ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1437 การเดินทางครั้งใหม่
ตอนที่ 1437 การเดินทางครั้งใหม่
เจียงเสี่ยวไป๋คุยกับติงจงผิงเป็นเวลานาน จนกระทั่งหลินเจียตงเข้ามา ทั้งสองจึงยุติการสนทนาลง
เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้ถามไปว่า “พี่เจียตง มีอะไรหรือเปล่าครับ ? ”
หลินเจียตงพูดว่า “ตอนนี้เสี่ยวชู่บอกฉันว่าฉีเย่ผิงและถังจิงเทียนมาถึงเทียนจิงแล้ว พวกเขาจะมาร่วมงานรำลึกถึงคุณปู่ พวกเขายังถามด้วยว่านายพอจะมีเวลาไปพบพวกเขาสักครู่จะได้ไหม”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ครับ งั้นผมไปหาพวกเขาก่อน ! ”
หลินเจียตงพยักหน้าและพูดว่า “ก็ดี ในเมื่อนายอยู่ที่นี่แล้วก็รีบไปเถอะ เสี่ยวชู่รอนายอยู่ข้างล่างแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวไปหาพวกเขาก่อนนะครับ เดี๋ยวกลับมา”
หลังจากที่เขาเดินออกจากประตูมา หลินชู่ก็รอเขาอยู่แล้ว จากนั้นหลินชู่ก็ได้ขับรถไปส่งเขาที่หน้าโรงแรมที่ฉีเย่ผิงและถังจิงเทียนพักอยู่
หลินชู่พูดว่า “อา ผมขอไม่ขึ้นไปด้วยนะครับ ผมจะรออาอยู่ข้างล่างนี้แหละ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่กี่วันมานี้นายทำงานหนักมาก กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ หลังจากที่ฉันคุยธุระที่นี่เสร็จแล้ว ฉันจะกลับไปเอง”
หลินชู่กล่าวว่า “ไม่เป็นไร ผมงีบหลับในรถก็เหมือนกันนั่นแหละ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “เอาล่ะ งั้นก็ตามสบาย ไปพักผ่อนในรถก่อนเถอะ”
พูดจบ เขาก็ลงจากรถและเดินเข้าไปในโรงแรม ขึ้นไปที่ชั้นสามและเคาะประตูห้อง 312
ซึ่งถังจิงเทียนเป็นคนเดินมาเปิดประตูให้
ทันทีที่ถังจิงเทียนเห็นเขา อีกฝ่ายก็ได้พูดว่า “เชิญเข้ามา ๆ ! ”
หลังจากเข้าไปในห้องพักแล้ว ฉีเย่ผิงก็ยืนขึ้นเพื่อทักทายเจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “เสี่ยวไป๋ เราเพิ่งรู้เกี่ยวกับเรื่องของชายชราหลังจากที่ได้ดูข่าว ยกโทษให้ฉันด้วยที่ไม่ใสใจเรื่องนี้มากพอ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างสุภาพว่า “ผมขอบคุณผู้นำทั้งสองคนที่ยอมเดินทางไกลมาถึงเทียนจิงเพื่อส่งชายชราเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ฉีเย่ผิงก็พูดว่า “เสี่ยวไป๋ อย่าพูดแบบนั้นเลย”
ถังจิงเทียนยังกล่าวอีกว่า “ใช่ แค่นี้ฉันก็เสียใจมากแล้ว ฉันเห็นชายชราที่บ้านของคุณในวันนั้น แต่ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และไม่ได้เข้าไปทักทายเขาด้วยซ้ำ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในเวลานั้น การมาเยือนชิงโจวของชายชราถูกเก็บเป็นความลับ ดังนั้นผมจึงไม่แนะนำเขาให้คุณสองคนได้รู้จัก”
ถังจิงเทียนพูดอย่างเสียใจว่า “มันเป็นเพราะความโชคร้ายของฉันเองที่ไม่มีวาสนาพอที่จะได้ฟังคำสอนของชายชรา ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “พอเถอะครับ หยุดพูดแบบนี้กันได้แล้ว ! ”
จากนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ยื่นบุหรี่ให้ทั้งสอง ก่อนจะนั่งลงและเริ่มพูดคุยกันแบบสบาย ๆ
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ ไม่ว่าจะพูดคุยกันอย่างไรก็หลีกหนีไม่พ้นเรื่องของชายชราได้ พวกเขาทั้งสามพูดคุยกันนานกว่าครึ่งชั่วโมง หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวขอบคุณอีกครั้ง เขาก็ขอตัวกลับไป
……
เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากพิธีรำลึกถึงชายชราจบลง ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ก็พักอยู่ที่เทียนจิงต่ออีกสองวัน ก่อนจะเดินทางกลับไปที่ชิงโจว
