ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1418 มาที่นี่เพื่อใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับพ่อ
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1418 มาที่นี่เพื่อใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับพ่อ
ตอนที่ 1418 มาที่นี่เพื่อใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับพ่อ
ท้ายที่สุดแล้ว หลินต้าเหว่ยก็แตกต่างจากคนอื่น เขาเป็นลูกชายคนเล็กของชายชรา
ชายชรากำลังฉลองวันเกิดที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ ดังนั้นจำเป็นต้องบอกเรื่องนี้กับเขา และยังต้องรอฟังคำแนะนำจากเขาในหลาย ๆ เรื่อง
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “คุณสามารถบอกพ่อเกี่ยวกับวันเกิดของปู่คุณได้ แต่อย่าเพิ่งบอกเรื่องที่คุณปู่วางแผนจะกลับเทียนจิงให้พ่อรู้ เราทำได้เพียงรอให้คุณปู่พูดเรื่องนี้ออกมาด้วยตัวเองเท่านั้น”
“ไม่อย่างนั้นบางทีปู่อาจจะแค่คิดไว้”
“แต่ถ้าพูดมันออกมา หากเขาไม่อยากเปลี่ยนคำพูด เขาก็ต้องกลับไปจริง ๆ ”
หลินเจียอินพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ “ไม่เพียงแต่ผมจะต้องใส่ใจในเรื่องนี้เท่านั้น แต่ผมก็ต้องใส่ใจคุณอีกคนด้วย…”
มาแบบนี้อีกแล้วเหรอ !
หลินเจียอินมองมาที่เขาโดยไม่พูดอะไร คราวนี้เธอรีบหันหลังกลับแล้ววิ่งออกไปทันทีโดยที่ไม่มีการบอกกล่าวเขาเลย
ถ้าอยู่ต่อ ผู้ชายคนนี้อาจจะพูดจาหน้าไม่อายกับเธอไปมากกว่านี้ก็ได้
เมื่อเห็นหลินเจียอินวิ่งหนีออกไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้ม ภรรยาของเขามีความก้าวหน้าในทุกด้าน แต่เธอไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยขี้อายได้เลยจริง ๆ
เราเป็นคู่สามีภรรยากันมาหลายปีแล้ว เขาไม่สามารถพูดถึงอะไรเพื่อกระชับความสัมพันธ์ได้บ้างเลยเหรอ ?
ทำไมจะต้องหลบเลี่ยงมันทุกครั้งแบบนี้ด้วย ?
เมื่อคิดได้อย่างนั้น เขาก็พยายามสงบอารมณ์ มองไปทางอื่น แล้วมุ่งความสนใจไปที่การทำอาหารตรงหน้าต่อ
หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขากินข้าวและพักผ่อนตามปกติ เมื่อไม่มีอะไรจะพูดก็ปล่อยให้เวลาผ่านไปทั้งคืนโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันอีก
วันที่สองและสามก็เป็นไปตามปกติ ชายชราเล่นไพ่กับเจียงไห่เทียน, เจียงไห่หยาง และเจียงไห่โปที่บ้านทุกวัน และเล่นหมากรุกกับเจียนชานเป็นบางครั้ง จากนั้นเขาก็ไปเดินเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านกับเจียงเสี่ยวไป๋ ในช่วงเย็นและเที่ยวเล่นตามบ้านของชาวบ้านในระแวกใกล้เคียง
วันเวลาผ่านไปอย่างสงบ
เว้นแต่ว่า หลินเจียอินจะกลับมาเร็วกว่าปกติ นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เจียงไห่หยาง, หวังซิ่วจวี๋ และคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้รู้เรื่องที่ชายชราวางแผนจะกลับไปที่เทียนจิงแต่อย่างใด
อันที่จริง ชายชรายังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กับเจียงเสี่ยวไป๋เลย
สัญญาณเดียวที่มาบอกคือติงจงผิง และเขายังเร่งให้เจียนชานฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อย่างเข้มงวดมากขึ้น ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาไม่เพียงแต่ฝึกฝนการชกมวยและหอกเท่านั้น แต่ยังฝึกฝนดาบและธนูให้เธอทุก ๆ วัน เขาไม่เพียงแต่ทบทวนกระบวนท่าเดิมที่เขาได้สอนเธอมาก่อน แต่ยังสอนกระบวนท่าใหม่ให้อีกด้วย
