ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1372 พ่อตาคับข้องใจ
ตอนที่ 1372 พ่อตาคับข้องใจ
“พี่ใหญ่ ! ”
“พี่สะใภ้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวทักทายและโบกมือให้เด็กน้อยทั้งสอง หลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลิน
“สวัสดีครับคุณอา ! ”
“สวัสดีค่ะคุณอา ! ”
หลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลินมีความสุขมากที่ได้เจอกับเจียงเสี่ยวไป๋ พวกเขาวิ่งเหยาะ ๆ ล้อมรอบเขาทางซ้ายและขวา พลางตะโกนด้วยความดีใจ
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบรับด้วยรอยยิ้ม
หลินเจียเหวยพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่ท “นายช่วยเปิดท้ายรถให้ที เราจะเอาของที่เตรียมมาให้คุณลุงคุณป้าไปใส่ไว้ในรถก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มาครั้งไหน พี่ก็นำของฝากมาเยอะแบบนี้ตลอดเลย”
หลินเจียเหวยพูดว่า “ฉันไม่ได้เอามาให้นาย แต่ฉันเอามาให้ลุงและป้า อะไรของนาย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเปิดหลังรถแลนด์โรเวอร์ให้พวกเขาเอาของมาใส่
หลังจากที่หลินเจียเหวยใส่ของเข้าไปแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ปิดท้ายรถ ยื่นบุหรี่ให้เขาแล้วพูดว่า “เราพักที่นี่กันสักพักเถอะครับ แล้วค่อยออกเดินทางอีกที”
หลินเจียเหวยพยักหน้าแล้วหยิบบุหรี่จากมือของเจียงเสี่ยวไป๋ จุดไฟเองแล้วส่งไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งคืนให้
เขาสูดควันบุหรี่เข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “นายไม่ได้มาที่เจี้ยนหยางนานแล้ว และไม่เคยโทรหาฉันด้วยซ้ำ มัวแต่ยุ่งอยู่กับอะไรทั้งวัน ? ”
หานหยุนอิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ได้พูดว่า “สำหรับบริษัทใหญ่แบบนี้ วัน ๆ หนึ่งคงจะต้องจัดการกับหลายสิ่งหลายอย่าง คุณคิดว่าเขาจะยุ่งไหมล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างละอายใจ ที่จริงแล้วเขาไม่ได้จัดการเรื่องของบริษัทมากนัก เพราะเขาปล่อยให้เมิ่งเสี่ยวเป่ย เฉินหยวนเฉา เฉินอันผิง และคนอื่นจัดการแทนหมด
แต่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้ไปที่เจี้ยนหยางเลยตั้งแต่ช่วงตรุษจีน และไม่ได้ติดต่อกับพี่เขยของเขามานานแล้ว
เขาจึงพูดขอโทษออกมาทันที “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ พวกพี่สบายดีไหมครับ ? ”
หลินเจียเหวยยิ้มและพูดว่า “ฉันสบายดี แต่ก็ดื่มเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกวัน”
หานหยุนอิงเหลือบมองเขาอย่างไม่พอใจและพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “นายไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เขาเกือบจะกลายเป็นคนติดเหล้าไปแล้ว”
หลินเจียเหวยกล่าวว่า “แล้วจะให้ฉันทำอย่างไรได้ ใครใช้ให้ฉันมาดูแลนครแห่งเหล้าแทนล่ะ ! ”
หลังจากการก่อตั้งนครแห่งเหล้าเจี้ยนหยางแล้ว หลินเจียเหวยก็ไม่ได้ทำงานที่โรงเบียร์ซานเฉิงอีก เขาย้ายเข้าไปทำงานที่นครแห่งเหล้าที่สร้างขึ้นใหม่ในตำแหน่งผู้บริหาร และเขาก็ต้องไปคุยธุระกับผู้อำนวยการของโรงบ่มเหล้าหลายแห่งทุกวัน
ในเมืองแห่งเหล้ามีโรงบ่มเหล้าหนึ่งถึงสองร้อยแห่งที่มีเหล้าทุกประเภท แล้วแบบนี้จะให้เขาไม่ดื่มได้อย่างไร
