ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1523 ดูเหมือนจะมีแสงสว่างรออยู่ที่ปลายทางที่เธอกำลังเดินไป
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1523 ดูเหมือนจะมีแสงสว่างรออยู่ที่ปลายทางที่เธอกำลังเดินไป
ตอนที่ 1523 ดูเหมือนจะมีแสงสว่างรออยู่ที่ปลายทางที่เธอกำลังเดินไป
หลังจากที่เขียนรายการแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็วางมันลงในลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขาและไม่ได้มอบให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยทันที
เขารู้ดีว่าทันทีที่รายชื่ออยู่ในมือของเมิ่งเสี่ยวเป่ย เธอก็จะเริ่มวางแผนทันที
แม้ว่าเขาจะเขียนโครงสร้างของแผนบางส่วนลงไปในรายการนี้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นโครงร่างของแผน แต่ก็ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อให้แผนการออกมาสมบูรณ์ที่สุด และด้วยนิสัยของเมิ่งเสี่ยวเป่ย เธอจะทนไม่ทำงานได้อย่างไรหลังจากที่ได้รับรายชื่อบริษัทไปแล้ว ?
“ให้เธอพักอีกหน่อยก็แล้วกัน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พึมพำกับตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เขายังรู้ด้วยว่าสิ่งนี้จะคงอยู่ไปได้ไม่นานและอย่างมากที่สุดก็แค่ชะลอเวลาไปถึงพรุ่งนี้ก็เท่านั้น เพราะแม้ว่าเขาจะไม่ส่งรายชื่อไป แต่เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็จะเข้ามาเร่งเขาเอง
ที่จริงแล้วมันก็เป็นไปตามที่เขาคาดหวังไว้จริง ๆ
พอถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่เจียงเสี่ยวไป๋จะมาถึงสำนักงานและยังไม่ทันได้นั่งลง เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ได้มาหาเขาแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมอบรายการที่เตรียมไว้ให้กับเธอ
เมื่อเมิ่งเสี่ยวเป่ยได้รับรายชื่อและตรวจดูอย่างรวดเร็วแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง มีชื่อมากถึง 36 ชื่อในรายการ ซึ่งทั้งหมดก็ลงท้ายด้วยคำว่า ‘ชิงโจว’
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชิงโจว , บริษัทก่อสร้างชิงโจว, บริษัทวิศวกรรมโครงสร้างพื้นฐานชิงโจว, บริษัทจัดเลี้ยงชิงโจว, บริษัทร้านอาหารชิงโจว, บริษัทสุราชิงโจว, บริษัทผลไม้ชิงโจว…
นอกเหนือจากโมเดลธุรกิจดั้งเดิมเหล่านี้แล้ว ยังมีบริษัทพัฒนาเกมชิงโจว, บริษัทซอฟต์แวร์อัจฉริยะชิงโจว, บริษัทเมดิคอลกรุ๊ปชิงโจว, บริษัทโครงข่ายไฟฟ้าชิงโจว, บริษัทการค้าออนไลน์ชิงโจว, บริษัทไฮเทคกรุ๊ปชิงโจว, บริษัทรักษาความปลอดภัยชิงโจว, บริษัทบริการทางการเงินชิงโจว, บริษัทข้อมูลขนาดใหญ่ชิงโจว, บริษัทเยว่เหวินกรุ๊ปชิงโจว ในบริษัทอื่น ๆ อีกมากมายที่ลงท้ายด้วยคำว่า ‘ชิงโจว’
เมื่อวานเจียงเสี่ยวไป๋ได้พูดถึงบริษัทเหล่านี้ให้เธอฟังหลายบริษัท แต่บางบริษัทเธอก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน
และหากว่ามีแค่ชื่อของบริษัท เธอก็คงไม่รู้จะวางแผนอย่างไรเหมือนกัน
โชคดีที่รายชื่อที่เจียงเสี่ยวไป๋ให้มา มีการบอกรายละเอียดของบริษัทใหม่เหล่านั้นโดยย่อ ดังนั้นเธอจึงมีแนวทางในการวางแผน
ในเวลานี้ เธอไม่ได้ถามอะไรมากนัก เพราะเธอได้ลองทำความเข้าใจกับโมเดลธุรกิจดูบ้างแล้ว แต่เธอก็ต้องแปลกใจและอดไม่ได้ที่จะถามออกมาว่า “ผู้ช่วยเจียง ทำไมชื่อทั้งหมดถึงลงท้ายด้วย ‘ชิงโจว’ ล่ะคะ ? ”
ไม่เอาคำว่า ‘เจียงเจีย’ ลงท้ายอย่างนั้นเหรอ ?
แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่เธอถามอยู่ในใจ
เพราะเธอคิดว่าบริษัทที่แยกออกไป ควรจะลงท้ายด้วยคำว่า ‘เจียงเจีย’ มากกว่า
ท้ายที่สุดแล้ว บริษัทเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของเจียงเจียกรุ๊ปมาเป็นเวลานานแล้ว และชื่อของเจียงเจียกรุ๊ปนั้นก็ได้มาจากคำในชื่อของเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอิน ซึ่งเธอคิดว่ามีความหมายสำหรับเจียงเสี่ยวไป๋มากกว่า
แต่เธอไม่คาดคิดว่าชื่อของบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่มากกว่า 36 บริษัท จะไม่มีคำว่า ‘เจียงเจีย’ อยู่เลย แต่กลับลงท้ายด้วยคำว่า ‘ชิงโจว’ แทน
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้มและพูดว่า “เพราะผมต้องการสร้างแบรนด์ของชิงโจวขึ้นมา ! ”
แนวคิดของ ‘แบรนด์ชิงโจว’ ได้รับการวางแผนไว้ในใจของเขามานานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงความคิดภายในใจของเขาออกมาให้ผู้อื่นได้รับรู้
“แบรนด์ชิงโจว ? ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยสับสนและมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ เธอไม่สามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า ‘แบรนด์ชิงโจว’ ได้ว่าคืออะไร เธอรู้สึกว่ามันไม่ชัดเจนมากนัก ดังนั้นเธอจึงถามออกมาว่า “เอ่อ…มันหมายถึงอะไรเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวว่า “พูดง่าย ๆ ก็คือ ผมตั้งใจจะทำให้ชิงโจวกลายเป็นเมืองใหญ่ระดับหนึ่งเหมือนเทียนจิง เซี่ยงไฮ้ และกวางตุ้งให้ได้ในอนาคต เพราะในตอนนี้ชิงโจวเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากกว่าเมืองเจียงเฉิงซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลไปแล้ว ! ”
โอ้…
ประโยคนี้ทำให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยแทบพูดอะไรไม่ออกเลย !
เธอรู้มาโดยตลอดว่าเจียงเสี่ยวไป๋มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ แต่เธอก็ไม่คาดคิดว่าความทะเยอทะยานของเขาจะยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
ในความเป็นจริง จนถึงขณะนี้ แม้ว่าเมืองชิงโจวจะมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจที่รวดเร็ว แต่ก็ยังเป็นเพียงเมืองห่างไกลในมณฑลจีนตอนกลางของจีน เพราะยังเป็นเพียงเมืองระดับสี่ถึงห้าของประเทศเท่านั้น แม้แต่ระดับสองถึงสามก็เป็นไม่ได้ นับประสาอะไรกับเมืองระดับหนึ่ง
และในประเทศก็มีเพียงสามหรือสี่เมืองเท่านั้นที่สามารถขึ้นมาเป็นเมืองระดับหนึ่งได้
ในการสร้างเมืองระดับสี่และห้าให้กลายเป็นเมืองระดับหนึ่งได้นั้น จะต้องรวมกี่เมืองเข้าด้วยกันถึงจะได้ ?
เมิ่งเสี่ยวเป่ยไม่มีสถิติเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับจำนวนเมืองที่มีอยู่ในประเทศจีน แต่รู้แค่ว่ามีมากกว่าสามสิบมณฑลและเมืองระดับจังหวัดอีกหลายร้อยเมือง
ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ธุรกิจของเจียงเจียกรุ๊ปก็ครอบคลุมเมืองส่วนใหญ่ทั่วประเทศ และเมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ยังคงเข้าใจเรื่องนี้อย่างคร่าว ๆ
หากชิงโจวต้องการก้าวข้ามเมืองต่าง ๆ มากมายเพื่อขึ้นมาเป็นเมืองระดับหนึ่ง การขยายตัวของเมืองชิงโจวจะต้องยิ่งใหญ่มาก
และหากเมืองต้องการพัฒนาเป็นเมืองชั้นหนึ่ง ก็ไม่ใช่แค่การขยายตัวของเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยกระดับมาตรฐานในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม และการครองชีพของประชากร
และสิ่งนี้ก็อยู่เหนือการควบคุมของนักธุรกิจอย่างเจียงเสี่ยวไป๋ที่จะทำได้
และการที่เจียงเสี่ยวไป๋ต้องสร้างเมืองขึ้นมาเพียงลำพัง มันจะเป็นไปได้อย่างนั้นหรือ ?