แม้แต่เจียงชานก็ถามด้วยความสับสนว่า “อาจารย์ ทำไมจู่ ๆ คุณถึงอยากสอนกระบวนท่ามากมายให้หนูในคราวเดียวแบบนี้ล่ะคะ ? อาจารย์จะกลับไปแล้วเหรอ ? ”
ต้องยอมรับว่าเจียงชานเป็นคนที่ช่างสังเกตจริง ๆ
เธอสามารถเดาเหตุการณ์ได้จากการสังเกตพฤติกรรมของอาจารย์
แต่ชายชราไม่ได้พูดอะไร ดังนั้นติงจงผิงจึงไม่ยอมรับ เขาไม่ได้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ เขาแค่พูดว่า “เพราะหนูเก่งมาก ดังนั้นฉันจึงอยากสอนให้มากกว่านี้ในคราวเดียว ! ด้วยวิธีนี้ มันจะยิ่งทำให้หนูเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นไปอีก หากผิดพลาดตรงไหนก็จะได้บอกในคราวเดียว”
เจียงชานรู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่กล้าถามอีก
ถึงอย่านั้นเธอก็ยังคงตั้งใจเรียนในสิ่งที่ติงจงผิงสอนเธอให้มากที่สุด
พริบตาเดียวก็เป็นบ่ายวันเสาร์ หลินต้าเหว่ยและหลิวอิ้ถิงก็มาที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋อีกครั้ง
“พ่อ อิ้ถิงและผมมาที่นี่เพื่อใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์กับพ่อครับ ! ”
เมื่อเห็นชายชรา หลินต้าเหว่ยก็พูดด้วยรอยยิ้ม
หลายปีที่ผ่านมา ปีนี้เป็นปีเดียวที่เขาได้เจอพ่อของเขาทุกสัปดาห์ มันทำให้เขาก็มีความสุขกับช่วงเวลานี้มาก
ชายชราก็ยังคงพูดอย่างสงบเหมือนเดิม “แกรีบออกมาทันทีเมื่อถึงสุดสัปดาห์ แบบนี้แกไม่สนใจงานของแกเลยหรือไง ! ”
“ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ผมไม่มีงานอะไรเยอะหรอก และผมก็อยากมาอยู่กับพ่อทุกสัปดาห์ด้วย”
แม้ว่าชายชราจะพูดออกมาแบบนี้ แต่เขาก็มีความสุขเมื่อได้เห็นลูกชายคนเล็กและลูกสะใภ้มาหาในช่วงสุดสัปดาห์ หากสังเกตก็จะสามารถมองเห็นรอยยิ้มในดวงตาของเขาได้อย่างชัดเจน
หลินต้าเหว่ยยิ้มแล้วพูดว่า “พ่อครับ ผมจัดการงานไว้หมดแล้ว และจะออกมาก็ต่อเมื่อเสร็จงานแล้วเท่านั้นครับ”
ชายชรามองดูลูกชายคนเล็กของเขาและรู้ว่าที่จริงแล้วเด็กคนนี้มีความสามารถมาก และสามารถไปที่เวทีที่ใหญ่กว่าเพื่อแสดงทักษะของเขาได้ แต่มันเป็นเพราะคำขอของเขาเองที่ทำให้เขาต้องหยั่งรากลึกในสถานที่เล็ก ๆ อย่างเช่นเจี้ยนหยางแห่งนี้
อาจกล่าวได้ว่า หลินต้าเหว่ยเป็นกลุ่มคนที่อาวุโสที่สุดในเจี้ยนหยางเลยก็ว่าได้
ชายชรากล่าวว่า “เสี่ยวเหว่ย ตอนนี้แกได้ตั้งรกรากที่เจี้ยนหยางแล้ว รากฐานของตระกูลหลินรุ่นที่สามของเราได้หยั่งรากในเจี้ยนหยางตามที่แกรับปากฉันไว้แล้ว แกเคยคิดที่จะไปอยู่ที่อื่นเพื่อให้ตัวเองก้าวหน้ากว่านี้ไหม ? ”
หลินต้าเหว่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ความหมายของพ่อเฒ่านั้นชัดเจนมาก ชายชรากำลังต้องการให้เขาออกไปอยู่ที่อื่น เพื่อที่จะได้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน !
เรื่องนี้สำหรับชายชราแล้ว เป็นเพียงเรื่องของคำพูดจริง ๆ
ตราบใดที่เขาพยักหน้า เขาก็สามารถไปที่เมืองอื่นเพื่อเข้ารับตำแหน่งที่สูงกว่า และเข้าทำงานที่นั่นได้ทันที
แม้แต่ตำแหน่งของพี่รองของเขาอย่างหลินต้ากั๋ว ก็สามารถทำได้โดยที่ชายชราไม่ต้องพูดอะไรมาก
เพียงแต่หลินต้าเหว่ยไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ พ่อเฒ่าของเขาถึงพูดแบบนี้ออกมา ?
