ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1505 บริษัทการท่องเที่ยวเยาวชน
ตอนที่ 1505 บริษัทการท่องเที่ยวเยาวชน
หลังจากที่หลี่เจียแยกออกไป เจียงเสี่ยวไป๋ก็กลับมาที่สำนักงานเช่นกัน
หลินจียตงและหลินเจียจวินยังไม่กลับมา ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าทั้งสองไปที่ไหน
แต่เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่สนใจ และเรียกหลี่ชิงอีเข้ามาหา ก่อนจะขอให้เธอไปเรียกเมิ่งเสี่ยวเป่ยมาพบเขา
ไม่นานหลังจากนั้น เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็มาถึง
“ผู้ช่วยเจียง มีอะไรหรือเปล่าคะ ? ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยถามอย่างเป็นกังวลหลังจากที่เธอนั่งลง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอยุ่งอยู่กับการแก้ไขสถานการณ์ของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า และเธอก็ต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะของพนักงาน เธอจึงยุ่งและหัวหมุนเป็นอย่างมาก
ต้องบอกว่าตั้งแต่ที่มีการออกประกาศไป ผู้คนจำนวนมากในบริษัทก็ได้มีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำ จนทำให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยและหลินเจียอินได้อ่านคำเสนอแนะจากทุกคนเป็นจำนวนพันรายการทุกวัน
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นท่าทางเร่งรีบของเมิ่งเสี่ยวเป่ยก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม แล้วพูดว่า “รองประธานเมิ่ง งานไม่มีที่สิ้นสุดหรอกนะ คุณเองก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนบ้างเถอะ ! เรายังต้องรักษาสมดุลระหว่างงานและการพักผ่อนบ้าง ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยอดไม่ได้ที่จะคิดกับตัวเองว่า ไม่ใช่เพราะคุณเหรอที่ทำให้ฉันยุ่งอยู่อย่างนี้
แต่เธอก็รู้ด้วยว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่สนใจในเรื่องนี้จริง ๆ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ตั้งใจที่จะโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอแค่พูดติดตลกไปว่า “ฉันเคยเห็นแต่เจ้านายที่กระตุ้นให้ลูกน้องทำงาน แต่ฉันไม่เคยเห็นเจ้านายที่บอกให้ลูกน้องผ่อนคลายเลยสักครั้ง คุณเป็นเจ้านายแบบไหนกัน ? ”
“ฉันรู้แล้ว ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ก็หัวเราะแบบสบาย ๆ
เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ไม่อยากเสียเวลาล้อเล่นกับเขาอีก เธอจึงกลับมามีสีหน้าจริงจัง “เอาล่ะ คุณมีธุระอะไรถึงได้เรียกฉันมาพบ เพราะถ้าหากว่าฉันอยู่ที่นี่นานขึ้น ฉันอาจจะทำงานวันนี้ไม่เสร็จก็ได้”
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดูเหมือนงานในแต่ละวันก็จะไม่เคยเสร็จเลยสักวัน
แม้ว่าตอนนี้เธอจะมีผู้ช่วยถึงสามคน แต่บริษัทก็ใหญ่มากจนมีหลายอย่างที่เธอต้องจัดการดูแล เธอเป็นคนประเภทที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ดังนั้นเธอจึงไม่สบายใจหากเธอไม่ได้จัดการงานด้วยตนเองให้เสร็จสิ้น
ซึ่งเหตุผลที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดติดตลกไม่กี่คำก็เพราะเขารู้ว่าเมิ่งเสี่ยวเป่ยกดดันตนเองมากเกินไป และเขาก็ไม่ต้องการบีบบังคับเธอมากนัก
บางครั้งการผ่อนคลายก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่จริงจังกับงานที่ทำเลย เพราะการผ่อนคลายนั้นอาจจะทำให้งานออกมามีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
เดิมทีเขาอยากจะพูดอีกสักสองสามคำ แต่เมื่อเห็นว่าเมิ่งเสี่ยวเป่ยหมดอารมณ์ เขาจึงหยุดล้อเล่นและพูดว่า “ฉันเรียกคุณมาเพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในถู่เฉิงให้ฟัง”