หลังจากนั้น กิจวัตรประจำวันของพวกเขาก็กลับสู่สภาวะปกติ
เจียงเสี่ยวไป๋ไปทำงานกับหลินเจียอินทุกวัน ส่วนเจียงชานก็เป็นช่วงปิดเทอมพอดี นอกจากดูแลน้องชายและน้องสาวฝาแฝดของเธออยู่ที่บ้านแล้ว บางครั้งเธอก็ติดตามเจียงเสี่ยวไป๋ไปที่บริษัทเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้คลายเบื่อบ้าง
แม้ว่าบางครั้งที่บริษัทจะมีประชุม แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ให้เจียงชานเข้าไปนั่งในห้องประชุมร่วมด้วย เพื่อให้เธอได้ซึมซับบรรยากาศของการทำงานที่บริษัทตั้งแต่เด็ก
หลายคนหัวเราะและพูดติดตลกว่าเจียงเสี่ยวไป๋เริ่มฝึกทายาทที่จะเข้ามาสานต่อกิจการของเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วเหรอ
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ทำได้แค่ยิ้ม เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะฝึกเจียงชานให้มาสืบทอดธุรกิจ เขาเพียงแต่อยากให้เจียงชานได้ลองสัมผัสกับบรรยากาศนี้ที่เด็กคนอื่นไม่มีทางได้สัมผัสมันตั้งแต่ที่เธอยังเป็นเด็ก
ส่วนเรื่องที่ว่าจะให้เจียงชานประกอบอาชีพอะไรในอนาคตนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจียงชานเอง
แต่เขาจะไม่ยัดเยียดเป้าหมาย ความฝัน และอุดมคติของเขาให้กับลูก ๆ เหมือนที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ทำกันอย่างแน่นอน
สำหรับเขา สิ่งเหล่านั้นไม่สำคัญเลย สิ่งสำคัญคือการปล่อยให้เจียงชานได้ใช้ชีวิตอย่างที่เธอชอบ และทำมันให้เต็มที่ก็พอ
เวลาผ่านไป เจียงชานก็ได้กลับไปเรียนตามปกติ จากเดือนกรกฎาคมเข้าสู่ช่วงเดือนกันยายนในไม่ช้า และในพริบตาเดียว เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่เดือนตุลาคมอีกครั้ง
หลังจากวันชาติ สำนักงานใหญ่ของเจียงเจียกรุ๊ปที่อาคารชิงโจวซึ่งได้มีการปรับปรุงมาเป็นเวลานาน ในที่สุดก็แล้วเสร็จเสียที
เมิ่งเสี่ยวเป่ยมาที่ห้องทำงานของเจียงเสี่ยวไป๋ หลังจากที่ทั้งสองนั่งลงแล้ว เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็พูดว่า “ผู้ช่วยเจียง สำนักงานใหม่ได้มีการตกแต่งเรียบร้อยแล้ว เราจะย้ายเข้าเมื่อไหร่ดีคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามว่า “แล้วในส่วนของห้างสรรพสินค้าและโรงแรมด้านล่างเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “การตกแต่งห้างสรรพสินค้าคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในหนึ่งเดือนนี้ ซึ่งเรื่องเจรจากับซัพพลายเออร์ เราก็ได้เจรจาเสร็จแล้ว ส่วนบุคลากรก็เกือบจะพร้อมแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดทำการได้ภายในเดือนหน้าค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและถามว่า “แล้วโรงแรมล่ะ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “การปรับปรุงโรงแรมมีความคืบหน้าช้าเล็กน้อย และคาดว่ากว่าจะแล้วเสร็จก็คงจะเดือนธันวาคม”
เจียงเสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “อย่างไรก็ตาม เราจะต้องเร่งพวกเขาให้เสร็จทันเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 12 ธันวาคม”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยรู้ว่าวันที่ 12 ธันวาคมเป็นวันเกิดของประธานหลินเจียอิน ซึ่งบริษัทก็ก่อตั้งเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมเมื่อสองปีที่แล้วเช่นกัน
