ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 802 ทัศนคติที่ผู้นำควรมี
ตอนที่ 802 ทัศนคติที่ผู้นำควรมี
ขณะที่หม่าซู่กำลังจะพูด ก็มีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา
จากนั้น เสียงของนายกเทศมนตรีจางก็ดังขึ้น “ฉันว่าแล้วว่าพวกคุณต้องอยู่ที่นี่”
หลายคนยืนขึ้นเพื่อทักทายเขา
หม่าซู่ยิ้มแล้วพูดว่า “นายกเทศมนตรีจาง คุณมาที่นี่ได้อย่างไร ? ”
นายกเทศมนตรีจางกล่าวว่า “ฉันเดาว่าเสี่ยวเจียงจะต้องพาคุณมาที่นี่ พอค่ำก็อาจพาไปถนนคนเดินต่อ ฉันก็เลยลองมาดูที่นี่”
เขามองไปที่เจียงไคโจวและพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่ฉันไม่คิดว่านายพลเจียงก็จะอยู่ที่นี่ด้วย”
เจียงไคโจวกล่าวว่า “เราเพิ่งมาพบกันตอนเย็น”
นายกเทศมนตรีจางพยักหน้า เขารู้การมาของทหารชุดนี้ ซึ่งพวกเขาอาจจะมารวมตัวกันหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการส่งมอบยานพาหนะ
หม่าซู่ยิ้มแล้วพูดว่า “ตอนแรกเราวางแผนจะไปถนนคนเดินทันที แต่ตอนนี้เราเปลี่ยนแผน เพราะจะทานข้าวอบหม้อดินที่นี่ก่อน แล้วค่อยไปทานของว่างทีหลัง”
นายกเทศมนตรีจางยิ้มแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ข้าวอบหม้อดินที่นี่ก็อร่อยดี ฉันเอาด้วย หลังจากทานเสร็จฉันขอแนะนำให้นวดเท้า หลังจากที่ท้องโล่งบ้างแล้ว เราค่อยไปตลาดกัน”
พวกเขานั่งลงอีกครั้ง
เฉินซินไม่ได้อยู่ที่นี่ และไม่มีพนักงานเสิร์ฟที่นี่ด้วย ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงไปสั่งข้าวอบหม้อดินให้นายกเทศมนตรีจาง
นายกเทศมนตรีจางยื่นให้บุหรี่หม่าซู่และเจียงไคโจว แล้วถามว่า “ตอนที่ฉันมาที่นี่ พวกคุณกำลังคุยอะไรกัน ? ดูเหมือนว่ากำลังจะพูดถึงโต๊ะหลุมไฟกันอยู่ใช่ไหม”
หม่าซู่กล่าวว่า “ใช่ ฉันขอให้เสี่ยวเจียงเตรียมโต๊ะหลุมไฟจำนวนหนึ่งพันตัวให้ แต่เขาบอกว่าเตรียมให้เยอะขนาดนั้นไม่ได้”
นายกเทศมนตรีจางกล่าวว่า “ผู้อำนวยการหม่า อย่าโทษเขาในเรื่องนี้เลย เขากำลังประสบปัญหาจริง ๆ นั่นแหละ”
แม้ว่าโรงงานโต๊ะหลุมไฟจะไม่ได้อยู่ในชิงโจว แต่เขาสามารถบอกสถานการณ์การผลิตของโรงงานโต๊ะหลุมไฟได้อย่างคร่าว ๆ คาดการณ์ตามเวลาที่เจียงเสี่ยวไป๋ส่งมอบโต๊ะหลุมไฟให้กับรัฐบาล
เพราะเขายินดีช่วยพูดแทนเจียงเสี่ยวไป๋
หม่าซู่พยักหน้าและพูดว่า “นายกเทศมนตรีจาง คุณก็รู้ว่าเทียนจิงหนาวกว่าชิงโจวมาก และในสถานที่ที่ฉันวางแผนจะเอาโต๊ะหลุมไฟไปไว้ก็เป็นที่ที่มีผู้สูงอายุปฏิบัติงานอยู่ ซึ่งไม่ใช่คนหนุ่มเหมือนในชิงโจวของคุณ”
นายกเทศมนตรีจางเข้าใจทันที
“ผู้อำนวยการหม่า งั้นเอางี้ดีไหม ฉันพอเข้าใจสถานการณ์ของคุณ ฉันจะโอนโต๊ะหลุมไฟบางส่วนให้กับเทียนจิงของคุณไปก่อน”
เมื่อหม่าซู่ได้ยินแบบนี้ เขาก็ดีใจมากและพูดอย่างสุภาพ “ขอบคุณมาก นายกเทศมนตรีจาง ฉันจะจดจำความกรุณานี้ไว้”
นายกเทศมนตรีจางมีความสุขและพูดอย่างนอบน้อม “ผู้อำนวยการหม่าสุภาพเกินไปแล้ว นี่คือสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานระดับท้องถิ่นอย่างเราควรทำอยู่แล้วครับ”
เมื่อพวกเขาทั้งสองพูดจบ เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดินกลับมาพอดี
นายกเทศมนตรีจางกล่าวออกมาว่า “เสี่ยวเจียง โต๊ะหลุมไฟนับพันที่ผู้อำนวยการหม่าขอไป คุณแบ่งบางส่วนจากของเราไปให้พวกเขาก่อนเลยนะ สถานการณ์ของเรายังไม่จำเป็นเท่าของพวกเขา”
