ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1354 คุยโทรศัพท์กับคุณเฉียว
ตอนที่ 1354 คุยโทรศัพท์กับคุณเฉียว
หลังทานอาหารเย็นเสร็จ หลินเจียอิน, เจียงไห่หยาง, หวังซิ่งจวี๋, มู่เสี่ยวหวาน, หลินเจียจวิน และหลินเจียหง ก็ไปเดินเล่นในสวนหลังบ้านด้วยกัน
ในเดือนเมษายน อากาศจะเย็นสบาย เห็นดวงดาวและดวงจันทร์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าชัดแจ๋ว มีลมพัดเบา ๆ ทำให้เดินเล่นได้สบาย ๆ
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “อย่างว่าแหละนะ ตอนนี้ฉันคิดถึงการได้ออกไปเที่ยวจริง ๆ หลังจากที่กลับมา”
หวังซิ่วจวี๋ยิ้ม แล้วพูดว่า “ใช่ หากว่าตอนนี้อยู่กลางป่า เราก็คงจะยังนั่งรอข้าวสุกอยู่”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ตอนที่ออกไปข้างนอก ฉันมักจะกังวลว่าจะกินไม่อิ่ม เพราะมีคนจำนวนมาก แต่ต้องมากินอาหารในหม้อเดียวกัน และรู้สึกเสมอว่าจะต้องรีบกิน ! ”
หลินเจียอินพูดด้วยรอยยิ้ม “นั่นเป็นเราต้องได้ใช้แรงทั้งวัน และร่างกายก็กำลังขาดพลังงาน ดังนั้นจึงต้องกินให้มากขึ้นไงคะ ! ”
มู่เสี่ยวหวานพยักหน้าและพูดว่า “ใช่ การเดินป่าและสำรวจถ้ำด้านนอกนั้นเหนื่อยจริง ๆ แต่ก็มีคนไปด้วยกันหลายคน มันจึงสนุกดี”
จากนั้น เธอก็มองไปที่เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ แล้วพูดว่า “รอฉันมีเวลาอีก ไว้ฉันจะมาที่ชิงโจวและชวนพวกคุณไปเดินป่าด้วย ถึงตอนนั้นอย่าปฏิเสธเหมือนครั้งนี้นะ”
เจียงไห่หยางพูดด้วยรอยยิ้มเขินอาย “ไม่ปฏิเสธแน่นอนพี่สะใภ้ ถ้าคุณอยากไป เราก็จะไปกับคุณแน่นอน ! ”
หลินเจียหงกล่าวว่า “จะปล่อยให้คนแก่ไปด้วยกันได้อย่างไร ต้องมีหนูด้วยอีกคน ! ”
การไปเที่ยวในครั้งนี้ มันทำให้เธอหลงรักการเดินป่ามากขึ้น
มู่เสี่ยวหวานพูดด้วยความโกรธว่า “หากมีแค่ลูกไปคนเดียวก็ไม่สามารถช่วยอะไรเราได้ นอกจากไปช่วยผลาญข้าวในหม้อเท่านั้นแหละ ! ”
เธอชี้ไปที่หลินเจียจวิน แล้วพูดว่า “เอาพี่ชายของลูกไปยังจะดีหว่า อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถขนของให้เราได้ ! ”
ใบหน้าของหลินเจียจวินเข้มขึ้น เขาพูดอย่างไม่พอใจว่า “แม่ ผมไม่เพียงแค่ช่วยขนของได้เท่านั้น แต่ยังช่วยเคลียร์ทางและสร้างเตา ผมยังชำนาญอีกหลายอย่างนะ ! ”
หลินเจียหงพูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่า “คราวนี้มีคนไปเยอะมาก หนูจึงไม่จำเป็นต้องทำอะไร ถ้ามีพวกเราเพียงไม่กี่คน หนูคงจะได้ช่วยทำอาหารอยู่บ้าง ! ”
……
ในอีกด้านหนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋อยู่ในห้องนั่งเล่น หลังทานอาหารเสร็จและตรวจสอบแล้วว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรหาเฉียวเจิ้งเหลียงก่อน
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ทางฝั่งถู่เฉิงได้ใช้ความพยายามและการลงทุนไปมากเช่นกัน หลังจากที่เฉียวเจิ้งเหลียงไปที่หมู่บ้านซานฮวา พวกเขาก็รีบติดตั้งโทรศัพท์ที่นั่นทันที
ไม่อย่างนั้นจะมีโทรศัพท์ในที่ห่างไกลเช่นนี้ได้อย่างไร
ปลายสายมีการตอบรับอย่างรวดเร็ว
“ไม่ทราบว่าใครโทรมา ? ”
มันเป็นเสียงของชายหนุ่มที่มีสำเนียงปักกิ่ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเฉียวเจิ้งเหลียงไม่ได้เป็นคนมารับสายเอง
