ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1373 แม่ยายดีที่สุด
ตอนที่ 1373 แม่ยายดีที่สุด
“ใช่ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “พ่อพูดถูก ! ”
หลินต้าเหว่ยเหลือบมองเขาและรู้สึกว่าคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋นั้นดูเสแสร้งเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจและพูดต่อ “ถ้าไม่มีการไปมาหาสู่กันเป็นเวลานาน ก็จะมีความห่างเหินมากขึ้นเรื่อย ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงพยักหน้าต่อ
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “พ่อจำได้ว่าปีก่อนและปีที่แล้ว ลูกยังมาเยี่ยมพ่อและแม่ของลูกบ่อยครั้ง”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “พ่อ ผมยอมรับว่าปีนี้ผมไปน้อยลง ! ”
หลินต้าเหว่ยจ้องมองเขา แล้วพูดว่า “ลูกก็รู้อยู่แก่ใจว่าปีนี้ลูกไปน้อยมาก ก็ยังกล้าพูดมันออกมาอีกเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เรื่องนี้ผมผิด ผมก็พูดไปตามผิด ผมยอมรับอยู่แล้ว ! ”
หลินต้าเหว่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกราวกับว่าหมัดของเขาที่ชกออกไปกำลังตีกลับมาหาตัวเขาเอง
หลิวอี้ถิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดว่า “เหล่าหลิน จะเอาเรื่องนี้ไปว่าให้เสี่ยวไป๋ทำไม เสี่ยวไป๋จะไปเมื่อไหร่ก็ได้ที่เขาอยากไป จะไปบังคับใจเขาทำไม ? ”
เมื่อภรรยาของเขาพูดออกมาแบบนี้ หลินต้าเหว่ยเขาก็พูดอย่างไม่ยอมว่า “จะไม่ให้ฉันตำหนิเขาได้อย่างไร ปีนี้ก็เดือนเมษายนแล้ว แต่เขาไปที่เจี้ยนหยางแค่ช่วงเทศกาลโคมไฟ และก็ไม่ได้ไปอีกเลยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”
หลิวอี้ถิงกล่าวว่า “อย่างที่คุณบอก ตอนนี้ยังแค่เดือนเมษายนเท่านั้น ลองคิดดูว่าในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาเรามาที่เจียงวานกี่ครั้งแล้ว ? ”
“ไม่ใช่ว่าไม่เจอกันเลยเสียหน่อย ! ”
“ต่างกันอย่างไรระหว่างมาที่เจียงวานและไปที่เจี้ยนหยาง ? ”
“ทำไมจะต้องเอาเรื่องแบบนี้มาตำหนิกัน ! ”
หลังจากที่ภรรยาพูดไปสองสามคำ หลินต้าเหว่ยก็พูดไม่ออก
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้ม แม่ยายของเขาช่างดีจริง ๆ
เป็นคนที่น่าเกรงใจ !
สมเหตุสมผล !
หลินเจียอินยืนอยู่ข้าง ๆ ชี้ไปที่หวังซิ่วจวี๋แล้วพูดกับหลิวอี้ถิงว่า “แม่ เมื่อแม่สามีของหนูไปที่เจี้ยนหยาง หนูจะพาอันอันและห่าวห่าวไปอยู่ที่บ้านของเราสักสองสามวัน”
โดยปกติแล้วเธอจะเรียกว่าหวังซิ่วจวี๋ว่าแม่
แต่เมื่อหลิวอี้ถิงก็อยู่ที่นี่ด้วย ทั้งสองคนก็เป็นแม่ของเธอ ดังนั้นเธอจึงเรียกให้แยกง่าย ระว่างแม่กับแม่สามี
เมื่อหลิวอี้ถิงได้ยินดังนั้น เธอก็มีความสุขมากยิ่งขึ้น
