ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1441 รีบเจรจาให้เร็วที่สุด
ตอนที่ 1441 รีบเจรจาให้เร็วที่สุด
“ประธานหลิน ! ขอแสดงความยินดีกับการย้ายสำนักงานใหม่ของคุณด้วย ! ”
ฉีเย่ผิงมาพร้อมกับถังจิงเทียน, หลี่หมิงซาน และผู้นำเมืองคนอื่นเพื่อมาแสดงความยินดี พวกเขาได้เข้ามาแสดงความยินดีกับหลินเจียอินก่อน
หลินเจียอินพูดอย่างสุภาพ “ฉันต้องขอโทษด้วยที่รบกวนเวลาของท่านผู้นำ ที่ให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในการย้ายสำนักงานใหม่ในครั้งนี้ ! ”
ฉีเย่ผิงหัวเราะออกมาเสียงดัง “ทุกสิ่งที่เจียงเจียกรุ๊ปของคุณทำถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราชาวเมืองชิงโจว และเป็นไปไม่ได้ที่เราจะไม่มาร่วมแสดงความยินดี”
“ขอบคุณมากค่ะ ! ” หลินเจียอินขอบคุณเขาอย่างสุภาพ “เลขาธิการฉี เชิญเข้ามาข้างในก่อนค่ะ ! ”
ฉีเย่ผิงพยักหน้าและเดินไปข้างหน้า
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ออกมาต้อนรับด้วย ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเขาจึงต้องทักทายพวกเขาสองสามคำ
ในโอกาสที่เป็นทางการเช่นนี้ หลินเจียอินในฐานะประธาน เธอจึงต้องเป็นคนออกหน้าโดยธรรมชาติ ตามด้วยเจียงเสี่ยวไป๋, เมิ่งเสี่ยวเป่ย, เฉินหยวนเฉา และเฉินอันผิง
ในขณะที่ฉีเย่ผิงกำลังคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียอินก็คุยกับถังจิงเทียนเช่นกัน
“ขอแสดงความยินดีกับประธานหลินด้วยที่ได้ย้ายเข้าสำนักงานใหม่ ! ” ถังจิงเทียนกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้น
“ขอบคุณมากค่ะนายกเทศมนตรีถัง ! ” หลินเจียอินพูดอย่างสุภาพ “ฉันจะพาคุณไปชมรอบ ๆ สำนักงานของเรา และจะอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ให้คุณทราบ”
หลังจากพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ครั้งล่าสุด หลินเจียอินรู้ว่าวันนี้เธอต้องทำให้ถังจิงเทียนเห็นถึงเสน่ห์ของสำนักงานที่เจียงเสี่ยวไป๋ออกแบบเป็นหลัก เพื่อที่เธอจะได้มีโอกาสเสนอสำนักงานใหม่ให้พวกเขา ดังนั้นหลินเจียอินจึงดูกระตือรือร้นมาก นำทางถังจิงเทียนเข้าไปข้างใน มากกว่าที่จะสนใจพูดคุยกับฉีเย่ผิง
ถังจิงเทียนหัวเราะและพูดว่า “ประธานหลิน คุณถ่อมตัวมาก วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อมาร่วมแสดงความยินดี และก็อยากเห็นสำนักงานใหม่ของพวกคุณด้วย ! ”
หลี่หมิงซานที่ยืนอยู่ข้างหลังพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “การทำงานในอาคารสูงมากกว่า 30 ชั้นนั้นคงให้ความรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว ! ”
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดว่า “ใช่ ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นมันแล้ว ! ”
หลินเจียอินยิ้มและพูดว่า “งั้นฉันขอเชิญผู้นำทั้งสองเข้ามาดูข้างในเลยค่ะ ! ”
ถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานเดินไปข้างหน้า และจับมือกับเจียงเสี่ยวไป๋, เมิ่งเสี่ยวเป่ย และคนอื่นต่อไป
หลังจากที่ทักทายผู้นำทุกคนแล้ว หลินเจียอินก็นำฉีเย่ผิง, ถังจิงเทียน, หลี่หมิงซาน และคนอื่นเข้าไปในลิฟต์ นี่คือลิฟต์พิเศษที่ใช้ขึ้นไปบนสำนักงานของเจียงเจียกรุ๊ปโดยตรง ซึ่งตรงไปยังชั้น 30 ทันที และระหว่างขึ้นลิฟต์ยังได้ชมวิวภายนอกอาคารอีกด้วย
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉีเย่ผิงและคนอื่นได้ลองขึ้นลิฟต์ที่เห็นวิวข้างนอกแบบนี้ พวกเขารู้สึกราวกับว่าพวกเขากำลังบินอยู่ และก็อดไม่ได้ที่จะจับราวจับของลิฟต์ไปด้วย เพราะมันดูจะหวาดเสียวไม่น้อย
