ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 810 อีกนิดเดียว
ตอนที่ 810 อีกนิดเดียว
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “คุณเย่พูดถูก เรากำลังเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราอาจสร้างปาฏิหาริย์ได้”
เฉินหยวนเฉายังกล่าวอีกว่า “ใช่ หากไม่มีการระดมความคิด ฉันคิดว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะคิดวิธีหาเงินให้ได้ 50 ล้านหยวนก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน แต่ตอนนี้ฉันคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่จะบรรลุเป้าหมาย 100 ล้านหรือ 200 ล้านหยวนด้วยการทำงานให้หนักขึ้น”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ทุกคนก็พูดไม่ออก เพราะช่องว่างระหว่าง 100 – 200 ล้านหยวนกับ 500 ล้านหยวนนั้นห่างไกลกันมาก !
เมิ่งเสี่ยวเป่ยมองดูเวลา ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว
“ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ไปโรงอาหารกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยกลับมาประชุมต่อหลังทานอาหารเสร็จ”
เสียงของเธอฟังดูหนักแน่น “แม้ว่าวันนี้เราจะต้องนอนดึก แต่เราก็ต้องคิดแผนที่เราพอใจให้ได้ ! ”
เฉินหยวนเฉา จวงปี้เฉิง และคนอื่นมองมาที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยด้วยความประหลาดใจ พวกเขาต่างก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่มันแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเธอ
ความมุ่งมั่นที่ไม่เคยยอมแพ้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
ถ้าผู้หญิงเป็นแบบนี้ทุกคน ไม่นานผู้ชายตัวใหญ่ ๆ คงไม่มีความกล้าพอที่จะเป็นผู้นำ ?
จวงปี้เฉิงยืนขึ้นและพูดเสียงดัง “คุณเมิ่งพูดถูก ไปกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยระดมความคิดทีหลัง ! ”
เฉินหยวนเฉายังกล่าวอีกว่า “ใช่ อย่างน้อยก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าวิธีพวกนี้ใช้ได้ผลจริง ๆ ! ”
หวังผิงกล่าวว่า “ไปกันเถอะ รีบหน่อย ไม่งั้นจะได้กลับบ้านดึกจริง ๆ นะ ! ”
ภายใต้การนำของเมิ่งเสี่ยวเป่ย ทุกคนก็ออกจากห้องประชุมและตรงไปที่โรงอาหารของพนักงานในโรงงานผลิตฟิล์มพลาสติก
เวลานี้ พนักงานทุกคนในโรงงานทานอาหารกันเสร็จแล้ว และไม่มีใครอยู่ในโรงอาหารนอกจากพนักงานประจำโรงอาหาร
“รองประธานเมิ่ง คุณเพิ่งเลิกประชุมมาเหรอคะ อาหารเราเตรียมไว้ให้แล้ว ให้ฉันเอามาเสิร์ฟให้คุณตอนนี้เลยไหม”
พ่อครัวอู๋ หัวหน้าพ่อครัวในครัวพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นเมิ่งเสี่ยวเป่ยและคนอื่นเข้ามา
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้าเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะพ่อครัวอู๋ ! ”
เหล่าอู๋ยิ้มและพูดว่า “การอำนวยความสะดวกผู้นำทุกคนคือสิ่งที่เราควรทำ”
พูดจบ เขาก็ไปอุ่นอาหาร
จวงปี้เฉิงและคนอื่นเอาโต๊ะมาต่อกันเป็นโต๊ะขนาดใหญ่ และในขณะที่รออาหาร พวกเขาก็เริ่มคุยกันออกมาเบา ๆ
ตอนนี้ความกระตือรือร้นของพวกเขาได้กลับมาอีกครั้ง จึงไม่อยากให้เสียเวลาแม้จะเป็นตอนทานอาหารเช่นกัน
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ พวกเขาก็ทานอย่างรวดเร็วและหมดภายในเวลายี่สิบนาทีเท่านั้น ก่อนที่ทุกคนจะกลับไปที่ห้องประชุมอีกครั้ง