“ถู่เฉิงอย่างนั้นเหรอคะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ? ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยดูประหลาดใจและพูดว่า “นายอำเภอหลัวของถู่เฉิงเพิ่งมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อน และพูดคุยเกี่ยวกับการลงทุนใหม่กับถานซิงซานไม่ใช่เหรอ ? ”
“ใช่ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า และพูดว่า “ตอนนี้คุณก็รู้แล้ว งั้นฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องเสียเวลาบอกอีก”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยหัวเราะ ครั้งนี้การลงทุนของเจียงเจียกรุ๊ปในถู่เฉิงนั้นไม่น้อยเลย และเป็นการลงทุนระยะยาว ในฐานะประธานฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท เธอต้องรู้เกี่ยวกับเรื่องใหญ่เช่นนี้ ซึ่งเธอไม่เพียงแต่รู้เท่านั้น แต่เธอยังได้พูดคุยเป็นการพิเศษกับถานซิงซานอีกด้วย และนี่คือนิสัยของเธอ เมื่อไรก็ตามที่บริษัทลงทุนมหาศาล เธอจะต้องรู้รายละเอียดของเรื่องก่อน แล้วจึงวางแผนงานล่วงหน้า ถ้าไม่ทำเช่นนี้ เธอก็คงจะไม่ยุ่งขนาดนี้หรอก ?
เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงอธิบายแนวคิดของเขาในการลงทุนที่ถู่เฉิงให้เธอฟัง แต่แน่นอนว่าจุดสนใจนั้นแตกต่างออกไป เขาบอกถานซิงซานถึงประเด็นสำคัญของการลงทุนและวิธีการดำเนินการ ในขณะที่เขาเน้นย้ำกับเมิ่งเสี่ยวเป่ยถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของการลงทุนและขั้นตอนต่าง ๆ
ในสิ่งเดียวกัน คนสองคนมีการแบ่งงานที่แตกต่างกัน และโดยธรรมชาติแล้วเนื้อหางานของพวกเขาก็แตกต่างกันมากเช่นกัน
หลังจากพูดจบ เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดว่า “คราวนี้ฉันจะให้หลี่เจียไปที่ถู่เฉิงเพื่อดูแลงาน”
“หลี่เจีย ? ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยสะดุ้งเล็กน้อย
แน่นอนว่าเธอรู้จักหลี่เจีย น้องสาวฝาแฝดของหลี่ลี่
หลี่ลี่มีความสามารถที่โดดเด่น เธอบริหารร้านค้าในเครือโยวผิ่น และตอนนี้ก็ทำงานได้ดีเป็นอย่างมาก
แต่ทว่าที่ผ่านมาในด้านของหลี่เจียนั้น เธอไม่ได้อยู่ในฝ่ายบริหารของบริษัทมาก่อนเลย การให้เธอไปดูแลงานที่ต่างถิ่นนั้นมันจะไม่เกิดปัญหาตามมาใช่ไหม เพราะเธอรู้ดีว่าตอนที่หลี่เจียทำงานเป็นพนักงานขายในร้านโยวผิ่น ผลงานของเธอก็ไม่ค่อยดีนัก
เมิ่งเสี่ยวเป่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นกังวลเล็กน้อย เธอมีท่าทีลังเลและพูดว่า “ถ้าให้หลี่เจียรับผิดชอบโครงการใหญ่เช่นนี้ เธอ…จะทำได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม แล้วพูดว่า “บางทีเธออาจทำงานอื่นไม่ได้นอกจากงานนี้ก็ได้ เพราะโปรเจ็กต์นี้เหมาะกับเธอจริง ๆ ”
การใช้คนเป็นจะต้องรู้จุดแข็งของพวกเขา
เช่นเดียวกับคำพูดที่ผู้คนรุ่นต่อ ๆ ไปชอบใช้กัน นั้นก็คือ ‘ใช้คนให้ถูกกับความสามารถ แล้วงานจะออกมาดีเอง’
หลี่เจียขายของไม่เก่ง แต่การเดินทางท่องเที่ยวคืองานอดิเรกของเธอ เขาได้ให้เธอลองฝึกฝนในช่วงสองปีที่ผ่านมา และเห็นว่าเธออดทนต่อความยากลำบากได้
ท้ายที่สุดแล้ว กรอบเชิงกลยุทธ์ของการท่องเที่ยวถู่เฉิงนั้นก็ถูกสร้างขึ้นด้วยตัวเขาเอง และเพื่อเป็นการลงทุนระยะยาว เขาจึงบอกกลยุทธ์นี้ให้หลี่เจียนำไปใช้ ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดว่า “เรื่องบุคลากร คุณก็แค่ไปคุยกับโหยวโหย่วหยู ทำไมคุณถึงเรียกฉันมาพูดคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะด้วยคะ ? ”
นี่คือสิ่งที่เธอสับสน
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เรื่องบุคลากรนั้น แน่นอนว่าฉันจะต้องไปคุยกับโหยวโหย่วหยูโดยตรงอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ฉันอยากจะบอกคุณก็คือเราจะใช้โอกาสนี้ในการก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยวเยาวชน”
หือ ?