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “สวัสดี ฉันเจียงเสี่ยวไป๋ ! ”
อีกฝ่ายพูดขึ้นมาทันที “ผู้ช่วยเจียงนี่เอง สวัสดีครับ ผมเซี่ยเจี้ยนจวิน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “สวัสดีคุณเซี่ย ลำบากพวกคุณแล้วนะครับ ! ”
เซี่ยเจี้ยนจวินกล่าวว่า “มันไม่ใช่เรื่องยาก รองนายอำเภอหม่าและคนอื่นดูแลเราเป็นอย่างดี ขนาดตอนเราอยู่ที่เทียนจิง เรายังไม่สุขสบายเท่าที่นี่เลย ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็กล่าวเสริมว่า “ใช่สิ เราติดต่อคุณไม่ได้เลย จนอดเป็นกังวลไม่ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงรีบพูดขอโทษออกมา “ต้องขอโทษจริง ๆ ที่คราวนี้ฉันออกไปข้างนอกนานเกินไป อย่างไรก็ต้องขอโทษทุกคนด้วย ! ”
เซี่ยเจี้ยนจวินกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เราทุกคนรู้ว่าคุณเป็นคนงานยุ่งตลอด”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดูเหมือนเขาจะจำอะไรได้ จึงหยุดพูดเรื่องนี้และถามว่า “คุณโทรมาหาอาจารย์ใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ทันทีที่ฉันกลับมา หลี่ชิงอีก็บอกว่าคุณเฉียวมีเรื่องจะคุยกับฉัน ว่าให้โทรกลับมาหาเขาโดยเร็วที่สุด”
เซี่ยเจี้ยนจวินกล่าวว่า “งั้นรอสักครู่ ผมจะไปเรียกอาจารย์มาเดี๋ยวนี้แหละ ! เขาเพิ่งออกไปหลังจากกินข้าวเสร็จนี่เอง ! ”
“อืม ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวขอบคุณเขา “ขอโทษที่รบกวนนะคุณเซี่ย ! ”
“ยินดีเสมอครับ ! ” เซี่ยเจี้ยนจวินกล่าว ก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้ข้าง ๆ แล้วออกไปตามหาเฉียวเจิ้งเหลียง
เจียงเสี่ยวไป๋รออย่างอดทน
ประมาณสามนาทีต่อมา เสียงของเฉียวเจิ้งเหลียงก็ดังขึ้น “เจียงเสี่ยวไป๋ ในที่สุดก็ยอมกลับมาสักทีนะ ? ”
ประโยคแรกที่กล่าวออกมาก็โดนแซะเต็ม ๆ แล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็อารมณ์ดี เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “สวัสดีคุณเฉียว ผมขอโทษด้วยที่คราวนี้ผมออกไปข้างนอกนานหน่อย ! ”
เฉียวเจิ้งเหลียงพูดด้วยความโกรธว่า “คุณอายุเท่าไหร่แล้ว ? แม้แต่เลขาของคุณก็ยังติดต่อคุณไม่ได้ ? เกิดอะไรขึ้นหรือ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เรื่องที่คุณกำลังตำหนินี้ เป็นเรื่องที่ผมจะให้ความสนใจกับมันแน่นอนในอนาคต ! ”
“แล้วคุณยังสนใจเรื่องของฉันอยู่หรือเปล่า ? ” เฉียวเจิ้งเหลียงพูดอย่างไม่พอใจ “เรื่องของฉันก็ให้รอต่อไปอย่างนั้นนะเหรอ ! ”
“เปล่านะครับ ผมก็คิดถึงตลอด ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นจึงเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วและพูดว่า “คุณเฉียว คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม”
เฉียวเจิ้งเหลียงตะคอกอย่างเย็นชา “เรื่องอะไรล่ะ เมื่ออุปกรณ์มาถึงก็ต้องมีการขุดก๊าซธรรมชาติ เดิมทีฉันต้องการจะหารือกับคุณเกี่ยวกับการจัดเก็บและสร้างท่อส่งก๊าซไฟฟ้า แต่ในกรณีที่คุณไม่อยู่ ฉันจึงต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง”
หลังจากพูดจบเขาก็กล่าวเสริม “เพราะคุณพูดตอนนั้นว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะจัดการกับสถานการณ์เหล่านี้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “แน่นอนครับ ในเมื่อผมเชิญคุณมาที่นี่แล้ว คุณก็คือคนที่สามารถตัดสินใจในทุกเรื่อง”
