ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1440 ย้ายสำนักงานใหญ่อย่างเป็นทางการ
ตอนที่ 1440 ย้ายสำนักงานใหญ่อย่างเป็นทางการ
หลินเจียอินม้วนริมฝีปากของเธอ แล้วพูดว่า “ทันทีที่คุณอ้าปากพูดออกมา ฉันก็รู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ? ”
“ไม่ใช่ว่าคุณมีความคิดที่จะครอบครองที่ดินที่เทศบาลเมืองเป็นเจ้าของอยู่ตอนนี้เหรอ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกขบขันและหัวเราะออกมาเสียงดัง “เมียจ๋า ตอนนี้เราเหมือนเป็นคนเดียวกันแล้ว คุณสามารถรู้ความคิดของผมได้ทันทีแค่ผมอ้าปาก ความตั้งใจของผมชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ ? ”
หลินเจียอินกลอกตาและพูดว่า “ตอนที่ฉันไปสำนักงานเทศบาลกลางกับคุณครั้งที่แล้ว ฉันได้ยินคุณพึมพำว่าสถานที่นี้เป็นที่ที่ทำเลดีจริง ๆ ”
“ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าที่ดินผืนนี้คงไม่สามารถหนีจากเงื้อมมือของคุณได้ไม่ช้าก็เร็ว ! ”
เธอเหลือบมองที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “ฉันแค่ไม่คิดว่าคุณจะลงมือชิงที่ดินผืนนั้นมาเร็วขนาดนี้ก็เท่านั้นเอง”
“คุณกล้าจริง ๆ คุณกล้าแม้กระทั่งแย่งชิงที่ดินของเทศบาลเมืองมาเป็นของตัวเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้ต้นทุนในการชื้อที่ดินผืนนั้นยังต่ำอยู่ แต่ยิ่งเราปล่อยทิ้งไว้นานเท่านั้นไหร่ ต้นทุนก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ! ”
หลินเจียอินคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “แต่คุณเอาอะไรมามั่นใจว่าเทศบาลเมืองจะยอมสละที่ดินผืนนั้น ? ”
“คุณจะหาที่ใหม่เพื่อสร้างสำนักงานให้กับเทศบาลเมืองงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ใช่ สำนักงานของเทศบาลเมืองในปัจจุบัน สร้างมาตั้งแต่ปี 1950 มันเริ่มที่จะทรุดโทรม และข้าวของบางอย่างก็ไม่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้ มันถึงเวลาที่พวกเขาต้องเปลี่ยนไปสู่สถานที่ที่ดีกว่าเดิม”
หลินเจียอินพยักหน้าเห็นด้วย เธอได้สำนักงานใหม่ของบริษัทแล้ว ไม่ต้องพูดถึงความหรูหรา ในแง่ของการใช้งานก็ไร้ที่ติเหมือนกัน มันมีฟังก์ชั่นครบครัน
ส่วนอาคารสำนักงานของเทศบาลเมืองนั้น ทุกอย่างดูจะไม่สะดวกเลย แม้แต่ห้องประชุม
หลินเจียอินกล่าวว่า “สำนักงานของเทศบาลเมืองในปัจจุบันครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่ หากคุณเปลี่ยนสถานที่ให้พวกเขา คุณจะสร้างสำนักงานใหม่ไว้ที่ไหน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พื้นที่สำนักงานของรัฐบาลไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ ความคิดของผมคือสร้างอาคารสำนักงานถัดจากอาคารชิงโจว โดยมีลานจอดรถที่ใต้อาคาร ด้วยวิธีนี้ไม่ว่าจะเป็นการประชุมหรือจัดงานเลี้ยงต้อนรับของรัฐบาลในอนาคต ก็สามารถมาใช้พื้นที่ของอาคารชิงโจวได้อย่างสะดวกด้วย”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ก็ดี แต่ฉันไม่รู้ว่านายกเทศมนตรีถังจะเห็นด้วยไหม ? เพราะการสร้างอาคารรัฐบาลประจำเมืองขึ้นใหม่ จะต้องใช้เงินจำนวนมาก”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้เงิน แค่เอาที่ดินมาแลกก็พอ ผมจะออกเงินสร้างอาคารรวมทั้งตกแต่งให้พวกเขาทั้งหมด”