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ในเมื่อนายกเทศมนตรีจางเป็นคนบอกเอง งั้นผมก็จะทำตามที่คุณบอก”
หม่าซู่กล่าวว่า “เสี่ยวเจียง ฉันจะเริ่มขนส่งโต๊ะหลุมไฟในวันมะรืน หลังจากที่โต๊ะหลุมไฟชุดแรกไปถึงเทียนจิงแล้ว เราจะเห็นการตอบรับอย่างชัดเจน หากผู้นำชอบ ปริมาณก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โรงงานโต๊ะหลุมไฟของคุณจะต้องเพิ่มการผลิต หากมีปัญหาอะไรก็สามารถพูดคุยกับฉันได้”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่นและกล่าวว่า “ไม่มีปัญหาอื่นใดนอกจากการขาดแคลนวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กและอุปกรณ์สำหรับการหลอมเหล็ก เช่น แม่พิมพ์หล่อเย็นแบบย้อนกลับ การผลิตส่วนใหญ่ยังคงต้องใช้แรงงานคน จึงทำให้ล่าช้า กำลังผลิตต่ำ ดังนั้นผลผลิตจึงมีจำกัดครับ”
หม่าซู่ยิ้ม “แต่ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ! ”
“งั้นเอาแบบนี้ดีไหม ฉันจะเตรียมเหล็กจำนวน 50 ตันให้กับคุณ จากนั้นจะมอบอุปกรณ์หล่อเย็นขั้นสูงให้กับคุณด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ดีใจมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้ และรีบกล่าวขอบคุณเขา
หม่าซู่โบกมือ “ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ เรายินดีที่จะสนับสนุน แต่หากว่าทางเรามีความต้องการเพิ่ม ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีใดก็ตาม จะต้องมีสินค้าส่งให้กับเรานะ”
เจียงเสี่ยวไป๋จะปฏิเสธได้อย่างไร ?
เขาทำได้เพียงเห็นด้วย !
หลินเจียอินกำลังทานอาหารอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ หลังจากได้ยินคำพูดของหม่าซู่ เธอก็เงยหน้ามองเขาด้วยความประหลาดใจ เพราะก่อนหน้านี้เจียงเสี่ยวไป๋ได้แนะนำว่าเขาคือพี่หม่าที่มาจากเทียนจิง แต่เธอก็เข้าใจในเวลานี้ว่าตัวตนของพี่หม่าคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
มิฉะนั้น เขาคงจะไม่กล้าตัดสินใจสั่งโต๊ะหลุมไฟหนึ่งพันตัวในคราวเดียวแบบนี้แน่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหล็ก 50 ตันและอุปกรณ์หล่อเย็นขั้นสูงอีกหลายอย่าง
หลินเจียอินจึงมีความอยากรู้เกี่ยวกับตัวตนของหม่าซู่ แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา หลังทานอาหารเสร็จ เธอก็พาเจียงชานไปที่ห้องเพื่อให้พวกเขามีพื้นที่ส่วนตัวคุยกัน
ไม่นาน ข้าวอบหม้อดินก็พร้อมเสิร์ฟ
เจียงเสี่ยวไป๋และนายกเทศมนตรีจางทานข้าวอบหม้อดินหมูผัด ในขณะที่หม่าซู่และเจียงไคโจวทานข้าวอบหม้อดินซี่โครงหมูและถั่วดำ
“ไม่คิดว่าจะมีเมนูแบบนี้ด้วย ! ”
เมื่อเขาทานข้าวกรอบก้นหม้อ หม่าซู่ก็กล่าวชมออกมา
นายกเทศมนตรีจางยิ้มแล้วพูดว่า “ผู้อำนวยการหม่า คุณยังไม่ได้ไปทานซุปหัวปลาใช่ไหม รสชาติของมันสุดยอดมาก”
หม่าซู่ตอบออกมาด้วยสีหน้าเสียดาย “น่าเสียดายที่ฉันต้องกลับพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้นฉันก็อยากจะลองไปทานดูเหมือนกัน”