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่พี่เขยของเขา แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “การดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อยในปริมาณที่พอเหมาะนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่การดื่มมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของพี่ พี่ไม่ควรดื่มให้ติดเป็นนิสัยจนสุขภาพแย่ลง”
หลินเจียเหวยยิ้มและพูดว่า “ฉันมีร่างกายที่แข็งแรงอยู่แล้วน่า”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “อย่างไรก็ตาม พี่ควรใส่ใจสุขภาพตัวเองบ้างนะครับ”
ทั้งที่เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา
ต่างก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว เรื่องบางเรื่องก็น่าจะรู้เองได้แล้ว
หลังจากพูดไปแล้ว เขาก็มองไปที่หานหยุนอิง
หานหยุนอิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฉันเองก็สบายดี อาจจะยุ่งนิดหน่อย ฉันต้องไปร้านนวดเท้าสองแห่งและร้านอาหารอีกสองแห่งทุกวัน เวลาของแต่ละวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว”
“คุณอา พวกเราก็สบายดีเหมือนกัน ! ”
หลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลินแข่งกันพูดออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและลูบหัวของเด็กน้อยสองคน แล้วพูดว่า “อารู้ว่าหนูสองคนเก่งมาก แล้วเรื่องเรียนเป็นอย่างไรกันบ้าง ? ”
หลินจื้อเสียนชี้ไปที่หลินจื้อหลิน แล้วพูดว่า “เธอเรียนเก่ง เธอสอบได้ที่หนึ่งในครั้งที่แล้ว ส่วนผมก็เหมือนเดิม”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นจื้อเสียนก็ต้องพยายามให้หนักกว่านี้แล้ว ! ”
หลินจื้อเสียนพยักหน้าและพูดอย่างจริงจัง “ผมจะพยายามตั้งใจเรียนครับ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็มองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยดวงตากลมโต แล้วถามว่า “แล้วน้องชานชานอยู่ไหนเหรอครับ ถ้าไปที่เจียงวาน เราจะได้เจอเธอไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เธอยังอยู่ที่โรงเรียน คราวนี้คงจะไม่ได้เจอเธอหรอก ! ”
หลินจื้อเสียนดูผิดหวังและพูดว่า “พ่อบอกว่าคุณปู่กำลังมาจากเทียนจิงเพื่อมาหาเราไม่ใช่เหรอครับ คุณปู่มาทั้งที คุณอาไม่ยอมให้น้องชานชานกลับมาเจอคุณปู่เลยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึง ดูเหมือนว่า… เขาเองก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเหมือนกัน
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า “น้องชานชานเพิ่งขอลาเมื่อไม่นานมานี้ หากจะลาตอนนี้อีก ก็คงจะดูไม่ดี”
อย่างไรก็ตาม การที่ลูกสาวของเขาได้มาพบหลินต้าจ้าวในตอนนี้ ก็ไม่ได้สำคัญอะไรกับเธออยู่ดี
หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่ไปรับเจียงชานกลับมา
หลินจื้อเสียนและหลินจื้อหลินต่างก็ดูผิดหวังไปตาม ๆ กัน
หลังจากที่หลินต้าเหว่ยสูบบุหรี่เสร็จ ทุกคนก็ขึ้นรถแล้วมุ่งหน้ากลับไปที่เจียงวาน
ระหว่างทาง เจียงเสี่ยวไป๋พยายามหาโอกาสอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นกับพ่อตาของเขา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือโดยเจตนา แต่หลินต้าเหว่ยไม่ให้โอกาสเขาได้อธิบายอะไรเลย
เมื่อใดก็ตามที่เจียงเสี่ยวไป๋เปิดปาก เขาก็มักจะเปลี่ยนเรื่องเสมอ
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกหดหู่มาก
ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงบ้าน
เมื่อญาติมาถึง เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็ดูกระตือรือร้นมาก มู่เสี่ยวหวาน, หลินเจียจวิน และหลินเจียหงก็อยู่ด้วย
