ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1520 หลี่กวงหรงผู้มีพรสวรรค์
ตอนที่ 1520 หลี่กวงหรงผู้มีพรสวรรค์
วันนี้หลี่กวงหรงได้มารายงานต่อเจียงเสี่ยวไป๋ถึงความคืบหน้าในการก่อตั้งบริษัทตัวแทนด้านรถยนต์
เดิมทีเจียงเสี่ยวไป๋เองก็ได้ไม่สนใจเรื่องเหล่านี้
เพราะเจียงเจียกรุ๊ปมีแผนกปฏิบัติการ และแผนกปฏิบัติก็จะรับผิดชอบในเรื่องการปฏิบัติงานเฉพาะด้าน ที่จริงหลี่กวงหรงจะต้องไปสื่อสารกับแผนกปฏิบัติการ
เพียงแต่เจียงเจียกรุ๊ปไม่เคยทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขายยานยนต์ ดังนั้นฝ่ายปฏิบัติการจึงไม่ค่อยคุ้นเคยกับสาขานี้ ซึ่งทางเลือกสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นเจียงเสี่ยวไป๋ที่ต้องเป็นคนให้คำแนะนำเป็นการส่วนตัว
ซึ่งนี่ก็เป็นรูปแบบการพัฒนาพื้นฐานของเจียงเจียกรุ๊ป นั่นก็คือเจียงเสี่ยวไป๋จะเป็นคนให้การสนับสนุนบริษัทหรือโครงการสตาร์ทอัพเกือบทุกแห่งเป็นการส่วนตัวในระยะเวลาหนึ่ง เขาจะไม่ปล่อยมือจนกว่าคนที่รับผิดชอบโครงการนั้นจะสามารถดูแลธุรกิจของสาขาที่ตัวเองรับผิดชอบได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
แม้ว่าในอดีตหลี่กวงหรงจะเคยเป็นเพียงช่างซ่อมรถมาก่อน แต่เขาก็มีพรสวรรค์ในเรื่องเครื่องยนต์ ไม่เช่นนั้นในชีวิตก่อนเขาคงจะไม่ได้กลายมาเป็นหนึ่งในสามผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของประเทศด้วยตัวเองได้
และหลังจากเข้าร่วมกับเจียงเจียกรุ๊ปแล้ว เขาก็ได้ทำตามคำแนะนำของเจียงเสี่ยวไป๋และทำตามขั้นตอนที่จำเป็นทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้เขายังได้เริ่มติดต่อกับผู้ผลิตรถยนต์ต่างประเทศมาแล้วหลายราย
ซึ่งทุกอย่างก็ได้ดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบและมีความก้าวหน้าที่ค่อนข้างรวดเร็ว
“เหล่าหลี่ คุณทำได้ดีมาก ! คุณมาถึงจุดนี้ในเวลาอันสั้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าคุณเหมาะสมกับอุตสาหกรรมนี้จริง ๆ ”
หลังจากฟังรายงานของหลี่กวงหรงแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็กล่าวชื่นชมเขาออกมาและพูดว่า “ยังมีเวลาอีกระยะหนึ่งก่อนถึงตรุษจีน ในระหว่างนี้คุณก็สามารถเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น และพยายามสร้างศูนย์รถแบบครบวงจรนำร่องในเซี่ยงไฮ้และเทียนจิงให้เสร็จสิ้นก่อนปีใหม่นี้”
ถึงแม้เขาจะขอให้หลี่กวงหรงเจรจากับแบรนด์รถยนต์ต่างประเทศเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่าย แต่ในตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกเพียงสามเดือนเท่านั้นก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างศูนย์จัดจำหน่ายและให้บริการรถยนต์แบบครบวงจรในเมืองต่าง ๆ ขึ้นมาให้เสร็จสิ้น และสิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือเลือกเมืองสำคัญสองถึงสามแห่งเพื่อเปิดศูนย์ดังกล่าวขึ้นมาก่อน
เพราะตอนนี้ยังเป็นเพียงปี 1985 ดังนั้นการขายรถยนต์ของต่างประเทศยังเป็นเพียงการให้บริการขายทั่วไปเท่านั้น แต่ยังไม่มีศูนย์จัดจำหน่ายที่เปิดให้บริการอย่างครบวงจรเช่นนี้
ในชีวิตชาติก่อนของเขา ศูนย์จัดจำหน่ายและให้บริการรถยนต์แบบครบวงจรได้รับการกำหนดและส่งเสริมโดยแบรนด์รถยนต์ต่างประเทศ จากนั้นจึงเริ่มแพร่กระจายเข้ามาในประเทศจีน
แต่ชีวิตนี้ สถานการณ์ของมันจะแตกต่างออกไป เพราะเจียงเสี่ยวไป๋ได้ใช้โอกาสที่เขากลับมาเกิดใหม่นี้ สร้างรูปแบบและมาตรฐานสำหรับศูนย์จัดจำหน่ายและให้บริการรถยนต์แบบครบวงจรขึ้นมา ก่อนที่คนอื่นจะเสนอมันออกมา
