ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 801 ลำบากใจเล็กน้อย
ตอนที่ 801 ลำบากใจเล็กน้อย
หม่าซู่ได้เตรียมสัญญาไว้แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋แค่ลงนามเท่านั้น
มันใช้เวลาไม่นาน
หม่าซู่กล่าวว่า “พลเอกเจียง คุณช่วยไปนำทหารมาขับรถ 30 คันพวกนี้ไปยังที่ที่เสี่ยวเจียงบอกด้วย”
“ไม่มีปัญหา” เจียงไคโจวตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “งั้นพวกคุณทั้งสองรอฉันก่อน ฉันไปสั่งงานพวกเขาแล้วจะรีบกลับมาทันที”
หลังจากนั้น เขาก็ออกจากห้องทำงานไป
ไม่นาน เจียงไคโจวก็กลับมาและพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ก็มาหาฉันเพื่อรับกุญแจรถได้เลย”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างสุภาพ “ขอบคุณครับ ต้องรบกวนท่านผู้นำด้วย ! ”
เจียงไคโจวยิ้มและพูดว่า “ฉันเป็นผู้นำที่ไหนกัน ? ฉันเป็นแค่ทหารหัวโต ถ้าผู้ช่วยเจียงคิดว่ามันทำให้ฉันลำบากล่ะก็ คราวหน้าก็ชวนฉันไปดื่มก็ได้ แต่ขอบอกก่อนนะว่าไม่เมาไม่กลับ”
เอาอีกแล้ว !
เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดว่า “งั้นผมจะนัดเพื่อนสองสามคนไว้เป็นเพื่อนดื่มกับคุณสักวัน ! ”
หม่าซู่กล่าวว่า “ไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้ไปรับภรรยาและลูกของคุณแล้วไปที่ถนนคนเดินที่คุณพูดถึงเถอะ ! ”
พวกเขาทั้งสามออกจากกองบัญชาการทหารด้วยกัน เจียงเสี่ยวไป๋ขับรถตรงไปที่สปาบนถนนเหมี่ยววานทันที
รถจี๊ปจอดอยู่ด้านหลังร้าน จากนั้นทั้งสามคนก็ลงจากรถ
หม่าซู่มองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวเจียง นี่คือกิจการโรงน้ำชาของคุณหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “พี่หม่าช่างมีสายตาเฉียบแหลมจริง ๆ ที่นี่มีห้องน้ำชาอยู่สองสามห้อง”
หม่าซูตกใจแล้วถามออกมาว่า “มีห้องน้ำชาอยู่สองสามห้อง นั่นหมายความว่ายังมีบริการอื่นด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “นี่คือร้านที่เราเอาไว้ต้อนรับแขกของเจียงเจียกรุ๊ป นอกจากมีห้องดื่มน้ำชาแล้ว คุณยังสามารถนวดเท้า และมีอาหารเมนูง่าย ๆ บริการลูกค้าอีกด้วย”
“นวดเท้างั้นเหรอ ? ”
หม่าซู่และเจียงไคโจวมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ ราวกับว่าพวกเขาเพิ่งเคยได้ยินเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก พวกเขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าการนวดเท้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของการต้อนรับได้อย่างไร
หม่าซู่ยิ้มและพูดว่า “การต้อนรับที่เจียงเจียกรุ๊ปมอบให้แขกช่างมีเอกลักษณ์จริง ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หลังจากที่เราไปตลาดมาแล้ว พี่หม่าและพี่เจียงสามารถมาสัมผัสกับประสบการณ์ของมันได้”
หม่าซู่กล่าวว่า “เอาล่ะ ฉันไม่เคยนวดเท้ามาก่อนเลย มาลองดูกัน”
เจียงไคโจวยังกล่าวอีกว่า “มันฟังดูแปลกดี งั้นฉันขอลองด้วย”
ทั้งสามคนเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับหัวเราะออกมา
“กลิ่นหอมมาก ! ”
“เมนูอะไรเหรอ ? กลิ่นของมันหอมมาก อร่อยไหม ? ”
ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในประตู หม่าซู่และเจียงไคโจวก็สูดจมูกและพูดออกมาพร้อมกัน
หลังจากเดินต่อไปอีกสองสามก้าว พวกเขาเห็นผู้หญิงสองคนและเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ นั่งรับประทานอาหารอยู่รอบโต๊ะ และนั่นคือที่มาของกลิ่นหอม
“ป่าป๊า กลับมาแล้วเหรอคะ ! ”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่นเข้ามา เจียงชานก็ทักทายและหันไปพูดกับหม่าซู่และเจียงไคโจวด้วยเสียงที่เจื้อยแจ้ว “สวัสดีค่ะคุณลุง ! ”
หม่าซู่ยิ้ม “สวัสดีสาวน้อย หนูกำลังกินอะไรอยู่ ? ”
เจียงชานกล่าวว่า “ข้าวอบหม้อดินค่ะ ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็มองหม่าซู่ด้วยดวงตากลมโตแล้วถามว่า “คุณลุงมาจากเทียนจิงเหรอคะ ? ”
หม่าซูเหลือบมองเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความประหลาดใจ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “หนูรู้ได้อย่างไร ? ”
เจียงชานยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าหนูเดาถูก สำเนียงของคุณลุงเป็นสำเนียงเทียนจิง หนูเคยไปเทียนจิง และได้ยินคนจากเทียนจิงพูดกันแบบนี้”
หม่าซู่หัวเราะออกมาเสียงดัง “สาวน้อย หนูฉลาดมาก หนูชื่ออะไรเหรอ ? ”
“หนูชื่อเจียงชาน หรือเรียกหนูว่าชานชานก็ได้ค่ะ ! ” เจียงชานแนะนำตัวเองออกมา
ในเวลานี้ หลินเจียอินและเฉินซินต่างก็หยุดกินและลุกขึ้นยืน
หลินเจียอินก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าคุณจะพาแขกมาด้วย เห็นคุณยังไม่กลับมา และมันก็เย็นแล้ว เราทานทานข้าวกันก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและแนะนำหม่าซู่และเจียงไคโจว “นี่คือหลินเจียอิน ภรรยาของผมครับ”
หลังจากนั้น เขาก็แนะนำหม่าซู่และเจียงไคโจวให้หลินเจียอินรู้จัก
อย่างไรก็ตาม ตอนที่แนะนำหม่าซู่ เขาเพียงบอกเธอว่าเขาคือพี่หม่าที่มาจากเทียนจิง และไม่ได้กล่าวถึงหน่วยงานหรือตำแหน่งของหม่าซู่ออกมาเลย
หม่าซู่ยิ้มและพูดว่า “ฉันได้ยินชื่อประธานหลินมานานแล้ว ยินดีที่ได้รู้จัก ! ”
เจียงไคโจวก็ได้พบกับหลินเจียอินด้วย แต่เขาไม่ได้พูดอะไรมากนัก เพียงแต่แลกเปลี่ยนคำทักทายกันเล็กน้อยเท่านั้น
หลินเจียอินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “คุณอยากจะนวดเท้าก่อนหรือทานข้าวอบหม้อดินก่อนดี ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เดิมทีผมตั้งใจจะมารับคุณและชานชานไปที่ถนนคนเดินด้วยกัน ในเมื่อคุณทานข้าวแล้ว คุณก็กินต่อเถอะ ผมจะพาพี่หม่าและพี่เจียงไปทานของว่าง”
จู่ ๆ หม่าซู่ก็ถามขึ้นมาว่า “ถนนสายนี้เป็นถนนเส้นเดียวกับถนนคนเดินที่มีของว่างขายหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
หม่าซู่จึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่ามันเปิดถึงดึกน่ะสิ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ตลาดแห่งนี้จะเปิดให้บริการจนถึงตีสอง ! ”
หม่าซู่หัวเราะแล้วพูดว่า “งั้นก็ยังไม่ต้องรีบไป เราทานข้าวอบหม้อดินที่ร้านของคุณก่อน ส่วนไปทานอาหารว่างค่อยไปตอนค่ำก็ได้”