เธอหันไปพูดกับหลินต้าเหว่ยว่า “ดูสิ พวกเขาไม่ได้กลับบ้านทุกครั้งที่มีเวลาเหรอ ? ”
หลินต้าเหว่ยอดไม่ได้ที่จะพูดกับหลินเจียอินว่า “ลูกตั้งใจจะสร้างปัญหาอะไรอีก ? ”
หลินเจียอินพูดอย่างบริสุทธิ์ใจว่า “พ่อ หนูเปล่านะ หนูบอกเรื่องนี้กับแม่สามีตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ! ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ใช่ นี่คือสิ่งที่เราคุยกันตอนที่กินข้าวเช้านี้ ! ”
หลินต้าเหว่ยไม่มีอะไรจะพูดหลังจากได้ยินแบบนั้น
เมื่อเจียงไห่หยางเห็นแบบนั้น เขาก็กังวลว่าหลินต้าเหว่ยจะเสียหน้า เขาจึงเปลี่ยนเรื่องและพูดว่า “พ่อตาเสี่ยวไป๋ ในเมื่อวันนี้คุณมาแล้ว เราคงต้องดื่มด้วยกันบ้างแล้ว”
หลินต้าเหว่ยจึงใช้โอกาสนี้ยืมลาลงจากเขา แล้วพูดว่า “เยี่ยมมาก คืนนี้ฉันจะดื่มกับคุณแน่นอน”
หลังจากพูดจบ เขาก็เน้นย้ำว่า “นำเหล้าเก่า ๆ ที่เจ้าเด็กสารเลวมันซ่อนไว้ออกมาดื่มสักสองสามขวด”
เจียงไห่หยางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ต้องเป็นเหล้าเหมาไถปี 60 อยู่แล้ว”
หลินต้าเหว่ยมีความสุขมากเมื่อได้ยินว่าจะได้ดื่มเหล้าเหมาไถที่ผลิตในทศวรรษ 1960 เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มันคงจะดีไม่น้อยถ้าได้ดื่มเหล้าเหมาไถที่ผลิตในปี 1960”
ในฐานะผู้นำของอำเภอเจี้ยนหยาง มีมหานครเหล้าในเจี้ยนหยาง และลูกชายของเขาก็เป็นถึงประธานของนครแห่งเหล้า โดยธรรมชาติแล้ว หลินต้าเหว่ยไม่ขาดแคลนเหล้าดี ๆ อยู่แล้ว เขาจะดื่มเหล้าแบบไหนก็สามารถเลือกดื่มได้
แต่ไม่ว่าเหล้าเหล่านั้นจะดีแค่ไหนก็ยังเป็นเหล้าใหม่ จะเทียบกับเหมาไถที่มีอายุมากกว่า 20 ปีได้อย่างไร
และหลินต้าเหว่ยก็รู้ด้วยว่าเหล้าเก่าที่ซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินคือเลือดเนื้อและหัวใจของเจียงเสี่ยวไป๋
การดื่มเหล้าเก่าที่เขาซ่อนไว้ก็เหมือนกับการเอามีดไปกรีดหัวใจของเขา
เขาเพิ่งไม่พอใจภรรยาและลูกสาวของเขาที่เข้าข้างเจียงเสี่ยวไป๋ แต่ในที่สุดเขาก็จะได้โอกาสแก้แค้นเจียงเสี่ยวไป๋อีกครั้ง
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจ
แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเรื่องจริงที่เจียงเสี่ยวไป๋ชอบสะสมเหล้าเก่า แต่นั่นก็เป็นเพียงของหายากและมีค่าในสายตาของเขาเท่านั้น เขาสะสมมันเพราะเขาต้องการดื่มเหล้าที่หายากในอนาคต เหล้าไม่ว่าจะหายากสักแค่ไหน แต่หากว่าไม่ดื่ม มันก็เป็นเพียงของที่ไร้ค่า เอาไปทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
เมื่อคืนเขาเปิดไปแล้วหนึ่งขวด
หากหลินต้าเหว่ยรู้แบบนี้ เขาคงไม่คิดแบบนั้นอย่างแน่นอน
หลังจากนั้น ครอบครัวของหลินต้าเหว่ยที่ได้มาพักบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ก็ดูมีความสุขมาก
……..
