ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 809 ไม่ใช่ยากธรรมดา
ตอนที่ 809 ไม่ใช่ยากธรรมดา
เปากันฉวนกล่าวว่า “ถ้าเราเพิ่มราคาสินค้าอีกสักหน่อย ยอดขายจะเพิ่มขึ้นไหม ? ”
หลี่ลี่กล่าวว่า “หากขึ้นราคาก็จะขายสินค้าได้ยากขึ้น ซึ่งมันอาจไม่ได้ผล ! ”
หลังจากได้ยินที่หลี่ลี่พูด เย่กวงโต้วก็พูดออกมาว่า “ตอนนี้เราแค่พูดถึงวิธีการ ยังไม่ได้ให้วิเคราะห์ความเป็นไปได้ การขึ้นราคาที่ผู้อำนวยการเปากล่าวถึงก็เป็นวิธีหนึ่งในการเพิ่มยอดขาย ฉันจะจดบันทึกไว้ก่อน”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เน้นย้ำอีกครั้งว่า “สิ่งที่ทุกคนต้องทำในตอนนี้คือ พูดถึงวิธีที่คิดไว้เท่านั้น และจะไม่มีการตั้งคำถาม หรือตัดสินวิธีการเหล่านั้นเด็ดขาด”
“เอาล่ะ งั้นก็เสนอความคิดเห็นออกมา โดยที่ห้ามมีการโต้แย้งเด็ดขาด”
ทุกคนเห็นด้วย
ถานชิงซานกล่าวว่า “เนื่องจากการขึ้นราคาเป็นอีกวิธีหนึ่ง งั้นการผลิตสินค้าตัวใหม่ออกมา ก็สามารถทำได้เช่นกัน ! ”
เย่กวงโต้วพยักหน้า “ดี ! ”
หลี่ลี่กล่าวว่า “ฉันจำได้ว่าตอนที่ร้านโยวผิ่นสาขาแรกเปิด เราได้แจกใบปลิวออกมาให้ลูกค้าได้เห็น ถ้าเราต้องการเพิ่มยอดขาย ฉันคิดว่าเราจำเป็นต้องขยายการประชาสัมพันธ์”
“เอาล่ะ ขยายการประชาสัมพันธ์ ! ” เย่กวงโต้วพูดด้วยความเห็นชอบออกมา และจดลงในสมุดบันทึกของเขา
หวังผิงกล่าวว่า “ขยายช่องทางการขายและหาตัวแทนจำหน่ายให้มากขึ้น”
เฉินหยวนเฉากล่าวว่า “เพิ่มอุปกรณ์ใหม่เข้ามาและขยายสายการผลิต ! ”
ในขณะที่ระดมความคิดกันนั้น ทุกคนเริ่มแนะนำและเสนอวิธีการต่าง ๆ มากขึ้น
“เราต้องเร่งการผลิตอาหารกระป๋อง เพราะอาหารกระป๋องจะขายดีในช่วงตรุษจีนแน่นอน”
“โรงงานเค้กที่รักที่ฉันดูแลอยู่ ก็สามารถผลิตคุกกี้มากกว่าตอนนี้ได้อีก ! ”
“เปิดขายแฟรนไชส์เพิ่ม เพราะทุกครั้งที่เราขายแฟรนไซส์ออกไป เราไม่เพียงแต่รับค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เท่านั้น แต่ยังได้ยอดขายผลิตภัณฑ์ด้วย”
“ขณะนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนสินค้า ในกรณีนี้ ถ้าเราร่วมมือกับผู้ผลิตรายอื่นเพื่อให้พวกเขาผลิตสินค้าให้เราเพิ่ม แบบนี้น่าจะพอเพิ่มกำลังการผลิตได้”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็สามารถหาผู้ผลิตสินค้าประเภทเดียวกันได้”
“ตอนนี้ผู้ช่วยเจียงรู้จักคนกว้างขวางมาก เราสามารถซื้อสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดมาให้ฝ่ายขายขายต่อ คงจะได้กำไรมากอย่างแน่นอน”
“ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าที่มีความต้องการทางตลาดสูง ถ้าเรามีเงิน เราก็ลดต้นทุนโดยการซื้อมาในปริมาณมาก ๆ เพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำ ตราบใดที่เราซื้อมากพอ เราสามารถทำกำไรได้มากมาย”
“ขณะนี้ เจียงเจียกรุ๊ปมีพนักงานเกือบหนึ่งหมื่นคน พนักงานทุกคนในบริษัทต่างก็ร่ำรวยมีกินมีใช้ ถ้าแต่ละคนเอาเงินให้บริษัทคนละหนึ่งถึงสองร้อยหยวน ก็จะได้หนึ่งถึงสองล้านหยวน”
“ถ้าคุณพูดแบบนี้ เปิดธนาคารไปเลยคงจะดีกว่า ให้คนมาเงินฝาก ถ้าคนในชิงโจวฝากเงินคนละหนึ่งร้อยหยวน ก็จะมีเงินในธนาคารราวเจ็ดหรือแปดร้อยล้านหยวน ! ”
