ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1427 ฉันคิดมากเกินไปจริงด้วย !
ตอนที่ 1427 ฉันคิดมากเกินไปจริงด้วย !
ถือได้ว่ามีการจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดอายุครบ 100 ปีของชายชรากันทั้งวัน นอกจากทุกคนในครอบครัวแล้ว ยังมีชาวเจียงวานที่มาอวยพรวันเกิดชายชราอีกด้วย บรรยากาศจึงค่อนข้างมีชีวิตชีวามาก
แต่พอถึงมื้อเย็น ก็เหลือแต่คนในครอบครัวเท่านั้น
นอกจากตระกูลหลินทั้งสี่ชั่วอายุคนแล้ว ยังมีคนนอกอย่างเจียงไห่เทียน เจียงไห่โป และครอบครัวของเจียงไห่หยางมาร่วมด้วย
เนื่องจากมีคนจำนวนไม่มากนัก จึงไม่จำเป็นต้องจัดโต๊ะแบบมีพิธีรีตอง เพียงแค่เตรียมโต๊ะไว้ทั้งหมดห้าตัวใต้ต้นหนานที่สวนหลังบ้านก็เพียงพอแล้ว
เมื่อหลินเจียตงเอาบะหมี่อายุยืนออกมาเสิร์ฟ ฉากนี้ก็ดูมีชีวิตชีวามาก ทุกคนยืนขึ้นและแสดงความยินดีกับชายชราอีกครั้ง
ผู้เฒ่ารับบะหมี่อายุยืนมาด้วยรอยยิ้มและกินบะหมี่อย่างมีความสุข
รสชาติบะหมี่ดำบวกกับไข่ลวกสูตรของชิงโจว ถือเป็นรสชาติของอาหารบ้านเกิดที่เขาคิดถึงมาโดยตลอด
ไม่เพียงแต่ชายชราคนเดียวเท่านั้นที่กินบะหมี่นี้ แต่ทุกคนในบ้านก็ได้บะหมี่อายุยืนคนละชาม ทุกคนนั่งกินไปพร้อมกับชายชราด้วย
หลังจากกินเสร็จ พวกเขาก็เริ่มดื่มกันอีกครั้งอย่างคึกคัก
มื้อนี้กินเวลาจนถึงสองทุ่ม ซึ่งชายชราก็ได้ดื่มกับลูกหลานของเขาเพียงสองแก้วเท่านั้น
หลังจากดื่มแล้ว ทุกคนในตระกูลหลินที่เหลือก็แยกย้ายกันไปพูดคุยและทำธุระต่าง ๆ ส่วนชายชราก็ได้เรียกหลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว และหลินต้าเหว่ยมาหาพร้อมกัน และพูดว่า “ที่ฉันเรียกให้มาหา คือพวกเราทั้งสี่คนจะไปนวดเท้าและพูดคุยกัน”
ห้องนวดเท้าของเจียงเสี่ยวไป๋มีสี่เตียงและมีพนักงานนวดสี่คนพอดี ซึ่งตอนนี้การนวดเท้าก่อนนอนได้กลายเป็นความเคยชินของชายชราไปแล้ว
หลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว และหลินต้าเหว่ยเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไรกับเรื่องนี้อยู่แล้ว
หลินต้าจ้าวพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เอาล่ะ งั้นเราไปนวดเท้ากันเถอะครับ ! ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ใช่ มาที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ทีไร ผมก็นึกถึงแต่เรื่องนี้เท่านั้นแหละ”
ขณะที่พูดคุยกัน ทั้งสองก็ช่วยพยุงชายชราทางซ้ายและขวา ให้เดินไปที่ห้องนวดเท้า
หลินต้าเหว่ยเองก็รีบเดินตามไปด้วย
เมื่อเห็นว่าชายชราจัดการเรื่องนี้เองได้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตั้งใจจะไปคุยกับหลินเจียเหลียงและหลินเจียเซิ่งต่อ เขาจึงพูดว่า “คุณปู่ ลุงใหญ่ พวกคุณนวดเท้ากันไปก่อนนะครับ ผมขอตัวไปคุยกับพี่เจียเหลียงและคนอื่นสักพักหนึ่งก่อน”
ชายชราหยุดเดินทันที เขาหันกลับมาแล้วพูดว่า “มีอะไรน่าคุยกับพวกเขากัน มานวดเท้าด้วยกันก่อนสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณปู่ ในห้องนวดเท้ามีเพียงสี่เตียง คุณปู่ ลุงใหญ่ ลุงรองและพ่อ สี่คนก็ครบพอดี ผมคงไม่อยู่รบกวนความสุขของทั้งสี่คนหรอกครับ หลังจากที่พวกคุณนวดเท้ากันเสร็จแล้ว ก็เรียกหาผมได้”
เขาสัญญากับหลินเจียเหลียงและหลินเจียเซิ่งก่อนหน้านี้ว่าจะหาโอกาสคุยกันดี ๆ ในคืนนี้หลังจากที่งานเลี้ยงวันเกิดอายุครบ 100 ปีของชายชราจบลง
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เขาปฏิเสธคำเชิญของชายชรา
แน่นอน เขารู้ว่าชายชรากำลังจะกลับไปที่เทียนจิงในวันพรุ่งนี้ เขาจึงหวังว่าสี่คนพ่อลูกจะได้มีเวลาพูดคุยกันอย่างจริงจัง โดยที่ไม่มีเขาที่เป็นเพียงคนนอกของตระกูลอยู่รบกวน
ชายชรามองมาที่เขาอย่างไม่คาดคิดและพูดว่า “ฉันขอให้นายมา นายก็ต้องมา จะปฏิเสธทำไม ? ”
หลินต้าเหว่ยยังกล่าวอีกว่า “ปู่เรียกลูก ลูกก็มาเถอะ มีเตียงไม่พอก็ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ก็ได้ หรือจะมาแย่งเตียงกับพวกพ่อไหมล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋จะกล้าได้อย่างไร ?
