ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1519 ที่พูดไปยังไม่ถึงครึ่ง
ตอนที่ 1519 ที่พูดไปยังไม่ถึงครึ่ง
เมื่อคุยเรื่องบริษัทการศึกษาเสร็จ พวกเขาก็กินข้าวกันต่อจนเกือบจะอิ่มแล้ว
หลี่หมิงซานจึงก้มมองดูเวลา และเห็นว่าตอนนี้ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว
เมื่อมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ หลี่หมิงซานก็พูดว่า “เสี่ยวไป๋ ตอนนี้คุณก็ได้พูดคุยเกี่ยวกับบริษัทใหม่ให้พวกเราฟังมากว่าสิบบริษัทแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋คำนวณในใจแล้วพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดว่า “ครับ ผมพูดไปแล้วประมาณสิบหกบริษัท”
เหอซานอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา “พอลองแยกบริษัทดูแล้ว มีบริษัทที่คุณต้องสร้างใหม่มากมายจริง ๆ จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด……กระทั่งสุดท้ายก็แบ่งออกมาได้สิบหกบริษัท ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋คลี่ยิ้มบาง เขาลูบจมูกแก้เก้อพลางพูดว่า “แต่ที่ผมพูดมายังไม่ถึงครึ่งเลยนะครับ ! ”
“หา ! ”
“อะไรนะ ! ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่หมิงซานและเหอซานก็ถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน
หลี่หมิงซานจึงรีบถามออกมาด้วยความสงสัยว่า “แล้วนอกจากที่คุณได้พูดมาแล้ว ยังมีที่ไม่ได้พูดอีกหลายบริษัทไหม ? ”
เหอซานยังกล่าวอีกว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณวางแผนที่จะแบ่งเจียงเจียกรุ๊ปออกเป็นกี่บริษัทกัน ? ”
หลี่หมิงซานเองก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ ด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและกล่าวว่า “แผนปัจจุบันคือคงธุรกิจหลักไว้ที่เจียงเจียกรุ๊ป และก่อตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาอีก 36 บริษัท”
ฮะ ! …
โอ้…
หลี่หมิงซานและเหอซานต่างสูดลมหายใจเข้าไปพร้อมกัน
เดิมทีพวกเขาคิดว่าเจียงเจียกรุ๊ปจะแบ่งบริษัทใหม่ออกมาได้ประมาณ 20 บริษัท
แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะแบ่งเจียงเจียกรุ๊ปออก และสร้างบริษัทใหม่ขึ้นมาถึง 36 บริษัท
จากทั้งหมด 36 บริษัทมีเพียง 16 บริษัทเท่านั้นที่ถูกพูดถึงในวันนี้
แท้จริงแล้วยังไม่ถูกพูดถึงครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ
ถ้าได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋ทำเรื่องนี้เสร็จ ฉันเกรงว่าบ่ายวันนี้จะไม่สามารถออกไปได้
แม้ว่าหลี่หมิงซานอยากจะรู้มากว่าเจียงเสี่ยวไป๋แยกเจียงเจียกรุ๊ปออกเป็นบริษัทอะไรบ้าง แต่เขาก็ต้องระงับความอยากรู้อยากเห็นของเขาไว้ เมื่อมองดูนาฬิกาของเขาอีกครั้ง เขาก็ได้พูดออกมาว่า “เสี่ยวไป๋ ฉันมีการประชุมสำคัญในช่วงบ่ายวันนี้ เราคงจะพูดคุยกันได้แค่นี้แหละ ไว้ฉันจะหาเวลาว่างอีกวันมาฟังแผนการของคุณอีกทีก็แล้วกัน”
ในฐานะรองนายกเทศมนตรี เขามีงานยุ่งมาก และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในแต่ละวัน
มื้อนี้ใช้เวลาสองชั่วโมงในการกินข้าวกับเจียงเสี่ยวไป๋ ซึ่งก็ถือว่าเกินเวลาที่คาดไว้แล้ว
ในใจเขาอยากจะคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ต่อ แต่เพราะมีประชุมสำคัญในตอนบ่าย และเขาก็ไม่สามารถเลื่อนออกไปได้
เจียงเสี่ยวไป๋ก็แสดงความเข้าใจในเรื่องนี้ออกมา
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ไม่จำเป็นที่ต้องรีบรายงานหลี่หมิงซานเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรของเจียงเจียกรุ๊ปให้อีกฝ่ายฟังจนหมด