เมื่อลิฟต์ขึ้นสูงขึ้น พวกเขาก็สามารถมองเห็นถนนอาหารหน้าโรงเรียนประถมศึกษาฉิวซู่ที่อยู่ข้าง ๆ และแม่น้ำชิงเจียงในระยะไกล ยิ่งขึ้นสูงเท่าไหร่ ก็จะเห็นเมืองชิงโจวได้ครอบคลุมมากเท่านั้น
ฉีเย่ผิงถอนหายใจ “แค่ขึ้นลิฟต์นี้ก็ได้เปิดโลกใหม่ของฉันแล้ว ! ”
ถังจิงเทียนยิ้มและพูดว่า “ใช่ ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนสมัยก่อนชอบปีนขึ้นสูง ความรู้สึกของการได้เห็นโลกอยู่ใต้เท้าเรามันดีอย่างนี้นี่เอง”
หลี่หมิงซานและคนอื่นต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
เมื่อลิฟต์ชมวิวหยุดลง ถังจิงเทียนยังคงรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย
ฉีเย่ผิงถึงกับหัวเราะเยาะเขา
ถังจิงเทียนพูดด้วยความโกรธกับเจียงเสี่ยวไป๋ “ทำไมคุณถึงสร้างลิฟต์ที่เป็นกระจกทั้งหมดแบบนี้ล่ะ ? ถ้ามันแตกขึ้นมา จะต้องมีหายนะเกิดขึ้นแน่”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “นี่คือกระจกนิรภัย แม้แต่กระสุนก็เจาะไม่ได้ จะแตกง่ายขนาดนั้นได้ยังไงล่ะครับ นายกเทศมนตรีถังไม่ต้องกังวล ! ”
ในขณะที่พวกเขากำลังพูดหยอกล้อกันอยู่นั้น ทุกคนก็เดินออกจากลิฟต์ จากนั้นหลินเจียอินและเมิ่งเสี่ยวเป่ยก็พาพวกเขาเดินชมรอบสำนักงาน
เริ่มจากชั้น 30 จากนั้นก็ชั้น 31 และชั้น 32 เมื่อได้ดูแต่ละชั้นและฟังคำอธิบายของเมิ่งเสี่ยวเป่ย ฉีเย่ผิงและ ถังจิงเทียนต่างก็ประหลาดใจกับรูปแบบและการออกแบบของสำนักงานที่นี่ เพราะตั้งแต่ที่พวกเขาเดินเข้ามาในออฟฟิศ มันก็เหมือนกับเข้ามาในโลกอนาคตอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อนึกถึงสำนักงานของเทศบาลเมืองในปัจจุบัน ถังจิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “เมื่อฉันมาที่นี่วันนี้ ฉันก็รู้สึกเหมือนคุณยายหลิวได้เข้าไปในสวนแกรนด์วิวอย่างไรอย่างนั้นเลย ! ”
หลี่หมิงซานยังกล่าวอีกว่า “ใช่ ฉันก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เทศบาลเมืองของเราจะได้มีสำนักงานที่ดีแบบนี้ใช้บ้าง นี่คือสำนักงานที่สะดวกและทันสมัยอย่างแท้จริง ! ”
หลินเจียอินฟังทั้งสองคนพูด จากนั้นคำพูดต่าง ๆ นานาก็มาถึงริมฝีปากของเธอ
เธอยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้เทศบาลเมืองก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินแล้วนี่คะ พวกคุณเองก็สามารถสร้างอาคารสำนักงานขึ้นมาใหม่ได้ ! ”
ถังจิงเทียนยิ้มอย่างขมขื่น และกล่าวว่า “แม้ว่าการเงินของเทศบาลเมืองจะดีขึ้นเล็กน้อยแล้ว แต่รากฐานก็อ่อนแอมาก่อน ตอนนี้หน่วยงานด้านล่างยังต้องการเงินสนับสนุนเพื่อความก้าวหน้า ทำให้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาอย่างมาก ทางการคลังของเราจึงหมุนเงินแทบไม่ทัน”
หลี่หมิงซานเองก็รู้เรื่องนี้ดี เขาจึงถอนหายใจออกมา “ใช่ เราทำได้เพียงอิจฉาพวกคุณเท่านั้นแหละ”
หลินเจียอินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไปค่ะ หากผู้นำต้องการสำนักงานเหมือนกันกับที่บริษัทของเรา เราก็ยินดีที่จะสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ให้กับเทศบาลเมือง”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ถังจิงเทียนและหลี่หมิงซานต่างก็ตกตะลึง
หลี่หมิงซานรีบถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “ประธานหลิน คุณพูดจริงเหรอ ? ”
หลินเจียอินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เราสามารถให้บริการได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ การก่อสร้าง รวมถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในสำนักงาน”
หลี่หมิงซานไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไปและมองไปที่ถังจิงเทียน
ถังจิงเทียนก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และเห็นว่าเขากำลังพูดคุยกับฉีเย่ผิง และดูเหมือนจะไม่ได้สนใจทางนี้เลย
จากนั้นเขาก็ถอนสายตากลับมา และมองไปที่หลินเจียอิน
ถ้าเจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนพูดมันออกมา เขาจะต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกเด็กคนนั้นหลอก
จากประสบการณ์ของเขาในการเจรจาธุรกิจกับหลินเจียอิน เขารู้สึกว่าหลินเจียอินค่อนข้างน่าเชื่อถือกว่าและไม่เจ้าเล่ห์เหมือนกับเจียงเสี่ยวไป๋
อย่างไรก็ตาม หลินเจียอินและเจียงเสี่ยวไป๋เป็นสามีภรรยากัน ดังนั้นถังจิงเทียนยังคงต้องระมัดระวังและไตร่ตรองดูให้ดีก่อน ไม่ควรรีบโพล่งตกลงอะไรกับพวกเขาเร็วเกินไป
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจว่า “ประธานหลิน นี่คือความตั้งใจของคุณหรือความตั้งใจของบริษัทคุณกันแน่ ? ”
หลินเจียอินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “มันคือความตั้งใจของฉันค่ะ ฉันเพิ่งได้ยินรองนายกเทศมนตรีหลี่บอกว่าได้แค่อิจฉาเรา ดังนั้นฉันจึงคิดว่าเราสามารถสนับสนุนเทศบาลเมืองในเรื่องนี้ได้ ท้ายที่สุดแล้วการพัฒนาของ เจียงเจียกรุ๊ปก็ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองมาโดยตลอด”
“นอกจากนี้ หากอาคารสำนักงานของเทศบาลเมืองได้รับการปรับปรุงขึ้นมาใหม่ ก็จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้นำในการทำงาน และยังเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้คนในเมืองอีกด้วย”
ถังจิงเทียนอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าตาม เพราะหากเป็นความตั้งใจของเจียงเจียกรุ๊ป มันจะต้องมาจากความคิดของเจียงเสี่ยวไป๋แน่นอน และหากว่าเป็นเช่นนั้น ทุกกระบวนการจะต้องแฝงหลุมพรางอยู่ในนั้นมากมาย
เขารู้สึกโล่งใจเล็กน้อยและพูดว่า “ประธานหลินมีความคิดที่ดี และฉันก็สนใจมากด้วย เราสามารถพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้”
ความคิดของเขาตอนนี้คือการเจรจาเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ก่อนที่เจียงเสี่ยวไป๋จะเข้ามาแทรกแซง และบงการความคิดของหลินเจียอิน แต่ถ้าหากว่ารีบเจรจาตกลงกันก่อน เจียงเสี่ยวไป๋ก็จะไม่สามารถมาแทรกแซงในภายหลังได้
หลินเจียอินกล่าวว่า “เอาล่ะ งั้นฉันจะเรียกผู้ช่วยเจียงให้มาคุยด้วยกันเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาบอกเขาอีกครั้งในภายหลัง”
ถังจิงเทียนรู้สึกหนักใจมากขึ้นเมื่อได้ยินแบบนี้ และรีบหยุดเธอทันที “ประธานหลิน ผู้ช่วยเจียงกำลังสนทนาคุยกันเข้าด้ายเข้าเข็มกับเลขาฉีอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นฉันไม่อยากให้ไปรบกวนพวกเขา เรามาคุยกันแบบสบาย ๆ ก่อนเถอะ”
หลินเจียอินแสร้งทำเป็นไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มออกมา ก่อนจะพูดว่า “ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันขอตัวไปบอกคุณเมิ่งให้ดูแลผู้นำคนอื่นไปก่อน ส่วนนายกเทศมนตรีถังและรองนายกเทศมนตรีหลี่ เชิญไปที่สำนักงานของฉันแล้วพูดคุยกันก่อนค่ะ ! ”