“ใช่ ถ้าคุณเปิดธนาคารในเมืองต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคกลางของจีน คุณอาจจะสามารถรับเงินฝากได้หลายพันล้านหยวน ! ”
“……”
การอภิปรายเริ่มเจาะลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ และเกิดไอเดียที่ยอดเยี่ยมที่ไม่คาดคิดออกมา
เย่กวงโต้วไม่สนใจว่าจะเป็นวิธีที่ดีหรือไม่ เขาเขียนทุกอย่างลงไปก่อน
ต้องบอกว่าการระดมความคิดแบบนี้ช่วยเปิดใจคนได้จริง ๆ ไอเดียบางอย่างอาจใช้ไม่ได้ผล แต่ถ้าขุดเจอไอเดียที่ได้ผลก็จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน
การอภิปรายในห้องประชุมคึกคักอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุกคนตอนนี้เหมือนกับจูกัดเหลียง เพราะความคิดที่แปลกประหลาดและน่าอัศจรรย์ทุกประเภทผุดขึ้นมาในการอภิปรายไม่สิ้นสุด
เกือบหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดเย่กวงโต้วก็ยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ผมได้บันทึกความคิดเห็นของทุกคนไว้แล้ว มีผู้ร่วมระดมความคิดทั้งหมดสิบเอ็กคน หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง มีการเสนอวิธีออกมาทั้งหมด 137 วิธี โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละคนได้เสนอวิธีแก้ปัญหาออกมามากกว่าสิบข้อ”
เขาเหลือบมองทุกคนแล้วพูดว่า “ต่อไป เรามาคัดความคิดที่เป็นไปไม่ได้ออกไปก่อน”
เขาดูบันทึกในมือแล้วพูดว่า “เริ่มจากวิธีแรกที่ผมเสนอ การจัดโปรโมชั่นสินค้า ทุกคนคิดว่าวิธีนี้เป็นไปได้หรือไม่”
หลี่ลี่กล่าวว่า “จากที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้ หากเราต้องสร้างยอดขายให้ได้ 500 ล้านหยวนก่อนเทศกาลตรุษจีน เราต้องโปรโมต แต่ปัญหาสำคัญคือไม่ว่าเราจะโปรโมตอย่างไร โรงงานของเราก็มีกำลังในการผลิตไม่มาก ฉันคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
หลี่ลี่กล่าวต่อว่า “แต่ฉันคิดว่าเมื่อเราแก้ไขปัญหากำลังการผลิตได้ เราก็ต้องขายสินค้าผ่านโปรโมชั่น ดังนั้นเราสามารถใช้ไอเดียนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทั้งหมดได้ค่ะ”
เย่กวงโต้วเหลือบมองหลี่ลี่อย่างชื่นชม และพูดว่า “ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่คุณหลี่พูด”
“เห็นด้วย ! ”
“เห็นด้วย ! ”
“ฉันเห็นด้วยเช่นกัน ! ”
“……”
จวงปี้เฉิง เฉินหยวนเฉาและคนอื่นต่างก็แสดงความคิดเห็นออกมา
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “เอาล่ะ ตอนนี้เราเก็บเรื่องการจัดโปรโมชั่ไว้ก่อน มาดูความคิดเห็นที่สองกันดีกว่า สินเชื่อธนาคาร”
หวังผิงเป็นผู้เสนอให้กู้เงินจากธนาคาร
ข่งชิงเซี๋ยงกล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของบริษัทคือการมีเงินสดในมือห้าร้อยล้าน ฉันคิดว่ากู้เงินเป็นไปได้”
หลังจากพิจารณาดูแล้ว เขาก็กล่าวว่า “ปัจจุบันเจียงเจียกรุ๊ปมีสินเชื่อ 15 ล้านหยวน รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคล 2 รายการจำนวน 7 ล้านหยวนจากธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีนก่อนก่อตั้งบริษัท และกู้เงิน 8 ล้านหยวนจากธนาคารเพื่อการก่อสร้างแห่งประเทศจีน”