ถึงจะเป็นความคิดของคนอื่น แต่เมื่อในชาตินี้เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาคนแรก มันก็ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และเรื่องนี้ไม่มีอะไรผิด
เหตุผลที่เขามั่นใจอย่างยิ่งว่าหลี่กวงหรงจะสามารถเจรจาข้อตกลงตัวแทนระดับชาติกับแบรนด์รถยนต์ต่างประเทศเหล่านั้นได้ ก็เนื่องมาจากแผนการขายศูนย์จัดจำหน่ายและให้บริการรถยนต์แบบครบวงจรนี้
ซึ่งบริษัทรถยนต์ของต่างประเทศก็ไม่ได้โง่เช่นกัน ทันทีที่พวกเขาเห็นรูปแบบนี้ พวกเขาจะต้องรู้อย่างแน่นอนว่าสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มภาพลักษณ์และยกระดับแบรนด์รถยนต์ของพวกเขาขึ้นมาได้ นอกจากนี้มันยังสามารถสร้างพื้นที่ทางการตลาดได้มากขึ้นอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาก็จะต้องจับตาดูเค้กชิ้นใหญ่อย่างตลาดรถยนต์จีนมานานแล้ว แต่เนื่องจากเหตุผลบางประการ จึงมีบางสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ
แต่เมื่อเจียงเจียกรุ๊ปได้ออกมาโปรโมตในอนาคต แบรนด์รถยนต์ต่างประเทศเหล่านั้นก็เต็มใจเช่นกัน
เหมือนกัยสำนวนที่ว่า ฟืนแห้งทำให้ไฟแรง 1
หลี่กวงหรงพยักหน้าและกล่าวว่า “ฉันได้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว และไม่มีปัญหาอะไรที่เราจะก่อตั้งศูนย์จัดจำหน่ายและให้บริการรถยนต์แบบครบวงจรขึ้นมาในเซี่ยงไฮ้และเทียนจิงเป็นอันดับแรก”
ทั้งสองเมืองนี้ หนึ่งคือศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศจีน และอีกแห่งเป็นเขตการปกครองพิเศษของประเทศ ซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้
แม้ว่าตอนนี้เมืองชิงโจวจะมีเจียงเจียกรุ๊ปเป็นยักษ์ใหญ่แล้ว แต่การเจริญรุ่งเรืองของบริษัทแค่บริษัทเดียวก็ไม่สามารถเทียบได้กับความเจริญรุ่งเรืองของทั้งเมือง
เพราะความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจโดยรวมของเมืองชิงโจวในตอนนี้ไม่สามารถตามทันเซี่ยงไฮ้และเทียนจิงได้เลย
นี่คือเหตุผลที่เจียงเสี่ยวไป๋เลือกที่จะเปิดศูนย์จัดจำหน่ายและให้บริการรถยนต์แบบครบวงจรขึ้นครั้งแรกในเซี่ยงไฮ้และเทียนจิง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่หลี่กวงหรงพูดจบ เขาก็หยุดไปชั่วครู่และมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ “แต่ฉันคิดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอีกเมืองหนึ่ง”
“หือ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย และพูดด้วยความสนใจ “ไหนลองบอกฉันมาหน่อยสิ”
หลี่กวงหรงจึงกล่าวว่า “ฉันคิดว่าในเมืองชิงโจวก็สามารถเปิดศูนย์จัดจำหน่ายและให้บริการรถยนต์แบบครบวงจรได้เช่นกัน”
จากนั้น เขาก็บอกเหตุผลกับเจียงเสี่ยวไป๋
ซึ่งเหตุผลนั้นก็เรียบง่ายมาก ในฐานะที่เมืองชิงโจวมีบริษัทขนาดใหญ่อย่างเจียงเจียกรุ๊ปตั้งอยู่ และแม้ว่าขนาดเศรษฐกิจโดยรวมของเมืองชิงโจวจะไม่เติบโตเท่ากับเซี่ยงไฮ้และเทียนจิง แต่พนักงานของเจียงเจียกรุ๊ปหลายหมื่นคนก็มีรายได้ที่สูง ซึ่งอาจมีรายได้มากกว่าประชากรของเมืองเซี่ยงไฮ้และเทียนจิงด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ เมื่อเขาได้เข้าร่วมกับเจียงเจียกรุ๊ป เขาก็พอจะรู้รายละเอียดภายในมากขึ้น จึงเสนอมาว่า “เนื่องจากเจียงเจียกรุ๊ปสามารถจ่ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงานภายใน และให้สินเชื่อผ่อนชำระแก่ผู้ที่ซื้อบ้าน หากว่าให้สินเชื่อนี้แก่ผู้ที่ซื้อรถด้วยจะได้หรือไม่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินคำพูดของหลี่กวงหรง