การระดมความคิดรอบที่สองยังคงมีเย่กวงโต้วเป็นผู้นำตามเคย
แต่คราวนี้ ทุกคนคุ้นเคยดีกับกระบวนการนี้แล้ว ทำให้ประสิทธิภาพของมันสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในชั่วโมงเดียว ก็ได้มีการหยิบยกแนวคิดที่เหนือจินตนาการมากมายออกมา
แต่หลังจากหารือกันเสร็จ ข้อเสนอแนะเกือบทั้งหมดก็ถูกปฏิเสธไป
มันไม่ง่ายเลยที่จะฝ่าฟันอุปสรรคและระดับความคิด
“สองหรือสามชั่วโมงนี้สูญเปล่าจริง ๆ ! ”
“ใช่ มีความคิดดี ๆ มากมายที่ถูกปฏิเสธตกไป ! ”
“คุณพูดแบบนั้นไม่ได้ อย่างน้อยหลังจากที่เราได้เสนอความคิดออกมา มันก็ช่วยให้เราได้คิดถึงปัญหามากขึ้น”
“วันนี้เราไม่ได้มาพูดคุยกันเพื่อเรียนรู้ แต่เรามาที่นี่เพื่อหารือเกี่ยวกับผลลัพธ์”
“แต่ฉันไม่คิดว่าผลลัพธ์นั้นสำคัญ”
“ทำไมคุณพูดแบบนั้น ? ”
“ลองคิดดู ในเมื่อผู้ช่วยเจียงได้ระบุเป้าหมายออกมาอย่างชัดเจนว่าจะต้องทำยอดขายให้ได้ 500 ล้านหยวนก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน ฉะนั้นเขาก็ต้องมีแผนในใจอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องการให้เรามาหารือกันในครั้งนี้ อาจไม่ใช่ให้หาวิธีที่ดีที่สุดออกมา แต่เขาอยากให้เรามีส่วนร่วมในกระบวนการนี้”
“สรุปแล้ว วันนี้ที่เรามาหารือกันก็เพื่อมาเรียนรู้งั้นเหรอ ? ”
“อืม ผู้ช่วยเจียงคงอยากให้เราเรียนรู้กระบวนการนี้ด้วย”
“ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีความกดดัน ! ”
“ไม่หรอก เราต้องเจอความกดดันยิ่งกว่านี้อีก หากพวกเราหลายคนไม่สามารถให้ผลงานที่น่าพอใจกับเขาได้ แล้วเราจะอยู่ในบริษัทต่อไปได้อย่างไรในอนาคต”
“เฮ้อหยา หยุดพูดเรื่องไร้ประโยชน์เหล่านี้แล้วมาคิดกันต่อเถอะ ! ”
“……”
การระดมความคิดครั้งที่สองไม่บรรลุผลตามที่คาดหวัง ทำให้การอภิปรายต่าง ๆ ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง
เมิ่งเสี่ยวเป่ยประกาศว่าการประชุมจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในอีกสิบนาทีข้างหน้า ใครที่อยากเข้าห้องน้ำก็รีบออกไปทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ อยากสูบบุหรี่ก็รีบไปสูบ
ในบรรดาคนที่มาประชุมในวันนี้ เย่กวงโต้วและหลี่ลี่เป็นคนที่อายุน้อยที่สุด ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังพิงราวบันไดด้านนอกห้องประชุม
หลี่ลี่กล่าวว่า “คุณเย่ ฉันเดาว่าเราคงไม่ได้ผลลัพธ์อะไร ถ้าเรายังขืนใช้วิธีระดมความคิดแบบนี้ต่อไป”
เย่กวงโต้วพยักหน้าและพูดอย่างช่วยไม่ได้ “แต่เมื่อดูท่าทีของคุณเมิ่งแล้ว คืนนี้คงไม่มีใครได้กลับบ้านแน่ เว้นแต่จะหาวิธีได้สำเร็จ”
หลี่ลี่กล่าวว่า “เธอเป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว พี่เสี่ยวไป๋เรียกเธอว่าผู้หญิงแกร่ง”
เย่กวงโต้วยิ้ม “ถ้าเธอไม่เป็นแบบนี้ เธอก็คงไม่สามารถมาอยู่ตำแหน่งนี้ได้”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็เดินเข้ามา เธอคงได้ยินการสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสองและหัวเราะออกมา “การพูดถึงคนอื่นลับหลังไม่ใช่เรื่องที่ดีนะ ! ”
เย่กวงโต้วและหลี่ลี่ค่อย ๆ คลี่ยิ้มเจื่อน
หลี่ลี่รีบพูดว่า “คุณเมิ่ง ไม่ใช่แบบนั้น เรากำลังบอกว่าคุณนั้นเจ๋งมาก ๆ ต่างหาก ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยไม่สนใจ และพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็นไร จะพูดถึงฉันอย่างไรก็สามารถพูดได้”
