะ ! ”
เมื่อพูดแบบนั้น เขาก็คืนอาหารที่เขาเอามาให้จางเสี่ยวชุ่นไป
เมื่อหญิงวัยกลางคนเห็นแบบนั้น เธอก็ส่งอาหารที่เธอคว้ากลับมาให้หลินเจียอินกลับไปอีกครั้ง
ผู้คนก็เป็นแบบนี้ พวกเขาจะปฏิบัติต่อคุณด้วยอัธยาศัยที่ดี เมื่อเขารู้สึกว่าคุณดีต่อพวกเขา เขาจะทำทุกอย่างให้ตามที่คุณต้องการ
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มในขณะที่เขาพูด ถ้าเขามาพัฒนาที่นี่ในอนาคต เขาจะต้องติดต่อกับคนเหล่านี้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องโต้เถียงกับพวกเขา และเอาเงินให้
คราวนี้หญิงวัยกลางคนและเฒ่าหูไม่กล้าพูดอะไร
จนกระทั่งเหรินฉางเซี่ยพูดว่า “เถ้าแก่เจียงเอาให้คุณ รับไว้เถอะ เขามีเงินมากมาย ! ”
จากนั้น ทั้งสองก็ยอมรับไปแต่โดยดี
เมื่อมาถึงจุดนี้ หลังจากพักผ่อนอยู่หน้าบ้านหญิงวัยกลางคนเป็นเวลานาน และเสียเวลาอยู่ตรงนี้นานมาก เจียงเสี่ยวไป๋ก็เรียกทุกคนให้ออกเดินทางต่อ
พวกเขาเดินขึ้นไปบนภูเขาต่อ คราวนี้หลี่หมิงซานและคนอื่นดูเหมือนจะมีแรงจูงใจเพิ่มมากขึ้นแล้ว
และก็ไม่ใช่เหตุผลอื่นใด นอกจากไปล่าสัตว์บนภูเขา
หลังจากเดินมานานกว่าสองชั่วโมง หน้าผาสองแห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงข้ามกันก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน เมื่อมองแวบแรก พวกมันดูเหมือนตึกขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามกัน
เจียงเสี่ยวไป๋จำได้ว่าอีกประมาณหนึ่งถึงสองลี้ที่ขึ้นไปจากที่นี่ จะเป็นทางเข้าสู่จุดชมวิวแกรนด์แคนยอนที่เขาตั้งใจมา
อย่างไรก็ตาม หนึ่งถึงสองลี้นั้นคือหนึ่งถึงสองลี้ที่มีการสร้างถนนเสร็จแล้วในยุคหลัง แต่ในปัจจุบันมีเพียงถนนเล็ก ๆ ขึ้นไปบนภูเขา เพื่อให้ชาวบ้านขึ้นไปตัดฟืน ดังนั้นถนนคงจะคดเคี้ยวไปมา และระยะทางรวมคงมากกว่าหนึ่งถึงสองลี้แน่นอน
“เราจะเร่งเดินต่อไปอีกสามหรือสี่ลี้ แล้วจะตั้งแคมป์กันที่นั่นในวันนี้”
เมื่อได้ยินว่าต้องเดินสามหรือสี่ลี้ก่อนจะตั้งค่าย บางคนก็กังวลและบางคนก็ตื่นเต้น
หม่าว่านหลี่ต้องการหยุดพักอีกสักพัก แต่หลี่หมิงซานบอกเขา ดังนั้นเขาจึงต้องกัดฟันและเดินต่อไป
แม้ว่าหลินเจียหงจะเหนื่อยล้า แต่เธอก็รู้สึกสบายใจที่ได้เดินไปท่ามกลางธรรมติแบบนี้ เธอจึงพูดว่า “เสี่ยวไป๋ ทิวทัศน์ที่นี่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างสบาย ๆ ว่า “ตามที่พนักงานของผมบอก ทิวทัศน์จะเริ่มดีขึ้นเมื่อเรามาถึงที่นี่ และทิวทัศน์ด้านหน้าก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ”
“จริงเหรอ ! ” หลินเจียหงพูดโดยยังคงตั้งหน้าตั้งตารอ เธอหันไปพูดกับมู่เสี่ยวหวานว่า “แม่ แม่อยากให้หนูถ่ายรูปให้ไหม ? ”
มู่เสี่ยวหวานมองดูมันแล้วพูดว่า “อย่าเสียเวลาเลย เมื่อเราไปถึงสถานที่ที่เสี่ยวไป๋บอก เสี่ยวไป๋คงจะจัดการให้เอง”
หลินเจียหงมุ่ยปากของเธอ “แม่เชื่อเขาจริง ๆ เหรอ ? ”
มู่เสี่ยวหวานกล่าวว่า “เมื่อฉันมาถึงที่นี่ ฉันรู้สึกว่าทิวทัศน์เริ่มสวยขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ มันคุ้มค่าที่เดินทางมาไกลหน่อย”
เมื่อได้ยินที่แม่ของเธอพูด หลินเจียหงก็พูดว่า “เอาล่ะ เรามาเร่งความเร็วกันอีกนิดเถอะทุกคน”
พวกเขาเดินกันมาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงยอดเขาก่อนจะมืด ภูมิประเทศที่นี่เปิดโล่ง มีป่าสนเป็นแนวอยู่ทางด้านซ้าย และมีลำธารเล็ก ๆ ไหลออกมาจากโขดหินทางด้านขวา ลำธารเล็ก ๆ เมื่อไหลลงสู่หน้าผาก็เกิดเสียงน้ำไหล
ด้านหน้าน้ำตกมีพื้นที่ว่าง มองเห็นยอดเขารูปทรงแปลกตาหลายลูกอยู่ไกล ๆ พร้อมกับพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน ทำให้ฉากนี้เป็นภาพที่งดงามมาก
และคลื่นของยอดเขาที่เห็นเป็นเงาอยู่ด้านหลังอีกมากมาย
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ตรงนี่มีลำธารและเป็นที่ราบ เรามาตั้งแคมป์ที่นี่กันเถอะ ! ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ทุกคนก็ถอดกระเป๋าเป้ออกทันทีไม่สนใจทิวทัศน์ที่สวยงามรอบตัวพวกเขา สภาพตอนนี้ของพวกเขาราวกับลูกโป่งที่รั่ว พวกเขานั่งทรุดตัวลงกับพื้นโดยที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“มันไม่ง่ายเลย ในที่สุดเราก็มาถึงแล้ว ! ”
“เยี่ยมมาก ในที่สุดวันนี้ฉันก็มาถึงจุดหมายสักที ! ”
“ฉันเหนื่อยมาก ! ”
“ใช่ ฉันไม่อยากลุกไปไหนเลย ! ”
“ผู้ช่วยเจียง ขอพักสักหน่อยก่อนตั้งแคมป์นะ ! ”
“……”
“ได้ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋เห็นด้วย “พักสักสิบนาทีแล้วค่อยตั้งแคมป์กัน ! ”
หลี่หมิงซานกล่าวว่า “ผู้อำนวยการเหริน เราค่อยตั้งเต็นท์กันทีหลัง ฉันจะไปเก็บฟืนให้คุณเอง ส่วนคุณ เสี่ยวหวังและเสี่ยวหลี่ พวกคุณเข้าป่าเพื่อดูว่ามีสัตว์ให้ล่าไหม ? ”