เจียงเสี่ยวไป๋จึงพยักหน้าและพูดว่า “ไม่เป็นไรครับ รองนายกเทศมนตรีหลี่ ผมเองก็มีนัดเหมือนกัน งั้นไว้เจอกันนะครับ ส่วนเรื่องการแยกบริษัทนั้น อีกไม่นานคุณก็จะรู้เองอย่างแน่นอน อันที่จริงมันไม่สำคัญว่าจะพูดในตอนนี้หรือตอนไหน”
เพราะหลังจากนี้ เขาก็ต้องแจ้งให้ทางเทศบาลเมืองทราบอยู่ดี
และที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องรายงานให้หลี่หมิงซานรู้ละเอียดมากนักก็ได้
หลี่หมิงซานโบกมือ “ไม่ ไม่ ไม่… การจัดระเบียบองค์กรของเจียงเจียกรุ๊ปใหม่ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของเจียงเจียกรุ๊ปเท่านั้น แต่ยังเป็นงานสำคัญสำหรับเทศบาลเมืองชิงโจวของเราอีกด้วย ฉันยังต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของเรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้น เพียงแต่ว่าวันนี้ฉันไม่มีเวลาจริง ๆ ”
เมื่อมาถึงจุดนี้ เขาก็หยุดพูดไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เหมือนกับเขาตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ จึงพูดขึ้นว่า “เอาอย่างงี้ดีไหม เย็นนี้พอเลิกงานแล้ว เราไปที่ร้านนวดเท้าและพูดคุยกันต่อให้เสร็จเถอะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เหอซานจึงรีบพูดขึ้นมาทันที “นายกเทศมนตรีหลี่ ผู้ช่วยเจียง งั้นฉันขอไปฟังด้วยได้ไหม ? ”
เขาเองก็สนใจเรื่องใหญ่อย่างการปรับโครงสร้างองค์กรของเจียงเจียกรุ๊ปไม่แพ้ไปกว่าหลี่หมิงซานเลย เขาจึงอยากรู้ข่าวโดยเร็วที่สุด และไม่อยากพลาดข่าวนี้ไป
หลี่หมิงซานจึงกล่าวออกมาว่า “ถ้าคุณมีเวลาก็ไปได้ ไม่มีปัญหา”
นี่ไม่ใช่ความลับอะไร ไม่จำเป็นต้องห้ามไม่ให้เหอซานไปฟังด้วย
เหอซานจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้ยินเช่นนี้
ทว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับพูดขึ้นมาว่า “รองนายกเทศมนตรีหลี่ หากว่านัดคุยกันตอนเย็นนี้ ผมคงไม่สะดวก”
หืม ?
หลี่หมิงซานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและรีบถามออกมาว่า “อะไรนะ ? เย็นนี้คุณมีนัดแล้วเหรอ ? ”
ต้องเข้าใจก่อนว่าในแต่ละวันเจียงเสี่ยวไป๋มีเรื่องให้จัดการมากมาย ดังนั้นหลังเลิกงานแล้ว เขาจึงอยากใช้เวลากับครอบครัวมากกว่า
เหอซานเองก็ดูจะผิดหวังเมื่อได้ยินเช่นนี้
แต่เขาก็พอเข้าใจเหตุผลได้
ไม่ต้องพูดถึงว่าเจียงเสี่ยวไป๋ที่ต้องบริหารเจียงเจียกรุ๊ปที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ แม้แต่เขาที่ต้องจัดการแค่สำนักงานการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เขาก็ยังรู้สึกเหนื่อย และยังมีงานอีกมากมายที่รอให้กลับไปจัดการ
เขาจึงคิดกับตัวเองว่าคงทำได้เพียงนัดหมายเวลากันใหม่เท่านั้น
เพราะพวกเขาไม่สามารถไปพรากเวลาส่วนตัวของเจียงเสี่ยวไป๋ได้
เมื่อเทียบกับงานเล็ก ๆ ของเขา กิจการของเจียงเสี่ยวไป๋ถือว่าใหญ่โตกว่าเป็นอย่างมาก
ทว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับโบกมือปฏิเสธและยิ้มออกมา “ไม่ใช่ว่าผมมีนัดที่ไหนหรอกครับ…เย็นนี้ผมต้องกลับบ้านเพื่อไปอยู่กับภรรยาและลูก ๆ ของผม ! ”
เอ่อ… หลี่หมิงซานและเหอซานต่างก็พูดไม่ออกไปตาม ๆ กัน
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าการที่เจียงเสี่ยวไป๋ปฏิเสธพบกันหลังเลิกงานนั้นเป็นเพราะเขามีงานด่วนที่ต้องไปจัดการ แต่ที่แท้กลับกลายเป็นว่าเขาเพียงแค่ต้องการกลับบ้านไปอยู่กับภรรยาและลูก ๆ ของเขาก็เท่านั้น
แล้วแบบนี้พวกเขาจะพูดอะไรได้อีก ?
