ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1436 รู้ความจริงช้าไป
ตอนที่ 1436 รู้ความจริงช้าไป
“ฉันไม่ได้คาดคิดเลยว่าเขาจะจากไปเร็วแบบนี้ ? ”
“ใช่ ใครจะไปคิดแบบนั้น”
“เหตุใดผู้เฒ่าจึงจากไปเช่นนี้ ? ”
“ครั้งหน้าฉันยังคิดว่าชายชราจะมาที่บ้านฉัน ! ฉันไม่คิดว่าเขาจะจากเราไปตลอดกาลแล้ว ! ”
“ชายชราจากเราไปเร็วเกินไป ! ”
“เฮ้อ… ถ้าฉันรู้ว่าพี่ไห่เทียนและคนอื่นจะไปหาชายชราที่เทียนจิง เราก็คงจะไปกับเขา เพื่อไปส่งชายชราเป็นครั้งสุดท้าย ! ”
“ ฉันเองก็อยากไปส่งชายชราเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเหมือนกัน ! ”
“……”
ข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของชายชราได้แพร่กระจายไปในเจียงวาน
ในตอนแรก ทุกคนไม่เชื่อหรือพูดอีกอย่างคือไม่สามารถยอมรับความจริงได้ แต่หลังจากที่รู้ว่าเจียงไห่เทียน, เจียงไห่หยาง และเจียงไห่โปต่างก็ไปร่วมงานศพของชายชราที่เทียนจิง พวกเขาก็เชื่อและยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง
ชาวบ้านทุกคนคิดถึงช่วงเวลาที่ชายชรามาเที่ยวที่บ้านของพวกเขาสมัยตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาจึงได้แต่พูดคุยและทอดถอนใจออกมาตอนที่พบกัน ในใจลึก ๆ พวกเขาก็อยากที่จะไปเข้าร่วมงานศพของชายชราด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขารู้ว่าชายชราคือพ่อของหลินต้าจ้าว และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้เข้าร่วมงานศพแบบนั้นได้ อีกอย่างแม้ว่าพวกเขาจะมีเงินใช้ไม่ขาดมือ และพวกเขาก็สามารถซื้อตั๋วเครื่องบินไปที่เทียนจิงได้ แต่มันก็ไม่ง่าย
ดังนั้นทุกคนจึงทำได้เพียงรำลึกต่อชายชราด้วยความเคารพในแบบของตัวเอง และขอให้การเดินทางไปของเขาในครั้งนี้ไม่มีอุปสรรคอะไร
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าพอตกเย็น เมื่อชาวเจียงวานได้เปิดดูรายการข่าวท้องถิ่น ‘ซินเหวินเหลียนปัว’ พวกเขาจะเห็นข่าวการมรณกรรมของชายชรา ที่มีการฉายรูปหน้าศพเป็นชุดทหารและยังมีการแนะนำสั้น ๆ เกี่ยวกับชีวประวัติของเขา โดยมีผู้นำระดับสูงของประเทศมาร่วมงานและมอบพวงหรีด จากนั้นกล้องก็แพลนไปถ่ายลูกหลานคนอื่นในครอบครัวของเขา ที่ล้วนแต่เป็นคนระดับสูงของประเทศทีละคน…
ทุกคนอ้าปากค้าง
“โอ้ พระเจ้า ! ”
“ฉันคิดว่าสถานะที่สูงส่งของชายชรามาจากการที่เขาเป็นพ่อของผู้นำหลิน แต่ไม่คาดคิดว่าชายชราเองก็จะมีตำแหน่งที่สูงขนาดนี้”
“ใช่ ใครจะคิดว่าท่านผู้เฒ่ามีภูมิหลังที่ใหญ่โตเช่นนี้ ! ”
“เขาเป็นถึงพลเอกอาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ที่มีกองกำลังทหารนับพันอยู่ภายใต้บัญชา ! ”
“ยอดเยี่ยมมากท่านผู้เฒ่า ! ”
“ฉันไม่คาดคิด ฉันไม่คาดคิดจริง ๆ ! ”
“มันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในชีวิตนี้ที่ได้รู้จักชายชรา แต่น่าเสียดาย…”
“ท่านผู้เฒ่า ทำไมตอนนั้นท่านไม่เล่าเรื่องของท่านให้เราฟังบ้างล่ะ คงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะได้ฟังท่านเล่าประวัติของตัวเองด้วยหูของตัวเราเอง ! ”
“ท่านผู้เฒ่าเป็นคนดีและเป็นคนใหญ่คนโต แต่เขากลับมาผูกสัมพันธ์กับเราซึ่งเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ ฉันชื่นชมเขาจริง ๆ ! ”
“ผู้เฒ่า …”
“……”