“หากต้องการกู้เงิน เราจะไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีนและธนาคารเพื่อการก่อสร้างแห่งประเทศจีนได้อีก นอกเสียจากกู้เงินจากธนาคารแห่งประเทศจีนและธนาคาร ICBC เท่านั้น และเราก็กู้ยืมได้เฉพาะในชิงโจวเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีเงินมากพอมาให้เรากู้ยืม ฉันคาดว่ามากสุดคงจะได้แค่ 30 ล้านหยวนเท่านั้น”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “30 ล้านก็เท่ากับ 6% ของ 500 ล้าน แผนนี้ถือว่าเป็นไปได้”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เธอก็กล่าวว่า “แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่ผู้ช่วยเจียงคิดไว้อย่างแน่นอน แต่ก็ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งในการหาเงิน 500 ล้าน เก็บเอาไว้ก่อน”
“เห็นด้วย ! ”
“เห็นด้วย ! ”
“……”
เมื่อเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ข้อเสนอขอสินเชื่อจากธนาคารก็ยังคงอยู่
เรามาพูดถึงข้อที่สามกันดีกว่า
เย่กวงโต้วกล่าวว่า “ข้อที่สามคือข้อเสนอของผู้อำนวยการเปา การเพิ่มราคาสินค้า พวกคุณคิดเห็นอย่างไร ? ”
หลี่ลี่กล่าวว่า “ฉันเป็นฝ่ายขาย ราคาขายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการซื้อของลูกค้า และยังมีผลต่อการแข่งขันของผลิตภัณฑ์อีกด้วย ฉันยังคงมีความคิดเห็นเหมือนเดิม นั่นคือการขึ้นราคาสินค้านั้นไม่ได้ผล”
“ฉันก็คิดว่าเราไม่ควรขึ้นราคาสินค้า ! ” เฉินหยวนเฉากล่าว
หวังผิงกล่าวว่า “การขึ้นราคายังไปขัดแย้งกับการจัดโปรโมชั่นในข้อเสนอแรกที่คุณเย่กล่าวออกมาด้วย ฉันก็คิดว่าการขึ้นราคาเป็นไปไม่ได้”
“เห็นด้วย ! ”
“ฉันก็ไม่คิดว่ามันไม่ได้ผลเหมือนกัน ! ”
“ใช่ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถขึ้นราคาได้ แต่ต้องมีโปรโมชั่นและส่วนลดด้วย ! ”
“ลืมเรื่องการเพิ่มราคานี้เถอะ ! ”
“……”
หลังจากการสนทนา การขึ้นราคาสินค้าในข้อเสนอแนะที่สามก็ถูกปฏิเสธไป
เย่กวงโต้วยังคงเป็นผู้นำและเริ่มหารือเกี่ยวกับข้อเสนอแนะที่สี่และห้าต่อไป…
หลังจากการอภิปรายขั้นตอนที่สองเสร็จสิ้น จากข้อเสนอแนะทั้งหมด 137 ข้อที่เสนอมา มีเพียง 12 ข้อเท่านั้นที่ถูกเก็บไว้ชั่วคราว
ไม่ถึงหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ
ความคิดที่ทุกคนเห็นด้วยให้เก็บไว้คือการจัดโปรโมชั่น ขอสินเชื่อ เพิ่มสินค้าใหม่ ขยายการผลิต ซื้อสินค้ามาจำหน่ายต่อเพื่อให้ได้กำไร ใช้เงินของบริษัทมาซื้อสินค้าราคาต่ำและขายได้รวดเร็ว การเติมเงินในบัตรสมาชิก เป็นต้น
เย่กวงโต้วสรุปผลการหารือครั้งก่อนและแจ้งให้ทุกคนทราบ จึงทำให้ทุกคนรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
ดูเหมือนว่าหลังจากระดมความคิดมาหลายวิธีแล้ว พวกเขายังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการคิดวิธีหาเงินให้ได้ 500 ล้านหยวนก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนได้
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย !
ทุกคนรู้สึกหมดหนทางและเหนื่อยล้า
เมื่อเห็นว่าขวัญกำลังใจของทุกคนกำลังตกต่ำลง เย่กวงโต้วจึงปลอบใจ “อย่าท้อแท้ไปเลยครับ อย่างน้อยเราก็เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นแล้ว”