เหอซานอยากจะพูดอะไรบางอย่างมากกว่านี้ แต่หลี่หมิงซานก็ยกมือขึ้นเพื่อหยุดเขา และพูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ในเมื่อเสี่ยวไป๋ต้องการจะกลับบ้านไปอยู่กับภรรยาและลูก ๆ ของเขา เราก็มากำหนดเวลานัดหมายกันใหม่เถอะ ! ”
เพราะท้ายที่สุดแล้ว เหอซานก็ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับเจียงเสี่ยวไป๋มาก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายจึงไม่รู้อะไร แต่เขารู้มานานแล้วว่าในหัวใจของเจียงเสี่ยวไป๋ โลกทั้งใบไม่ได้ใหญ่เท่ากับภรรยาและลูก ๆ ของเขา
แม้ว่าการปรับโครงสร้างองค์กรของเจียงเจียกรุ๊ปจะถือเป็นเรื่องสำคัญของเจียงเสี่ยวไป๋และเทศบาลเมืองชิงโจว แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การใช้เวลากับภรรยาและลูก ๆ นั้นคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเจียงเสี่ยวไป๋
เพราะที่หนึ่งสำหรับเขาคือครอบครัวเท่านั้น
ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจียงเสี่ยวไป๋ต้องปฏิเสธเรื่องงาน เพื่อที่จะใช้เวลาอยู่กับภรรยาและลูก ๆ ของเขา
และหลี่หมิงซานก็รู้เรื่องนี้ดี
“เอาล่ะ ตามนั้นครับ ! รองนายกเทศมนตรีหลี่ เรามานัดกันอีกวันดีกว่า ! ”
หลังจากฟังคำพูดของหลี่หมิงซานแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้มออกมาและพยักหน้า โดยไม่ได้รู้สึกผิดเลยที่เขาได้ปฏิเสธการนัดพบของหลี่หมิงซานเย็นนี้
ในชีวิตใหม่ของเขา เขาต้องการสร้างอาชีพและประสบความสำเร็จในเป้าหมายของชีวิต แต่เขาก็ต้องการใช้เวลาอยู่กับภรรยาและลูก ๆ ของเขาให้มากขึ้นเพื่อชดเชยความเสียใจและความผิดพลาดเมื่อชาติที่แล้ว
ส่วนเรื่องงานก็แค่ทำในช่วงเวลาทำงาน ถ้าทำไม่เสร็จพรุ่งนี้ก็ค่อยทำต่อก็ได้ ถ้าพรุ่งนี้ทำไม่เสร็จ ก็ค่อยทำต่อวันมะรืนต่อไป และไม่จำเป็นจะต้องทำงานล่วงเวลาตลอด
ซึ่งที่ผ่านมา เขาก็เป็นเช่นนี้เสมอ
หลังออกมาจากร้านอาหารทะเลชิงเจียงแล้ว หลี่หมิงซานและเหอซานก็กลับไปที่สำนักงานเทศบาลเมือง ในขณะที่เจียงเสี่ยวไป๋กลับไปที่สำนักงาน
ไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็มาถึงออฟฟิศแล้ว
“ผู้ช่วยเจียง คุณกลับมาแล้ว ! ” เมื่อหลี่ชิงอีเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้ามา เธอก็รีบลุกขึ้นเพื่อทักทายและพูดว่า “คุณหลี่รอคุณอยู่ที่นี่มาสักพักแล้วค่ะ ! ”
ในสำนักงาน หลี่กวงหรงได้นั่งรอเจียงเสี่ยวไป๋อยู่ที่โซฟานานกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นหลี่กวงหรงในเวลานี้ เขาจึงยิ้มและพูดขอโทษอีกฝ่ายออกมาทันที “ฉันต้องขอโทษจริง ๆ พอดีฉันต้องไปคุยธุระกับรองนายกเทศมนตรีหลี่มา แต่ก็เผลอพูดนานโดยไม่รู้ตัวจนปล่อยให้คุณต้องรอ”
ก่อนที่เขาจะออกจากสำนักงานไป เขาได้จงใจบอกหลี่ชิงอีว่าเขากำลังจะไปที่ไหน ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด เพราะเขารู้ว่าหลี่กวงหรงจะต้องมาหาเขา
แต่ไม่คาดคิดเลยว่าการสนทนากับหลี่หมิงซานเกี่ยวกับเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรของเจียงเจียกรุ๊ปนั้นจะกินเวลานานขนาดนี้ จนลืมไปว่าได้นัดหมายกับหลี่กวงหรงไว้ จนอีกฝ่ายต้องมารอเขาที่สำนักงานนานถึงหนึ่งชั่วโมง