ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 815 มีสายโทรเข้ามา
ตอนที่ 815 มีสายโทรเข้ามา
หลังจากผ่านไปกว่ายี่สิบนาที ทุกคนก็เริ่มหารือกัน
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ตามที่ทุกคนพูดมา เราจำเป็นต้องทำแผน ซึ่งต้องใช้ข้อมูลบางส่วน คุณเฉินจากแผนกขายไม่อยู่ที่นี่ และผู้จัดการเฝิงจากแผนกโลจิสติกส์ก็ไม่อยู่ที่นี่เหมือนกัน พรุ่งนี้ฉันจะไปหาฝ่ายขายและบริษัทโฮเนสท์ โลจิสติกส์ เพื่อขอข้อมูลมาใช้ประกอบการทำแผน”
เธอมองไปที่เย่กวงโต้วและพูดว่า “คุณจะเป็นคนเขียนแผนขึ้นมาเมื่อเรารวบรวมข้อมูลได้ครบถ้วนแล้ว”
“ไม่มีปัญหา ! ” เย่กวงโต้วพยักหน้าเห็นด้วย
ในฐานะผู้ที่มีหน้าที่วางแผนในบริษัท การเขียนแผนคืองานของเขา และไม่มีอะไรให้ต้องปฏิเสธ
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “แม้ว่าเราจะรู้ทิศทางแล้วและใช้การประชุมสั่งซื้อของตัวแทนจำหน่ายเป็นเนื้อหากิจกรรม แต่แผนบางส่วนที่เราพูดคุยก่อนหน้านี้ก็สามารถเอามาดำเนินการพร้อมกันได้ เช่น การเติมเงินในบัตรสมาชิก คุณสามารถรวมเนื้อหาเหล่านี้ไว้ในแผน เพื่อโครงการจะได้ใหญ่ขึ้น”
เย่กวงโต้วคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “มันจะซับซ้อนเกินไปหรือเปล่า ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยโบกมือปฏิเสธ “ท้ายที่สุดแล้ว การประชุมสั่งซื้อสินค้าของตัวแทนจำหน่ายก็เป็นเพียงกิจกรรม และการเติมเงินในบัตรสมาชิกก็อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อการพัฒนาธุรกิจของบริษัท เมื่อเปรียบเทียบกัน ที่จริงแล้วเรื่องเติมเงินในบัตรสมาชิกจำเป็นต้องทำมากกว่านี้”
“ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะจัดการเอง” เย่กวงโต้วรู้สึกว่าสิ่งที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดนั้นสมเหตุสมผล เขาจึงไม่คัดค้าน
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพยักหน้าด้วยความพอใจ พลางเหลือบมองทุกคนแล้วพูดว่า “ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักในวันนี้ ทุกคนกลับไปพักผ่อนเถอะ หากคุณเย่ต้องการอะไร ก็ให้ความร่วมมือด้วย”
“ได้เลย ! ”
“ไม่มีปัญหา ! ”
“ขอบคุณมากนะคุณเย่ ! ”
“คุณเย่ หากคุณต้องการอะไรก็บอกได้เลยนะ ! ”
“คุณเมิ่งเองก็กลับไปนอนได้แล้ว ! ”
“……”
จวงปี้เฉิง เฉินหยวนเฉา และคนอื่นได้พูดออกมา ก่อนจะกล่าวลาแยกย้ายกลับไปพักผ่อน
หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็ปิดประตูห้องประชุม กลับไปเก็บของที่สำนักงานและออกจากโรงงานเพื่อกลับบ้าน
นี่มันก็เวลาตีสองกว่าแล้ว อากาศข้างนอกก็หนาวจัด ลมเหนือพัดแรงมาก แต่เธอก็เดินกลับแทนที่จะขับรถ
อากาศเย็นแผ่ซ่านเข้าไปในอกของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่รู้สึกหนาวเลย แต่กลับรู้สึกสดชื่นแทน
จากสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เธอก็เข้าใจว่าบริษัทไม่สามารถพึ่งพาเจียงเสี่ยวไป๋เพียงคนเดียวได้ ที่ผ่านมาทุกคนพึ่งพาเจียงเสี่ยวไป๋มากเกินไป แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เธอก็เข้าใจว่าตราบใดที่ทุกคนในบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาของบริษัทอย่างเต็มที่ ทุกคนก็สามารถมีบทบาทได้
ในอนาคตควรมีการจัดประชุมประเภทนี้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของผู้บริหารระดับสูงของบริษัท