เจียงไคโจวยังกล่าวอีกว่า “ข้าวอบหม้อดินของที่นี่มีกลิ่นหอมมาก ฉันก็อยากลองชิมเหมือนกัน”
เมื่อเห็นทั้งสองคนพูดแบบนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตกลง
“เอาล่ะ งั้นคุณสองคนทานข้าวอบหม้อดินที่นี่ก่อน จากนั้นก็ไปนวดเท้ารอสักพัก และพักผ่อนสักพัก ถ้าท้องว่างแล้ว เราจะไปถนนคนเดินกัน”
“ตกลง ตกลง ! ” หม่าซู่พยักหน้าอย่างมีความสุข “งั้นก็เอาตามนี้”
เฉินซินเคลียร์โต๊ะ ก่อนจะเชิญหม่าซู่และเจียงไคโจวนั่งลงที่โต๊ะหลุมไฟ
หม่าซู่เห็นหลินเจียอินและเจียงชานยกหม้อดินขึ้นมา เห็นได้ชัดว่ากำลังจะเอาไปทานที่อื่น เขาจึงรีบพูดว่า “ไม่ต้องไปกินที่ไหนหรอก กินด้วยกันที่นี่แหละ”
เจียงไคโจวยังกล่าวอีกว่า “ใช่ พวกเราเองที่รบกวนมื้ออาหารของคุณ เชิญนั่งทานข้าวกันตามสบายเถอะ ! ”
“งั้นต้องขออภัยด้วยนะคะ ! ”
หลินเจียอินพูดแล้วนั่งลงพร้อมกับเจียงชานอีกครั้ง
เฉินซินไปจัดเตรียมอาหารให้หม่าซู่และเจียงไคโจวก่อน จากนั้นจึงกลับมานั่งรับประทานอาหารของตัวเอง
หม่าซู่นั่งอยู่ที่โต๊ะหลุมไฟสักพัก มันทำให้ร่างกายของเขาผ่อนคลายลง จนเขาอดที่จะประหลาดใจไม่ได้
เจียงไคโจวไม่แปลกใจเลย เทศบาลเมืองได้จัดซื้อโต๊ะหลุมไฟส่งไปยังสำนักงานต่าง ๆ ภายใต้สังกัด ในฐานะผู้นำของกองบัญชาการทหาร เขาเป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรกที่ได้ใช้โต๊ะหลุมไฟเหล่านี้ และเขาก็คุ้นเคยกับมันแล้ว
เมื่อเห็นความประหลาดใจของหม่าซู่ เขาก็แนะนำให้รู้จักแล้วพูดว่า “ตอนนี้สำนักงานเกือบทุกแห่งในเมืองชิงโจวจะมีโต๊ะหลุมไฟนี้อยู่”
หม่าซู่พยักหน้า “นี่คือโต๊ะหลุมไฟสินะ ฉันเห็นมันในห้องทำงานของนายกเทศมนตรีจางแล้ว แต่เพราะมัวคุยเรื่องงาน จึงไม่ได้ถามอะไรเลย”
หลังจากพูดจบ เขาก็ถอนหายใจ “มันถือว่าเป็นของใช้ที่คุ้มค่าจริง ๆ ! ”
เจียงไคโจวกล่าวว่า “ใช่ เมื่อก่อนตอนที่ฤดูหนาวมาถึง เวลานั่งอยู่ในสำนักงาน เราทำได้เพียงเขย่าเท้าแก้หนาวเท่านั้น แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว เราทำงานเสร็จได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวความหนาวอีก”
หม่าซู่คิดอยู่ครู่หนึ่งหลังจากได้ยินแบบนี้ แล้วก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “เสี่ยวเจียง ฉันจะซื้อโต๊ะหลุมไฟนี้ได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “โต๊ะหลุมไฟมีหลายรุ่น แต่รุ่นที่อยู่ตรงหน้าคุณนี้ ในชิงโจวขายในราคาตัวละ 35 หยวน ส่วนในเจียงเฉิงขายในราคาตัวละ 40 หยวน”
หม่าซู่พยักหน้า ท้ายที่สุดแล้วก็มีค่าขนส่งจากชิงโจวไปยังเมืองอื่น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่ราคาของมันจะสูงกว่าในท้องที่ที่ผลิต
“งั้นคุณก็เตรียมสินค้าให้ฉันสักหนึ่งพันตัว แล้วฉันจะจัดการเรื่องการขนส่งเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็มีสีหน้าลำบากใจ
หม่าซู่เห็นอย่างนั้นจึงถามขึ้นมาว่า “ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น “พี่หม่า โรงงานโต๊ะหลุมไฟเพิ่งก่อตั้งขึ้นในปีนี้ ตอนนี้มันคือสินค้าที่เป็นที่ต้องการสูงในตลาด ทางเราก็ผลิตได้จำกัด มันยากมากที่จะเตรียมสินค้าให้คุณหนึ่งพันชิ้นในคราวเดียว ! ”