เขาเจอทางออกอย่างรวดเร็วและพูดว่า “เพราะแม้ว่าผมจะอยู่ที่นั้น แต่ผมก็ทำได้เพียงแค่รับฟัง ท้ายที่สุดคุณก็ต้องเป็นคนตัดสินใจอยู่ดี”
ดูเหมือนเฉียวเจิ้งเหลียงจะรู้สึกดีขึ้นมากหลังจากได้ยินที่เขาพูด และพูดว่า “เมื่อไหร่คุณจะมาที่หมู่บ้านซานฮวา ? เพราะฉันยังมีเรื่องที่จะต้องพูดกับคุณตัวต่อตัวอยู่ดี”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เดิมทีผมวางแผนไว้ว่าจะไปพรุ่งนี้ แต่เมื่อกลับมา ผมก็รู้ว่าลุงใหญ่ของผมกำลังมาที่ชิงโจวในวันที่ 26 ดังนั้นผมจึงต้องรอให้เขากลับก่อน ถึงจะไปที่หมู่บ้านซานฮวาได้”
หลังจากได้ยินแบบนี้ เฉียวเจิ้งเหลียงก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “คุณบอกว่าผู้นำหลินกำลังจะมาที่ชิงโจวเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใช่ครับ ! ”
เฉียวเจิ้งเหลียงพูดว่า “ถ้าเขามา คุณก็คงมาที่นี่ไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ งั้นค่อยมาหลังจากที่เขากลับไปก็ได้ ! ”
“ได้ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณคุณเฉียวที่เข้าใจ เมื่อผมไปที่นั่น ผมจะเอาเหล้าไปฝากคุณสองขวด”
เฉียวเจิ้งเหลียงพูดอย่างมีความสุข “ไม่เป็นไร แต่หากคุณอยากเอามาฝาก ก็เอาเหล้าเทียนเซี่ยไป๋มาก็พอ ! ”
หลังจากนั้นเขาก็กล่าวเสริมว่า “เอามาเพิ่มอีกหลาย ๆ ขวดเลย ! ”
เซี่ยเจี้ยนจวินที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นออกมา
หลังจากมาอยู่ที่นี่นานเข้า เขาก็รู้ว่าเหล้าเทียนเซี่ยไป๋นั้นมีราคา 999.99 หยวนต่อขวด
ทันทีที่คุณเฉียวเปิดปาก เขาก็ขอให้เจียงเสี่ยวไป๋เอาเหล้ายี่ห้อนี้มาให้ ทำให้อดที่จะน้ำลายไหลไม่ได้
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องพูดว่าเอาสองสามขวดหรอกครับ เดี๋ยวผมจะเอาไปให้สองสามกล่องเลย ! ”
เฉียวเจิ้งเหลียงไม่เกรงใจเลย เขากลับพูดว่า “คุณมีเงินอยู่แล้ว งั้นฉันก็ขอยอมรับสิ่งที่คุณเอามาให้ก็แล้วกัน ! ”
หลังจากพูดกันผ่านไปไม่กี่ประโยค ทั้งคู่ก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
พวกเขาคุยกันต่ออีกสองสามนาที ก่อนที่จะวางสายไป
ที่นั่น เซี่ยเจี้ยนจวินรอให้เฉียวเจิ้งเหลียงวางโทรศัพท์ก่อน แล้วจึงพูดว่า “อาจารย์ คุณขอเหล้าเทียนเซี่ยไป๋จากพี่เสี่ยวไป๋มากมายขนาดนี้ มันจะไม่เยอะไปเหรอครับ เพราะราคาของมันแพงมากเลยนะครับ ! ”
เฉียวเจิ้งเหลียงตะคอกออกมา “เหล้ามีราคาแพงก็จริง แต่เจียงเสี่ยวไป๋ผลิตเอง ราคาก็พอ ๆ กับเหล้าอื่นนั่นแหละ ฉันจะเกรงใจไปทำไม ! ”
เซี่ยเจี้ยนจวินพูดว่า “ปกติอาจารย์ดื่มน้อยจะตาย ทำไมถึงอยากให้เขาเอามาเยอะแบบนี้ล่ะครับ ? ”
เฉียวเจิ้งเหลียงเองก็เป็นคนที่ดื่มเหมือนกัน แต่อย่างที่เซี่ยเจี้ยนจวินพูดไป ปกติแล้วเขาจะดื่มเฉพาะตอนเย็นของทุกวัน ซึ่งคำนวนดูก็น่าจะประมาณไม่เท่าไรต่อวันเท่านั้น
เหล้าหนึ่งขวดก็เพียงพอที่จะให้เขาดื่มไปได้สี่ถึงห้าวันแล้ว
เฉียวเจิ้งเหลียงกลอกตาไปที่เซี่ยเจี้ยนจวินและพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันต้องการให้เขาเอามาให้เยอะ ๆ ก็เพราะจะเอามาขายให้กับรองนายอำเภอหม่าและคนอื่นด้วย ! ”