เมิ่งเสี่ยวเป่ยไม่สามารถจินตนาการได้เลย
แต่ในใจเธอกลับรู้สึกอย่างคลุมเครือว่ามันน่าจะเป็นไปได้
เพราะขณะนี้ชิงโจวกำลังสร้างนิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงขึ้นมาถึง 4 แห่งอย่างจริงจัง พื้นที่เมืองกำลังขยายออกไปใน 4 ทิศทาง อีกทั้งทางรถไฟและทางหลวงก็อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนเรื่องการเปิดสนามบินแห่งใหม่ก็อยู่ในขั้นตอนวางแผนเช่นกัน
ปัจจุบันยังไม่มีถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ในประเทศ
แต่หลังจากที่สร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงเจียงเสร็จแล้ว ทางรถไฟและสนามบินก็คงจะเสร็จไล่เลี่ยกัน และแม้ว่าในตอนนั้นชิงโจวจะยังเป็นเมืองที่ห่างไกล แต่การคมนาคมก็จะสะดวกมากขึ้นอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น การที่เมืองชิงโจวถูกเรียกว่าเป็นเมืองที่ห่างไกลนั้น ก็มีไว้เรียกแค่ในจีนตอนกลางเท่านั้น
หากทำให้ชิงโจวกลายมาเป็นศูนย์กลางของจีน แค่นั้นก็สิ้นเรื่อง
ไม่น่าแปลกใจเลยทั้งที่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงเจียงยังไม่แล้วเสร็จอย่างเต็มรูปแบบ แต่ก็มีการวางแผนที่จะสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จากชิงโจวไปยังอู๋ตู รวมถึงถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จากชิงโจวไปยังเจี้ยนหยาง และก็ยังมีถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จากชิงโจวไปยังถู่เฉิงที่กำลังจะเริ่มการก่อสร้างขึ้น
โดยที่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงเจียงและถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงอู๋วิ่งจากตะวันออกไปยังตะวันตก เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรของชิงโจวจากทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ส่วนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงเจี้ยนและถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงถู่จะเชื่อมต่อทางเหนือและทางใต้ หากทั้งสองทางขยายออกไป ก็จะเป็นถนนสายสำคัญในการเชื่อมต่อทางเหนือและใต้ของชิงโจว
และเมื่อประกอบกับทางรถไฟจากหวงโจวไปยังอู๋ตูแล้ว เมืองชิงโจวก็จะกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาคจีนตอนกลางอย่างแท้จริง
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็สูดลมหายใจอีกครั้ง และอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋
ผู้ชายคนนี้ได้วางแผนมานานแล้ว !
เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างขมขื่นในใจ คนเรามีสายตาและแนวคิดที่แตกต่างกันออกไป คนบางคนไม่ว่าจะมองไปรอบ ๆ อย่างไร ก็สามารถเห็นแต่สถานที่ภายในโครงสร้างของตนเองเท่านั้น ในขณะที่สายตาของบางคนก็มองเห็นไปไกลมาก ไกลเกินกว่าจุดบอดในการรับรู้ของคนส่วนใหญ่ หรือแม้แต่จุดบอดในความคิดของพวกเขาด้วยซ้ำ
เธอคิดมาโดยตลอดว่าเธอได้เติบโตไปสู่ระดับสูงร่วมกับเจียงเสี่ยวไป๋ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเธอก็เชื่อว่าเธอสามารถยืนเคียงข้างเขาได้ แต่ในเวลานี้เธอรู้สึกว่าอย่าพูดถึงอยู่อยู่เคียงข้างเขาเลย แม้ว่าเธออยากจะตามเขาให้ทัน แต่เธอก็ทำไม่ได้
ไม่อย่างนั้นคงจะมองเห็นหลังของเขาได้ไม่นาน
ช่องว่างนี้ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังในตัวเองเป็นอย่างมาก แต่ไม่นานเธอก็กลับมามีความมุ่งมั่นอีกครั้ง
หากคุณสามารถติดตามคนเหล่านี้ได้ ก็จะมีโอกาสเติบโตมากมาย ! เธอค้นพบทิศทางใหม่และมองเห็นโลกที่กว้างขึ้น และดูเหมือนว่าจะมีแสงสว่างรออยู่ที่ปลายทางที่เธอกำลังเดินไป