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง หลินต้าเหว่ยก็พูดว่า “พ่อ ผมจะไม่ไปที่ไหนทั้งนั้นแหละครับ ผมจะอยู่ที่เจี้ยนหยาง เท่านั้น”
ชายชราพูดว่า “เสี่ยวเหว่ย ฉันเคยต้องการให้แกอยู่ในเจี้ยนหยางเพื่อปกป้องรากเหง้าของตระกูลหลินเก่าของเรา แต่ตอนนี้ฉันอยากให้แกออกไปเติบโตข้างนอกบ้าง แกควร …”
หลินต้าเหว่ยยิ้มและพูดว่า “พ่อ ผมเข้าใจสิ่งที่พ่อพูดดีครับ แต่ตอนนี้เจี้ยนหยางของเราไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว ในอนาคตเจี้ยนหยางจะต้องเป็นเมืองระดับจังหวัดให้ได้ ! ”
ชายชราได้เห็นการพัฒนาของเจี้ยนหยางมาแล้ว และรู้ว่าสิ่งที่ลูกชายคนเล็กของเขาพูดนั้นเป็นเรื่องจริง เขาไตร่ตรองเล็กน้อย แล้วพูดว่า “ในเมื่อแกพูดอย่างนั้น ฉันก็จะไม่ขัดขวางหรือยังคับ แกสามารถทำตามสิ่งที่แกต้องการได้ ! ”
“ขอบคุณครับพ่อ ! ” หลินต้าเหว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้สังเกตว่าแม้ว่าชายชราจะพูดแบบนี้ แต่เขาก็มีความคิดอื่นในใจ
เนื่องจากลูกชายของเขาต้องการอยู่ในเจี้ยนหยาง เขาจึงทำได้เพียงช่วยยกระดับเจี้ยนหยางขึ้นมาอีกหน่อย และด้วยความแข็งแกร่งที่เจี้ยนหยางได้แสดงให้เห็น รวมทั้งศักยภาพในการพัฒนา จึงเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นเมืองระดับจังหวัดอย่างที่หลินต้าเหว่ยได้บอกไว้
แต่ถึงอย่างนั้นเขาต้องคุยเรื่องนี้กับหลินต้ากั๋วอีกที
ชายชราแอบตัดสินใจเรื่องนี้ในใจ
สองพ่อลูกคุยกันอีกสองสามคำ จากนั้นหลินต้าเหว่ยก็พูดว่า “พ่อ อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันเกิดของพ่อแล้วนะครับ…”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของชายชราก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
แม้ว่าจะไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ แต่เขารู้ว่าลูก ๆ หลาน ๆ กำลังเตรียมตัวสำหรับวันเกิดของเขาอยู่
ท้ายที่สุดเขากำลังฉลองวันเกิดอายุครบ 100 ปี ดังนั้นลูกหลานของเขาจะต้องให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นหลินต้าเหว่ยพูดถึงเรื่องนี้ ชายชราก็พูดว่า “ถึงแกไม่บอกฉัน ฉันก็ตั้งใจจะบอกแกวันนี้เหมือนกัน”
หลินต้าเหว่ยยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ พ่อ หากพ่ออยากได้อะไรหรือมีความปรารถนาใดก็บอกผมมา แล้วผมจะทำตามคำขอของพ่ออย่างแน่นอน”
ชายชรายิ้มแล้วพูดว่า “แค่ฉันได้ฉลองวันเกิดอายุครบ 100 ปีของฉัน ฉันก็พอใจแล้ว จะขออะไรได้อีก ? ”
“อีกอย่างฉันกำลังฉลองวันเกิดปีที่ 100 ที่บ้านเกิด แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว”
หลินต้าเหว่ยยิ้มและพูดว่า “พ่อก็บอกเองว่านี่เป็นวันเกิดครบรอบ 100 ปี ดังนั้นไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ อยากได้อะไรก็ขอมาได้เลย ! ”
ชายชรากล่าวว่า “โทรหาพี่ใหญ่และพี่รองของแกสิว่าพวกเขาจะมาไหม วันเกิดปีนี้ของฉันจะมีการเฉลิมฉลองที่บ้านของเสี่ยวไป๋”
หลินต้าเหว่ยตกลงทันที “ได้ครับ งั้นผมจะโทรหาพวกเขาคืนนี้เลยล่ะกัน”
ชายชราพยักหน้าและพูดว่า “บอกพี่ชายของแกว่าถ้าจะมา ให้เขามาที่นี่อย่างเงียบ ๆ และอย่าให้ใครรู้ พี่รองของแกก็เหมือนกัน ! ”
หลินต้าเหว่ยยิ้มและพูดว่า “ได้ครับพ่อ วันเกิดนี้จะฉลองแค่คนในครอบครัวของเราเท่านั้น และจะไม่มีใครมารบกวนเป็นอันขาด”