หลินเจียอินกล่าวว่า “หากเป็นแบบนี้ พวกเขาจะต้องเต็มใจ แต่ขั้นตอนอาจยุ่งยากสักหน่อย ส่วนเงินทุนที่เราใช้ในการก่อสร้างนั้นจะไม่เยอะไปหน่อยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องกังวล เราจะไม่ขาดทุนอะไรเลย”
ในส่วนของขั้นตอนการดำเนินงานนั้น เขาไม่กังวลแต่อย่างใด เขากล่าวว่า “เราจะยึดที่ดินผืนนั้นไปแก้ไขปัญหาในเรื่องการติดต่อหน่วยงานราชการให้กับประชาชนก่อน เราจะใช้ที่นั่นสร้างศูนย์บริการเพื่อโอนกรรมสิทธิ์บางส่วนของเทศบาลเมืองมาอยู่ที่นี่ อย่างหน่วยงานที่ประชาชนต้องติดต่ออยู่เป็นประจำ เช่น กรมที่ดิน กองอสังหาริมทรัพย์ กรมสรรพากร กรมโรงงานอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ ให้มารวมอยู่ในที่เดียว เพื่อให้บริการที่สะดวกสบายแก่ประชาชนในการยื่นขอใบรับรองหรือติดต่อเรื่องอื่น ๆ ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น หลินเจียอินก็ถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “นี่… เป็นไปได้ด้วยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “แน่นอน สามารถทำได้”
ในปี 1985 ยังไม่มีศูนย์บริการของรัฐเกิดขึ้น แต่ในรุ่นต่อมา ศูนย์บริการดังกล่าวเป็นสถาบันที่จำเป็นจะต้องมีในทุกเมือง มันคือสถานที่รวมศูนย์บริการของรัฐบาลเพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายให้หลินเจียอินฟังแล้ว หลินเจียอินก็เชื่อมั่นว่าหากมีการแลกเปลี่ยนที่ดินกับเทศบาลเมืองภายใต้เงื่อนไขนี้ มันก็พอที่จะเป็นไปได้
หลังจากที่หลินเจียอินออกจากสำนักงานของเจียงเสี่ยวไป๋ไป ก็มีข่าวแพร่สะพัดออกมาว่าเจียงเจียกรุ๊ปมีกำหนดจะย้ายสำนักงานใหม่ในวันที่ 10 นี้
“อ่า ในที่สุดเราก็จะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในสำนักงานใหม่เสียที ! ”
“ฉันตั้งตารอมานานมากแล้ว ! ”
“ฉันได้ยินมาว่าสำนักงานใหม่มีการตกแต่งอย่างหรูหราเชียวนะ ! ”
“ใช่ ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน ! ”
“จะหรูหราหรือไม่ แค่คิดว่าได้ทำงานบนชั้น 33 ก็ถือว่าวิเศษแล้ว ! ”
“คุณคงได้ยินมาไม่ครบ ! ฉันได้ยินมาว่าชั้น 33 นั้นไม่เปิดให้พนักงานทั่วไปเข้า อาคารสำนักงานของบริษัทเราอยู่ที่ชั้น 30, 31 และ 32”
“คุณไปฟังข่าวนี้จากที่ไหนมา ? ”
“ฉันได้ยินผู้อำนวยการเปาพูด แต่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม”
“แต่อย่างไรเราก็ได้ทำงานบนชั้น 30 นอกจากอาคารชิงโจวแล้ว คงไม่มีอาคารไหนในชิงโจวที่สูง 30 ชั้นแล้ว นับจากนี้ไปฉันจะได้ทำงานบนที่สูง ยืนมองออกไปเห็นได้ไกล ! ”
“อย่าคิดมาก อีกไม่กี่วันเราก็จะรู้แล้ว ตอนนี้รีบจัดการข้อมูลให้เสร็จก่อนดีกว่า เมื่อเราย้ายไปที่ออฟฟิศใหม่ จะต้องจัดระเบียบข้อมูลใหม่จำนวนมากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอีก ! ”
“พูดไปแล้ว การย้ายออฟฟิศก็ถือเป็นงานใหญ่อยู่เหมือนกัน ! ”
“ได้ได้ขนย้ายอะไรเลย ที่นั่นมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่รออยู่แล้ว เราแค่ต้องเอาเอกสารและงานย้ายไปทำที่นั่นก็เท่านั้น”
“……”
มีการพูดคุยกันมากมายระหว่างพนักงาน และทุกคนก็ดูตื่นเต้นมากและตั้งตารอ