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งชายชราและพ่อตาของเขาต่างก็พูดออกมาแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า “ได้ครับ งั้นผมขอไปบอกพี่เจียเหลียงก่อน แล้วจะรีบมาที่นี่ทันที”
เมื่อเห็นว่าเขาตอบตกลง ชายชราก็เดินไปต่อด้วยความพอใจ
เจียงเสี่ยวไป๋เดินมาหาหลินเจียเหลียงและหลินเจียเซิ่งอย่างช่วยไม่ได้ และพูดว่า “พี่เจียเหลียง พี่เจียเซิ่ง ผมไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ ผมขอตัวไปรับใช้คุณปู่ก่อนนะครับ ! ”
หลินเจียเหลียงและหลินเจียเซิ่งก็ได้ยินสิ่งที่ชายชราพูดเช่นกัน
หลินเจียเหลียงจึงกล่าวว่า “เนื่องจากคุณปู่เรียกนายให้ไป แสดงว่าเขาต้องมีเรื่องจะคุยกับนาย ไม่ต้องกังวล เรารอได้ ! ”
หลินเจียเซิ่งยังกล่าวอีกว่า “ใช่ ยังไงคืนนี้ฉันก็พักที่บ้านของนาย รีบไปเถอะ ฉันไม่ได้รีบร้อนอะไร ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้ากล่าวลาหลินเจียตงอีกคน จากนั้นก็เดินตรงไปที่ห้องนวดเท้าทันที
เมื่อเขาเข้าไป เท้าของชายชรา หลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว และหลินต้าเหว่ยต่างก็เปียกโชกแล้ว เนื่องจากพนักงานนวดเริ่มที่จะล้างเท้าให้พวกเขาก่อนเป็นอันดับแรก
เจียงเสี่ยวไป๋ปิดประตู และยืนอยู่ข้างประตูอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะพูดออกมาว่า “ผมมาแล้วครับ ! ”
ชายชราเหลือบมองเขาแล้วพูดว่า “เหตุผลที่ฉันขอให้นายมาด้วยก็เพราะว่าฉันจะออกเดินทางพรุ่งนี้แล้ว และฉันมีเรื่องที่จะพูดคุยกับนายก่อนกลับไป”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าชายชรากำลังจะกลับไปในวันพรุ่งนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกเศร้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนี้ของชายชรา เขาจึงกล่าวว่า “ครับ ผมจะตั้งใจฟังสิ่งที่คุณปู่จะพูด”
ชายชราพูดว่า “พรุ่งนี้เช้า หลังจากทานอาหารเช้าที่นี่เสร็จ พวกเราทั้งห้าคนจะไปที่เจี้ยนหยางด้วยกัน จากนั้นฉันจะออกเดินทางทันทีหลังกลับมาที่ชิงโจว”
อ่า ?
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง มีเพียงชายชรา ลุงใหญ่ ลุงรอง และพ่อตาของเขาเท่านั้นที่จะไปเจี้ยนหยาง แล้วคนอื่นในตระกูลหลินล่ะ ?
เดิมทีเขาคิดว่าทุกคนในตระกูลหลินจะไปกันหมด
แต่ไม่คาดคิดว่าจะไปกันแค่สี่คน
นอกจากนี้ เขายังไม่เข้าใจว่าทำไมชายชราถึงได้เรียกเขามาเพื่อบอกเรื่องนี้ด้วย
ชายชราพูดว่า “เหตุผลที่ฉันเรียกนายมาคุยก็เพื่อขอให้นายมาขับรถให้ อย่าคิดมาก ! ”
เอ่อ……
เจียงเสี่ยวไป๋เอามือจับหน้าผากของเขาทันที ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้เขาคิดมากจริง ๆ !
ที่แท้เป็นเพราะจะขอให้เขามาเป็นคนขับรถให้นี่เอง
อย่างไรก็ตาม มันไม่สำคัญ แม้ว่าชายชราจะไม่พูดออกมา เขาก็จะเป็นคนขับรถพาชายชราไปเองอยู่ดี
เนื่องจากว่าเขาไม่วางใจให้คนอื่นขับรถให้ชายชรา
เขาแสร้งทำเป็นไม่พอใจ และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ผมรู้อยู่แล้วครับ ! ”