ในเมื่อมีสินเชื่อบ้านแล้ว ก็ต้องมีสินเชื่อรถยนต์
และในรุ่นหลัง ๆ จำนวนของสินเชื่อรถยนต์ก็ไม่น้อยไปกว่าสินเชื่อบ้านมากนัก
แต่เขาไม่ได้บอกหลี่กวงหรงมาก่อนว่าเขาก็จะออกสินเชื่อรถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อด้วยเช่นกัน
เมื่อมองดูดวงตาของหลี่กวงหรง เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ่งตกตะลึงกับชายคนนี้มากขึ้น
ใช่ สมควรแล้วที่เขาจะกลายมาเป็นคนที่สามารถเป็นนักธุรกิจเพียงคนเดียวในชีวิตที่แล้ว เพราะเขามีสัมผัสที่เฉียบแหลมซึ่งไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับคนทั่วไป
เป็นคนมีพรสวรรค์ในด้านธุรกิจจริง ๆ
แต่ในชีวิตที่แล้ว เขาไม่มีความคิดที่จะร่วมมือกับหลี่กวงหรงในการทำธุรกิจ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันถูกต้องแล้วที่จะร่วมมือกับหลี่กวงหรง
“ฮ่าฮ่าฮ่า……” เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมาอย่างเต็มที่ พลางตบไหล่หลี่กวงหรงแล้วพูดว่า “อย่างที่คาดไว้จริง ๆ นะเหล่าหลี่ คุณมีความคิดที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ! สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะในด้านธุรกิจ ! ”
ที่ผ่านมา เขาไม่เคยบอกใครว่าเขาได้วางแผนที่จะทำเช่นนี้มาก่อน
แต่ในเมื่อหลี่กวงหรงเสนอ ก็ให้ถือเสียว่าหลี่กวงหรงเป็นคนคิดค้นแผนนี้ขึ้นมาก็แล้วกัน
เพราะสิ่งนี้จะไปกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของหลี่กวงหรงได้ดีขึ้น
ผู้คนไม่ว่าพวกเขาจะมีความสามารถแค่ไหนหรือประสบความสำเร็จแค่ไหนก็ยังต้องการกำลังใจอยู่เสมอ ยิ่งมีแรงจูงใจมากเท่าไหร่ ศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ก็จะยิ่งถูกกระตุ้นมากขึ้นเท่านั้น
แน่นอนว่าหลี่กวงหรงก็เริ่มตื่นเต้นเช่นกันเมื่อเขาได้ยินว่าเจียงเสี่ยวไป๋อนุมัติ
เขาเป็นคนที่ต้องได้รับการยืนยันในใจ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่กระตือรือร้นที่จะปรากฏตัวในหนังสือพิมพ์และทีวีมากเช่นนั้นในชีวิตที่แล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋มั่นใจมากว่าเขาจะต้องเป็นอัจฉริยะ แล้วเขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร ?
หลี่กวงหรงมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และรู้สึกว่าชายคนนี้ค่อนข้างที่จะตามใจเขามากเกินไปแล้ว แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ผู้ช่วยเจียง คุณคิดว่าจะทำสิ่งนี้ได้จริง ๆ เหรอ ? ”
“แน่นอน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ยืนยันอีกครั้ง และแสร้งทำเป็นตื่นเต้นว่า “วิธีแก้ปัญหาที่คุณคิดค้นขึ้นมานี้จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับรถยนต์ได้หลายเท่าอย่างแน่นอน ในอนาคตคุณจะเป็นผู้มีส่วนร่วมอันดับหนึ่งต่อความสำเร็จในการขายสินเชื่อรถยนต์นี้อย่างแน่นอน ! ”
เนื่องจากหลี่กวงหรงชอบคำชม เจียงสี่ยวไป๋จึงสรรเสริญอีกฝ่ายโดยไม่ลังเลใจ มันก็คือทำไปตามความชอบของอีกฝ่ายนั่นเอง
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลี่กวงหรงก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่ใบหน้าของเขาก็ดูเขินอายเล็กน้อย จากนั้นเขาก็พูดประชดออกมาว่า “ฉันคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้จากสินเชื่อบ้าน มันไม่ใช่พรสวรรค์อะไรหรอก……”
1 ฟืนแห้งทำให้ไฟแรง หมายถึง เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำได้ดี ก็ย่อมมีแรงกระตุ้นอยากให้ตนเองมีส่วนร่วมด้วย