ผู้นำยังสื่อสารเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้นำที่ไม่มีสำนักงานแยกต่างหาก เนื่องจากมีห้องจำนวนน้อยและกำลังตั้งตารอที่จะได้ไปที่สำนักงานแห่งใหม่
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และไม่กี่วันก็ผ่านไปในพริบตา
สำนักงานของเจียงเจียกรุ๊ปถูกย้ายอย่างเป็นทางการไปที่อาคารชิงโจว
ชั้น 30 ประกอบด้วยสำนักงานของพนักงานทั่วไปของบริษัทและโรงงาน รวมถึงแผนกขายชั้น 31 เป็นสำนักงานของผู้บริหารระดับกลางของบริษัท และชั้น 32 เป็นสำนักงานของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทรวมทั้งห้องประชุมด้วย
และสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนอื่น ๆ ได้แก่ ห้องรับรอง ห้องพักผ่อน ห้องออกกำลังกาย ฯลฯ
ซึ่งพนักงานทุกคนสามารถเข้าไปใช้บริการได้
สำหรับโรงแรม จะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวของบริษัท สิ่งอำนวยความสะดวกมีมากมายและครบครัน หากว่าบริษัทจะต้องต้อนรับบุคคลระดับสูง ก็สามารถให้พวกเขาไปพักที่โรงแรมระดับ 5 ดาวได้โดยตรง
นอกจากนี้ ชั้น 33 อันลึกลับยังไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้า แม้แต่เฉินหยวนเฉา, เฉินอันผิง และหวังผิงก็ไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไร
มีเพียงเจียงเสี่ยวไป๋, หลินเจียอิน และเมิ่งเสี่ยวเป่ยเท่านั้นที่รู้ว่านี่คือสโมสรระดับไฮเอนด์
จากนี้ไป จะมีเพียงหลินเจียอินและเจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ใช้มัน แม้แต่เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปในช่วงเวลาปกติ อย่างมากเธอก็สามารถเข้าร่วมได้เมื่อจำเป็น
แต่แน่นอนว่าสถานที่ที่สะดวกสบายที่สุดในอาคารชิงโจวนั้นไม่ใช่ชั้น 33 อันลึกลับ แต่เป็นชั้นบนสุดต่างหาก
มันเป็นบ้านหลังที่สองที่เจียงเสี่ยวไป๋สร้างขึ้นมาให้ตัวเอง นอกจากบ้านที่มีสี่ห้องนอนและมีห้องน้ำชาแล้ว ชั้นบนสุดนี้ยังสร้างเป็นสวนลอยฟ้าอีกด้วย
เมื่อยืนอยู่บนยอดเขาฉีเฟิง ก็จะสามารถมองสวนลอยฟ้าในตอนกลางคืนได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะเปลี่ยนการรับรู้ของทุกคนไปอย่างแน่นอน
ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด แค่สระว่ายน้ำในสวนลอยฟ้าก็ยากที่จะจินตนาการแล้ว
ซึ่งแม้แต่หลินเจียอินก็ยังไม่เคยขึ้นไปดูชั้นบนสุดเลย
เธอบอกก่อนหน้านี้ว่าเธออยากขึ้นไปดู แต่เจียงเสี่ยวไป๋บอกว่ายังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง
เนื่องจากเจียงเสี่ยวไป๋อยากให้ภรรยาของเขาประหลาดใจ ดังนั้นเขาจะให้เธอเห็นมันตอนนี้ได้อย่างไร ?
เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงวันที่ 10 บริษัทก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในสำนักงานใหม่ที่อาคารชิงโจวแล้ว
ในตอนเช้า อาคารชิงโจวดูจะคึกคักมาก มีการแขวนป้ายขนาดใหญ่ และการแสดงแสงสีต่าง ๆ ทำให้ผู้คนรู้สึกว่ามันตื่นตาตื่นใจแม้ในเวลากลางวัน
หลินเจียอิน, เจียงเสี่ยวไป๋, เมิ่งเสี่ยวเป่ย และผู้บริหารอาวุโสคนอื่นของบริษัทยืนอยู่ที่ทางเข้าของอาคารชิงโจวเพื่อรอการมาถึงของผู้นำเมืองอย่างฉีเย่ผิง, ถังจิงเทียน และคนอื่น ๆ