วันรุ่งขึ้นมาถึงในพริบตา
ในตอนเช้า หลินต้าเหว่ย, หลินเจียอิน และเจียงเสี่ยวไป๋ได้ออกเดินทางเข้าไปในเมือง
มู่เสี่ยวหวาน, หลิวอี้ถิง และคนอื่นไม่ได้ติดตามพวกเขาเข้าไปในเมือง
ท้ายที่สุดแล้วการมาเยือนชิงโจวของหลินต้าจ้าวในครั้งนี้ก็ถือว่ามาทำงาน สำหรับสมาชิกในครอบครัวคนอื่นจะได้พบกันก็ต่อเมื่อตอนกลางคืนเท่านั้น ในช่วงกลางวันจึงไม่มีใครตามเข้าไปในเมืองด้วย
เมื่อทั้งสามมาถึงเจียงเจียกรุ๊ป ถังจิงเทียน, หลี่หมิงซาน, โจวหงป๋อ และคนอื่นก็มาถึงที่นี่เช่นกัน
“นายกเทศมนตรีถัง ทำไมคุณถึงมาที่นี่เร็วขนาดนี้ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกับหลินต้าเหว่ยและหลินเจียอิน เขาเห็นถังจิงเทียนและอีกสองคนอยู่ในห้องทำงานของเขาแล้ว จึงกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม
ถังจิงเทียนเพิกเฉยต่อเจียงเสี่ยวไป๋ แต่เดินไปหาหลินต้าเหว่ยพร้อมทั้งพูดด้วยรอยยิ้ม “เหล่าหลิน คุณก็อยู่ที่นี่ด้วย ! ”
หลี่หมิงซานและโจวหงป๋อก็ทักทายหลินต้าเหว่ยเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นหลินต้ากั๋วหรือหลินต้าจ้าวที่กำลังจะมาเร็ว ๆ นี้ พวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นพี่ชายของหลินต้าเหว่ยกันทั้งนั้น
ดังนั้นทั้งสามคนจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษกับหลินต้าเหว่ย
“นายกเทศมนตรีถัง รองนายกเทศมนตรีหลี่ รองนายกเทศมนตรีโจว ! ”
พวกเขาทั้งสามล้วนมีระดับที่สูงกว่าหลินต้าเหว่ย หลินต้าเหว่ยจึงตอบอย่างสุภาพ “ฉันมาถึงเมื่อวาน”
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดว่า “เหล่าหลิน คุณมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทำไมคุณไม่บอกฉัน ฉันจะได้ไปหาคุณที่นั่น ! ”
หลินต้าเหว่ยพูดว่า “ฉันรู้ว่าช่วงนี้คุณยุ่ง ฉันก็เลยไม่อยากจะรบกวนคุณ”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ไม่ว่าฉันจะยุ่งแค่ไหน ฉันก็ต้องไปหาคุณอยู่แล้วเมื่อคุณมาถึง ครั้งต่อไปที่คุณมาที่ชิงโจว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณก็ต้องบอกฉันล่วงหน้าด้วย”
หลินต้าเหว่ยไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตอบตกลงด้วยรอยยิ้ม
จนกระทั่งเขาทักทายหลินต้าเหว่ยและหลินเจียอินเสร็จ เขาจึงพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ก่อนหน้านี้คุณพูดว่าอะไรนะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มีเส้นสีดำปรากฏขึ้นบนหัวของเขา
คนดี เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับพ่อตาของฉัน คุณถึงกลับไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันพูดเลยด้วยซ้ำ สมแล้วจริง ๆ ที่ได้เป็นผู้นำ
เขารู้สึกไม่มีความสุข แต่ก็ยังคงพูดซ้ำไปว่า “ทำไมผู้นำจำนวนมากถึงมาที่นี่เร็วขนาดนี้ ? ”
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดว่า “ฉันมาที่นี่เพื่อมารอคุณ เราจะได้ไปที่สนามบินพร้อมกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เครื่องบินลงจอดสิบโมงครึ่ง และตอนนี้ก็เพิ่งจะแปดโมงกว่าเท่านั้น ใช้เวลาไปสนามบินเพียงไม่กี่นาที ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมาเร็วขนาดนี้ก็ได้ ! ”
ถังจิงเทียนพูดว่า “ฉันไม่ได้เจอคุณเลยในช่วงสองวันที่ผ่านมา ฉันแค่อยากจะคุยกับคุณด้วยตนเองก่อนที่จะไปสนามบินไม่ได้หรือไง ? ”
“งั้นก็ได้ครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบอย่างไม่สบอารมณ์
ในความเป็นจริง เขารู้สึกว่าเมื่อทุกอย่างได้รับการวางแผนและจัดเตรียมไว้แล้ว ก็ไม่มีอะไรจะต้องมาพูดให้มากความอีก และทุกอย่างก็ควรเป็นไปตามแผน
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “คราวนี้ ลุงใหญ่และลุงรองของคุณอยู่ที่นี่ด้วยกัน ฉันจะกล้าประมาทได้อย่างไร ฉันควรตรวจสอบรายละเอียดกับคุณอีกทีดีกว่า”
เจียงเสี่ยวไป๋เม้มริมฝีปาก เขารู้แล้วว่าลุงใหญ่และลุงรองมา แต่คุณไม่ได้ยินที่ฉันพูดออกไปก่อนหน้าเลยเหรอ ?
อย่างไรก็ตาม เขาขี้เกียจเกินกว่าจะโต้เถียงกับถังจิงเทียน
ท้ายที่สุดแล้ว คนที่เขาควรเคลียร์ใจก่อนก็คือพ่อตาของเขา
แม้แต่ฉันเอง ฉันก็ต้องคอยต้อนรับพ่อตาอย่างระมัดระวังไม่ใช่เหรอ ?
เขาเชิญทุกคนให้นั่งลง แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร งั้นก็มาคุยกันเถอะครับ ! ”