เกี่ยวกับความคืบหน้า เมิ่งเสี่ยวเป่ยรู้สึกกดดันมาก แต่เธอก็ยังพยักหน้าและพูดว่า “ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันจะกระตุ้นให้เฉินอี้เฟยตกแต่งให้เสร็จสิ้นก่อนเดือนธันวาคมนี้ให้ได้”
การจะเปิดโรงแรมได้นั้นไม่เพียงแค่ต้องตกแต่งให้เสร็จเท่านั้น แต่ยังรวมถึงต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครันอีกด้วย
แม้ว่าเฉินอี้เฟยจะตกแต่งเสร็จก่อนเดือนธันวาคม แต่ก็เป็นเรื่องยากมากสำหรับโรงแรมห้าดาวที่จะจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดให้เสร็จภายในสิบวัน
โชคดีที่กำลังคนไม่ใช่ปัญหา เพื่อสร้างโรงแรมชิงโจวอินเตอร์เนชั่นแนลให้เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่างแท้จริง เจียงเจียกรุ๊ปได้ก่อตั้งบริษัทจัดการโรงแรมเจียงเจียขึ้นมาเมื่อครึ่งปีที่แล้ว เพื่อรับผิดชอบการบริหารจัดการโรงแรมชิงโจวอินเตอร์เนชั่นแนลโดยเฉพาะ
ซึ่งได้มีบุคลากรเข้ามาประจำการแล้ว และการฝึกอบรมยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นฐานแล้ว บุคลากรสามารถเข้ารับตำแหน่งได้หลังจากการตกแต่งภายในเสร็จสิ้น พวกเขาจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลังจากบอกสถานการณ์แก่เจียงเสี่ยวไป๋แล้ว เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ถามอีกครั้ง “เราจะย้ายเข้าไปในสำนักงานใหญ่เมื่อไหร่ดีคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่ง แล้วถามว่า “การตกแต่งโรงแรมและห้างสรรพสินค้าไม่กระทบต่อสำนักงานชั้นบนมากนักใช่ไหม ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เราได้สร้างลิฟต์ที่ขึ้นไปยังสำนักงานของบริษัทแยกออกจากตัวโรงแรมและห้างสรรพสินค้าอยู่แล้วค่ะ ดังนั้นจึงไม่กระทบอย่างแน่นอน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และกล่าวว่า “งั้นเตรียมตัวให้พร้อมเลย เราจะย้ายไปที่สำนักงานใหญ่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้”
“สำหรับวันที่แน่นอนนั้น คุณสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองหรือปรึกษาประธานหลินก็ได้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “คุณไปคุยกับประธานและกำหนดวันมาให้ฉันเลยไม่ได้เหรอคะ ? ทำไมคุณต้องให้ฉันไปถามคนนู้นทีคนนี้ทีอยู่เรื่อยเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ผมไม่อยากเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะยังมีเรื่องสำคัญอีกมากมาย”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และพูดว่า “หลังจากย้ายไปที่สำนักงานใหญ่แล้ว ที่นี่ก็จะว่าง หลังจากนั้นคุณจะทำอย่างไรกับที่นี่ต่อเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ในเมื่อเราซื้อที่ดินจากโรงงานทำลูกกวาดมาแล้ว เราก็พัฒนาที่นี่ให้กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ต่อเลยจะดีกว่า”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “เดิมทีฉันคิดว่าหากคอนโดในอาคารชิงโจวยังไม่เริ่มเปิดขาย คุณก็คงจะยังไม่เริ่มโครงการที่นี่ แต่ในเมื่อคุณบอกว่าสามารถเริ่มได้ ฉันก็จะไปคุยกับจวงปี้เฉิงให้ก็แล้วกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมเคยคุยเรื่องนี้กับจวงปี้เฉิงมาก่อนแล้ว โดยพื้นฐานแล้วเขาพอจะรู้แนวคิดของผมบ้างแล้วว่าต้องการแบบไหน คุณแค่ไปบอกให้เขาเริ่มลงมือได้เลย”
“ได้ค่ะ ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยตอบตกลงและกล่าวว่า “นอกจากนี้ บริษัทเหลียงหังเซียนเค่อตกแต่งภายในเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็พร้อมเริ่มโครงการแล้วเหมือนกัน”