ขณะที่เขาพูดอย่างนั้น เขาก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “หม้อไฟที่เราทานมื้อกลางวันก็น่าสนใจมาก คุณสามารถไปเปิดที่เทียนจิงได้”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ร้านอาหารของผมโดยพื้นฐานแล้วเป็นร้านอาหารแฟรนไชส์ ผมก็มีแผนจะไปเปิดให้บริการที่เทียนจิงอยู่ แต่คงอีกสักระยะ”
หม่าซู่กล่าวว่า “ที่คุณบอกว่าต้องใช้เวลา ดังนั้นคุณกำลังประสบปัญหาด้านเงินทุน หรือปัญหาด้านบุคลากร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุนอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องบุคลากร”
หม่าซู่กล่าวว่า “ถ้ามันเป็นปัญหาเรื่องบุคลากรภายในของคุณ ฉันก็คงช่วยไม่ได้ หากคุณกำลังพูดถึงเครือข่ายภายนอก ฉันสามารถแนะนำคุณให้รู้จักกับบางคนได้”
เจียงเสี่ยวไป๋เชื่อในความสัมพันธ์ของหม่าซู่ แต่เขาก็ยังคงยิ้มและกล่าวว่า “ส่วนมากมันคือปัญหาภายในเป็นหลัก ถ้าผมไปเปิดร้านที่เทียนจิงในปีหน้า ผมจะขอความช่วยเหลือจากพี่หม่าแน่นอนครับ”
หม่าซู่พยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก
หลังจากที่หลายคนทานข้าวหม้อดินเสร็จแล้ว นายกเทศมนตรีจางก็พูดว่า “ผู้อำนวยการหม่า มาดื่มชากันก่อนแล้วค่อยล้างเท้า”
จากนั้น ก็เหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ภรรยาของคุณตั้งครรภ์อยู่ ถ้าไม่มีอะไรก็กลับบ้านไปก่อนได้เลยนะ ! ”
เขารู้จักเจียงเสี่ยวไป๋ดี และรู้ว่าเจียงเสี่ยวไปจะขับรถกลับเจียงวานก่อนตะวันตกดินเสมอ แต่วันนี้ที่ยังไม่กลับก็เพราะต้องคอยดูแลหม่าซู่
แต่หลังจากดื่มชาและนวดเท้าเสร็จ คาดว่าก็คงจะเป็นเวลาค่ำทุ่มแล้ว จากนั้นก็ไปเดินตลาดอีกหนึ่งชั่วโมง
ถ้ามีแค่เจียงเสี่ยวไป๋ตัวคนเดียว เขาก็คงจะไม่สนใจอะไร แต่นี่ยังมีหลินเจียอินที่กำลังท้องและเจียงชานที่ยังเด็ก ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่จำเป็นต้องอยู่เพื่อคอยติดตามพวกเขาอีก
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกมีความสุขมากเมื่อได้ยินที่นายกเทศมนตรีจางพูด
นี่คือทัศนคติที่คนเป็นผู้นำควรมี !
หลังจากฟังคำพูดของนายกเทศมนตรีจางแล้ว หม่าซู่ก็พูดว่า “ใช่ คุณไม่จำเป็นต้องอยู่กับเราตลอดเวลา มีเหล่าจางและเหล่าเจียงอยู่ที่นี่แล้ว เราไปกันเองได้”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ใช่คนเสแสร้งโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ งั้นผมจะดื่มชากับพวกคุณสักพัก และจะกลับตอนที่พวกคุณเข้าไปนวดเท้าแล้วกันครับ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็ยิ้ม “นายกเทศมนตรีจางเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องพิธีชงชา ! ”
ในขณะที่พูด เขาก็ไปที่ตู้ข้าง ๆ หยิบต้าหงเป่าออกมา แล้วยื่นให้นายกเทศมนตรีจาง
นายกเทศมนตรีจางรับมันมาและเริ่มชงชาอย่างใจเย็น
หม่าซู่ก็ชอบดื่มชาเหมือนกัน เขายิ้มแล้วพูดว่า “ที่จริงแล้วฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจการดื่มชาสักเท่าไหร่ แต่ฉันก็ชอบดื่มชาอยู่บ้าง”
จู่ ๆ นายกเทศมนตรีจางก็ดูเหมือนจะมีเรื่องให้คุย เขาเริ่มพูดคุยกับหม่าซู่เกี่ยวกับพิธีชงชาอย่างสนุกสนาน
เจียงเสี่ยวไป๋พูดแทรกขึ้นมาเป็นครั้งคราว และทั้งสามก็พูดคุยกันอย่างมีความสุข
มีเพียงเจียงไคโจวเท่านั้นที่รู้สึกหดหู่เล็กน้อย แม้ว่าชาจะมีกลิ่นหอม แต่ก็ไม่มีอะไรสนุกเท่าการดื่มเหล้าแล้วจริง ๆ
การดื่มทำให้เขากระปรี้กระเปร่ามากกว่า