ครั้งนี้เมิ่งเสี่ยวเป่ยรู้สึกตกตะลึงจริง ๆ
เจียงเจียกรุ๊ปได้ก่อตั้งบริษัทหลายแห่ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีการก่อตั้งอีกบริษัทหนึ่ง
“ก่อตั้งบริษัทการท่องเที่ยวเยาวชน ? ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยถามต่อ “มันคือบริษัทที่ไม่ได้อยู่ภายใต้เจียงเจียกรุ๊ป แต่เป็นบริษัทที่แยกต่างหากเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มันไม่ได้แยกต่างหาก เพียงแต่ตอนนี้ธุรกิจจำนวนมากของบริษัทเราเริ่มใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ ฉันจึงอยากจะแยกบริษัทเหล่านี้ออกเพื่อให้บริหารงานกันเอง เช่น บริษัทก่อสร้าง บริษัทอสังหาริมทรัพย์ บริษัทโลจิสติกส์… ซึ่งบริษัทการท่องเที่ยวเยาวชนเป็นเพียงจุดเริ่มต้น”
เมื่อได้ยินแบบนี้ เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็เข้าใจว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังวางแผนที่จะปรับปรุงธุรกิจของบริษัท จากนั้นก็ขยายธุรกิจ จัดตั้งบริษัทแยกในแต่ละสาขาเพื่อให้แต่ละสาขาเติบโตขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น
ขณะนี้ขอบเขตธุรกิจของเจียงเจียกรุ๊ปนั้นกว้างมาก มีธุรกิจจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิงรวมอยู่ในบริษัทเดียว ซึ่งตอนนี้บริษัทเหล่านี้ก็ใหญ่พอที่จะสามารถแยกออกไปได้แล้ว
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้าและกล่าวว่า “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ เราจำเป็นต้องจัดเรียงธุรกิจที่มีอยู่ทั้งหมดของบริษัทและรวมธุรกิจที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแยกบริษัทในภายหลัง”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ใช่แค่ธุรกิจที่มีในปัจจุบันเท่านั้น หากคุณมีธุรกิจที่จะเปิดตัวในอนาคต คุณต้องจัดทำแผนรวมศูนย์และสร้างโครงสร้างที่ดี”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “แล้วธุรกิจในอนาคตที่คุณจะแยกออกมามีอะไรบ้างคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าและกล่าวว่า “เดี๋ยวฉันจะเอาแผนเบื้องต้นให้กับคุณภายในสองวัน คุณต้องจัดการธุรกิจที่มีอยู่ก่อน แล้วจึงเริ่มเตรียมการสำหรับการก่อตั้งบริษัทการท่องเที่ยวเยาวชน ! ”
“ฉันรู้ ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดอย่างช่วยไม่ได้
ในตอนนี้ ทั้งปัญหาของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข เธอยังต้องได้มารับผิดชอบเกี่ยวกับการตั้งบริษัทใหม่อีก ทุกสิ่งทุกอย่างได้ประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน
แต่โชคยังดีที่เธอคุ้นเคยกับงานหนักเช่นนี้มาแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่ได้กดดันใด ๆ หลังจากที่พูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋สองสามคำ เธอก็บอกลาและขอตัวออกไป