เมื่อผู้คนในเจียงวานรู้เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของชายชราจากรายการข่าวท้องถิ่น ‘ซินเหวินเหลียนปัว’ ทางทีวี พวกเขาต่างก็เคารพและคิดถึงชายชรามากขึ้นไปอีก
ฉีเย่ผิงเองก็ดูรายการข่าวท้องถิ่น ‘ซินเหวินเหลียนปัว’ ทางทีวีและเห็นข่าวการเสียชีวิตของชายชรา เดิมทีเขาก็สงสัยว่าใครคือบุคคลสำคัญที่เสียชีวิต แต่ไม่คาดคิดว่าต่อมาเขาจะเห็นว่าเป็นพ่อของหลินต้าจ้าว, หลินต้ากั๋ว และหลินต้าเหว่ย ซึ่งทั้งสามต่างก็เป็นผู้นำ ในหน้าจอทีวี กล้องกำลังแพลนไปที่ทั้งสามคน เห็นแบบนั้น เขาก็ตกใจมากจนลุกขึ้นจากโซฟา
“ปรากฎว่า… ชายชราที่เจียงเสี่ยวไป๋รับมาในวันนั้นคือพ่อของผู้นำหลินอย่างนั้นเหรอ ! ”
ฉีเย่ผิงนึกถึงวันที่หลินต้าจ้าวมาที่ชิงโจว เมื่อเครื่องบินลงจอด มีคนสองคนลงมาจากเครื่องบินเป็นกลุ่มแรก แม้ว่าเขาจะอยู่ไกลและไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน แต่เขาก็เห็นเจียงเสี่ยวไป๋เข้าไปพยุงชายแก่คนหนึ่งลงบันไดของเครื่องบินมา แล้วขึ้นรถออกไป
มันเป็นการปรากฏตัวของคนสองคนนั้นที่ทำให้เจียงเสี่ยวไป๋ไม่สามารถมาร่วมขบวนต้อนรับหลินต้าจ้าวได้ ทั้งที่เตรียมการไว้หมดแล้ว
มันทำให้ฉีเย่ผิงสงสัยมานานมากว่า ใครคือคนที่เจียงเสี่ยวไป๋ต้องมารับออกไปในวันนั้น
จนถึงขณะนี้ เขาก็เพิ่งจะเข้าใจทุกอย่างอย่างถ่องแท้
นอกจากชายชราที่เพิ่งจากไปแล้ว จะใครอีกในประเทศที่ทำให้หลินต้าจ้าวต้องรออยู่บนเครื่องบินแบบนั้นได้ ?
หลังจากที่ฉีเย่ผิงคิดได้ เขาก็เดินไปที่โทรศัพท์ทันทีและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรออก
ไม่นาน สายก็เชื่อมต่อ
“นายกเทศมนตรีถัง ฉันฉีเย่ผิงเอง ! ” ฉีเย่ผิงพูดตรงเข้าประเด็นทันที
ถังจิงเทียนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และถามออกมาด้วยความสงสัยว่า “เลขาฉี ฉันเองก็กำลังจะโทรหาคุณอยู่เหมือนกัน ! ”
ฉีเย่ผิงเข้าใจทันทีและพูดว่า “คุณได้ดูรายการข่าวท้องถิ่น ไปแล้วใช่ไหม คุณคิดยังไงบ้าง ? ”
ถังจิงเทียนพูดว่า “ใช่ แต่ไม่รู้ว่าคุณคิดแบบเดียวกับฉันไหม ฉันกำลังจะโทรหาคุณอยู่พอดีเลยเพื่อถามเรื่องนี้ แต่คุณก็ได้โทรมาก่อน”
ฉีเย่ผิงกล่าวว่า “เราน่าจะคิดเหมือนกัน ฉันคาดว่าคนที่เจียงเสี่ยวไป๋ต้องมารับออกไปในวันนั้นคือชายชรา พ่อของผู้นำหลิน”
ถังจิงเทียนกล่าวออกมาว่า “ถ้าคุณคิดอย่างนั้น ก็แสดงว่าเราคิดเหมือนกันไม่มีผิด”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ถอนหายใจและพูดว่า “ครั้งล่าสุดที่ฉันไปที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องงาน ฉันก็เห็นชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งเล่นไพ่นกกระจอกอยู่กับลุงใหญ่และอาสามของเจียงเสี่ยวไป๋ แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรเลย พอมาตอนนี้ฉันก็คิดว่าชายชราคนนั้นที่ฉันเห็นน่าจะเป็นพ่อของผู้นำหลิน ! ”
ฉีเย่ผิงพูดด้วยความประหลาดใจ “อ่า คุณเองก็เคยเห็นผู้เฒ่าที่บ้านของเจียงเสี่ยวไป๋มาแล้วเหรอ ? ”
ถังจิงเทียนพูดด้วยความโกรธว่า “ฉันไม่สามารถตอบได้ว่าใช่คนเดียวกันไหม ฉันแค่เหลือบมองและเห็นเขาจากระยะไกล”
“อนิจจา…” ฉีเย่ผิงถอนหายใจหนัก แล้วพูดว่า “น่าเสียดาย ฉันก็คิดว่าคุณได้เข้าไปทักทายเขาเสียอีก ! ”
ถังจิงเทียนเองก็คิดเสียดายเหมือนกัน แต่เรื่องมันผ่านมาแล้ว เขาจะทำอะไรได้ล่ะ ?