เธอมองไปที่เย่กวงโต้วแล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าถ้าเรายังขืนระดมความคิดกันต่อในคืนนี้ เราจะไม่สามารถคิดไอเดียดี ๆ ออกมาได้”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ใช่ นั่นคือสิ่งที่ผมเพิ่งพูดกับรองประธานหลี่ไปเมื่อกี้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น เรามามุ่งเน้นในเรื่องที่เป็นไปได้ และเป็นไปไม่ได้กันดีกว่า”
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ดีครับ ถ้าเรามุ่งเน้นให้ถูกจุด ผลที่ได้คงจะดีกว่านี้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้า พลางยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา ใกล้จะหมดเวลาพักสิบนาทีแล้ว จึงพูดต่อว่า “เข้าไปข้างในกันเถอะ’
พูดจบ เธอก็เดินเข้าไปก่อน
เย่กวงโต้วและหลี่ลี่มองหน้ากันและเดินตามเธอเข้าไป
ในอีกด้านหนึ่ง เฉินหยวนเฉา จวงปี้เฉิง และหวังผิงกำลังสูบบุหรี่ เมื่อพวกเขาเห็นเมิ่งเสี่ยวเป่ยเข้ามาในห้องประชุม ทุกคนก็ดับบุหรี่แล้วรีบตามเข้าไปในห้องประชุม
ทุกคนนั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ตอนนี้ก็เริ่มจะดึกแล้ว เรามาเข้าประเด็นที่น่าจะเป็นไปได้กันดีกว่า”
เธอเหลือบมองทุกคนแล้วพูดว่า “คราวนี้ เราลองมาคิดวิธีที่น่าจะเป็นไปได้ก่อน”
เฉินหยวนเฉาและคนอื่นพยักหน้า
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวต่อ “วิธีการที่เราเสนอออกมาก่อนหน้านี้ ที่เป็นไปได้ที่สุดคือการเติมเงินใส่บัตรสมาชิกเพื่อเอามาแลกส่วนลด”
“เราต้องทำบัตรสมาชิกเพิ่ม และต้องเป็นบัตรสมาชิกที่สามารถเติมเงินได้ นอกจากนี้วิธีนี้ยังไม่จำเป็นต้องมีการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการล่วงหน้า แต่สามารถสร้างรายได้จากเงินส่วนเกินพวกนี้”
เย่กวงโต้วพยักหน้าและกล่าวว่า “คุณเฉินกล่าวก่อนหน้านี้ว่าโรงงานในเครือของบริษัทมีกำลังในการผลิตที่ไม่เพียงพอ และการเติมเงินใส่บัตรสมาชิกนี้สามารถทำยอดขายได้ก่อน โดยจะทยอยผลิตสินค้าออกไปให้ลูกค้าทีหลังตามกำลังการผลิต ซึ่งวิธีนี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นไปได้มากที่สุดในการสร้างยอดขายให้บรรลุตามเป้าหมาย”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้าและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเรามาหารือถึงวิธีดึงดูดให้คนมาสมัครบัตรสมาชิกให้มากขึ้นกันเถอะ ! ”
เฉินหยวนเฉากล่าวว่า “โดยทั่วไปแล้ว บัตรสมาชิกในตอนนี้จะออกโดยร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงและร้านโยวผิ่น ซึ่งหากบัตรสมาชิกออกในชื่อของเจียงเจียกรุ๊ป สมาชิกก็จะสามารถใช้บัตรนี้กับสินค้าอื่นของเจียงเจียกรุ๊ปได้อย่างเต็มรูปแบบ ตราบใดที่มีสมาชิกเพียงพอ เราก็สามารถเพิ่มจำนวนยอดขายได้”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “หากเรากำหนดให้ลูกค้าเติมเงินในบัตรสมาชิกขั้นต่ำที่ 100 หยวน และตั้งเป้าหมายไว้ที่ 300 ล้านหยวน ก็ต้องทำบัตรออกมา 30 ล้านใบ ต่อให้เราขยายกิจกรรมไปยังภูมิภาคกลางของจีน แต่มันก็ไม่ใช่ง่าย ๆ เลย”
เย่กวงโต้วฟังการสนทนาของทุกคน และเริ่มรู้สึกว่าพวกเขากำลังเข้าใกล้เส้นชัยมากไปทุกทีแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ขาดหายไป ?
เขาอดไม่ได้ที่จะคิดแล้วคิดอีก จนจะเป็นบ้า !