“อันอันกับห่าวห่าวเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
หลังจากที่หลิวอี้ถิงนั่งลง สิ่งแรกที่เธอถามถึงคือหลานน้อยทั้งสอง
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “พวกเขากำลังหลับอยู่ เสี่ยวเฉินและเสี่ยวหวังเพิ่งเอาไปหลับเมื่อครู่นี้เอง”
หลิวอี้ถิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้าพวกเขาตื่นแล้ว ฉันค่อยไปเล่นกับพวกเขาก็ได้”
เป็นเวลานานแล้วที่เธอไม่ได้เห็นหลานตัวน้อยทั้งสองคน มันทำให้หลิวอี้ถิงคิดถึงพวกเขามาก ๆ
หวังซิ่วจวี๋กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันบอกเสี่ยวเฉินและเสี่ยวหวังไว้แล้ว ว่าให้พวกเขาพาเด็ก ๆ ทั้งสองคนออกมาทันทีที่ตื่น”
หลิวอี้ถิงพยักหน้าและถามด้วยรอยยิ้ม “เจ้าตัวเล็กทั้งสองอ้วนขึ้นบ้างไหม ? ”
หวังซิ่วจวี๋ตอบด้วยรอยยิ้ม “พวกเขาโตขึ้นมาก ตอนนี้ฉันแทบจะอุ้มไม่ไหวอยู่แล้ว”
เด็ก ๆ เติบโตอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เจ้าตัวน้อยทั้งสองหนักเกือบสิบกิโลกรัม หากต้องอุ้มพวกเขาอยู่ตลอดเวลา มันจะทำให้เธอเหนื่อยมาก
จากนั้นเธอก็อดไม่ได้ที่จะคร่ำครวญว่าเธออายุมากขึ้น จึงทำให้ไม่เหมือนตอนที่เธอเลี้ยงลูกสมัยสาว ๆ
โชคดีที่ตอนนี้มีเฉินหยุนและหวังเสวี่ยฮัวช่วยดูแลเด็ก ๆ ให้ด้วย ไม่อย่างนั้นเธอก็คงทนไม่ไหวจริง ๆ
ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก และหวังซิ่วจวี๋ก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “แม่ยายเสี่ยวไป๋ ในอีกไม่กี่วันฉันก็จะไปที่เจี้ยนหยาง และไปอยู่กับเสี่ยวเฟิงสักพักหนึ่งก่อน”
หลิวอี้ถิงรู้สึกดีใจมากเมื่อได้ยินแบบนี้ และพูดด้วยรอยยิ้ม “เจี้ยนหยางยินดีต้อนรับ พวกคุณยังไม่เคยไปที่บ้านของฉันเลย ! ”
เดิมทีเจียงไห่หยางกำลังคุยกับหลินต้าเหว่ย แต่หลังจากฟังคำพูดของหลิวอี้ถิงแล้ว เขาก็พูดว่า “นี่คือสิ่งที่เราบกพร่อง เราน่าจะไปบ้านของคุณตั้งมานานแล้ว”
หลินต้าเหว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็ถึงเวลาแล้ว เมื่อพวกคุณไปที่บ้านของเสี่ยวเฟิง ก็ยังสามารถไปที่บ้านของเราได้ด้วย”
“ใช่ ! ” เจียงไห่หยางเห็น “ฉันคงต้องไปรบกวนคุณแน่นอน”
หลินต้าเหว่ยพูดอย่างไม่พอใจ “เราเป็นครอบครัวเดียวกัน จะเรียกว่ารบกวนได้อย่างไร เราเป็นญาติกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ญาติก็คือญาติ”
ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น เขาก็เหลือบมองที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “มันไม่เหมือนกับคนบางคนที่ไปได้ แต่ไม่ยอมไปหากันเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่นหลังจากได้ยินแบบนี้ โดยคิดว่าเขาไม่ควรมีความคับแค้นใจกับพ่อตาของเขาจริง ๆ
มันเป็นเรื่องที่อธิบายยาก เขาจึงต้องแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินและไม่พูดอะไร
หลินต้าเหว่ยไม่ได้ตั้งใจที่จะปล่อยเขาไปแบบนั้น จึงพูดไปตามตรงว่า “เสี่ยวไป๋ ลูกคิดอย่างนั้นหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ทำได้เพียงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินที่เขาพูดเมื่อกี้ และถามออกมาราวกับคนโง่ “พ่อพูดว่าอะไรนะ ? ”
หลินต้าเหว่ยไม่เชื่อว่าเขาไม่ได้ยิน จึงเม้มปากแล้วพูดว่า “ฉันเพิ่งบอกว่า การที่เราเป็นครอบครัวเดียวกันนั้น ก็ต้องไปเที่ยวหากันบ่อย ๆ ! ”