ไม่มีประโยชน์ที่จะมาเสียดายมันตอนนี้
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “เป็นความผิดของฉันด้วยที่มัวแต่กังวลที่จะคุยเรื่องงานกับเจียงเสี่ยวไป๋จนไม่มีเวลาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าฉันให้ความสนใจมากกว่านี้ … เฮ้อ ! ”
ฉีเย่ผิงกล่าวว่า “นายกเทศมนตรีถัง หากไม่มีงานสำคัญอะไร ไปที่ร้านนวดเท้ากันเถอะ ไว้เจอกันนะ”
ถังจิงเทียนพูดอย่างรวดเร็วว่า “ได้ ฉันจะไปทันที”
“อืม!” ฉีเย่ผิงพยักหน้าและวางสายโทรศัพท์ไป
ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา ฉีเย่ผิงและถังจิงเทียนก็มาเจอกันที่ร้านนวดเท้า แต่แทนที่จะไปนวดเท้า พวกเขากลับขอห้องส่วนตัวเพื่อดื่มชากันแทน อีกทั้งยังไม่ให้พนักงานมาชงชาให้ เพราะฉีเย่ผิงชงชาด้วยตัวเอง
ขณะที่ชงชาอยู่นั้น ฉีเย่ผิงก็ได้กล่าวว่า “ฉันโทรหาคุณเพื่อหารือว่าเราควรทำอะไรบางอย่างไหม เพราะพื้นเพของชายชราก็เป็นคนเจี้ยนหยางเหมือนกัน”
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ยังไม่มีกำหนดการฝังศพของชายชราประกาศออกมา พรุ่งนี้เราจะรีบไปที่เทียนจิงกันเถอะ มันยังไม่สายเกินไปหรอก”
ฉีเย่ผิงกล่าวว่า “ก็ดี งั้นกลับไปคุณควรเตรียมตัวให้พร้อม แล้วเราจะไปเทียนจิงกันในวันพรุ่งนี้”
ถังจิงเทียนพยักหน้า “เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะลองติดต่อเจียงเสี่ยวไป๋ดูอีกที”
ฉีเย่ผิงกล่าวว่า “เป็นความคิดที่ดี จะเป็นการดีที่สุดถ้าคุณสามารถติดต่อเขาได้ ! ”
หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็พูดคุยกันสักพักก่อนจะแยกย้ายกันไป เพราะจะต้องไปเก็บของเตรียมตัวไปเทียนจิงในวันรุ่งขึ้น
จากนั้น วันพิธีฝังศพชายชราก็ได้ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ นั่นก็คือในอีกสามวันข้างหน้า
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของที่นี่ได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้ เจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่มีอะไรทำเป็นพิเศษ ทุกวันนี้เขาและครอบครัวพักอยู่ในวิลล่าที่ชายชราอาศัยอยู่
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่ห้องนอนของเขา ความรู้สึกต่าง ๆ พรั่งพรูออกมา มันให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากตอนนั้น
ติงจงผิงเดินเข้ามาหาเขา แล้วพูดว่า “เมื่องานศพของคุณท่านจบลง ฉันก็คงจะไปจากที่นี่”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่จะต้องไปทำงานในที่ใหม่เหรอครับ ? ”
ติงจงผิงกล่าวว่า “ฉันยังบอกได้ไม่ชัดเจน เพราะฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่คุณท่านจากไปแล้ว ฉันก็จะต้องได้เปลี่ยนงานอย่างแน่นอน”