เธอเดินคิดไปตลอดทาง เมื่อมาถึงประตูบ้าน เธอก็มีความคิดมากมายในใจแล้ว
เธอหยิบกุญแจออกมาเปิดประตู พอเข้าไปในบ้าน ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่น เพิ่งจะมารู้สึกหนาวและง่วงนอนเอาตอนนี้
เธอเดินไปหยิบขวดน้ำออกมาตั้งใจจะเอาน้ำมาแช่เท้า พอยกขึ้นก็พบว่าขวดนั้นว่างเปล่า
จึงเดินไปหยิบขวดที่สองอย่างไม่เต็มใจ แต่ตามที่คาดไว้ มันก็ไม่มีน้ำเหมือนกัน
ไม่มีน้ำร้อนเหลือไว้ให้เธอแช่เท้าเลย ใบหน้าของเมิ่งเสี่ยวเป่ยอดไม่ได้ที่จะแสดงความขมขื่นเล็กน้อย
ช่วงนี้งานของเธอยุ่งมากจนไม่ได้สังเกตว่าขวดน้ำร้อนที่บ้านไม่มีน้ำแล้ว
เธอได้แต่ถอนหายใจ ชีวิตของคนเราไม่ได้มีสิบมือสิบเท้า ถึงจะทำอะไรเสร็จสมบูรณ์ไปหมดทุกอย่าง
เธอได้แต่ส่ายหัว ไม่มีทางเลือกนอกจากไปที่ห้องครัวเพื่อจุดไฟต้มน้ำ
ยี่สิบนาทีต่อมา เธอก็ต้มน้ำเสร็จและเติมน้ำร้อนลงในขวดเก็บความร้อนสองขวด แล้วผสมน้ำที่เหลือกับน้ำเปล่าเพื่อล้างหน้าและแช่เท้า จากนั้นเธอก็เข้านอนและหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย
คืนแห่งความเงียบงันก็ได้ผ่านพ้นไป
วันรุ่งขึ้น เมิ่งเสี่ยวเป่ยตื่นแต่เช้า
ไม่ว่าเธอจะเข้านอนดึกแค่ไหน เธอก็ยังตื่นแต่เช้าทุกวัน หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เธอก็ไปที่โรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกเพื่อรับประทานอาหารเช้าในโรงอาหารของโรงงาน จากนั้นก็ลุยงานของเธอต่อ
หลังจากเสร็จสิ้นงานของบริษัทแล้ว เธอก็ตรงไปที่แผนกขายเพื่อรวบรวมข้อมูลตัวแทนจำหน่าย จากนั้นจึงรีบไปที่บริษัทโฮเนสท์ โลจิสติกส์
วันนี้เธอยุ่งมากจนแทบไม่ได้พัก
……
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาในเมือง เขาก็ไม่ได้มาที่โรงงานผลิตฟิล์มพลาสติกเพื่อมาหาเมิ่งเสี่ยวเป่ยแต่ อย่างใด
ในความเห็นของเขา เขาคาดว่าเหล่าผู้บริหารคงยังหาวิธีไม่ได้
และตอนนี้ในหัวของเขาจึงคิดถึงแต่เรื่องของโรงงานผลิตน้ำแร่บรรจุขวด
ในระหว่างที่คิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเขาก็ดังขึ้น
“สวัสดี ไม่ทราบว่าใครโทรมาครับ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋หยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย
“ลุงเอง หลินต้ากั๋ว ! ” เสียงทุ้มลึกของหลินต้ากั๋วดังมาจากปลายสายโทรศัพท์
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกตื่นเต้น เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว และพูดด้วยความเคารพ “สวัสดีครับ ลุงรอง ! ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “แผนการสร้างโรงงานผลิตน้ำแร่บรรจุขวดและโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋มีสีหน้าขมขื่น หลังจากกลับมาจากเจียงเฉิง เขายังไม่ได้เริ่มวางแผนโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังตามที่รับปากกับหลินต้ากั๋วเลย
เพราะเขามัวคิดเกี่ยวกับการสร้างโรงงานผลิตน้ำแร่บรรจุขวด แต่แผนดังกล่าวยังไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
และเพราะไม่ได้คาดคิดว่าลุงรองจะโทรมาถามเป็นการส่วนตัวเร็วขนาดนี้
ซึ่งการโกหกก็ไม่ใช่เรื่องดีเสียด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋จึงบอกไปตามความเป็นจริง
หลินต้ากั๋วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “งั้นก็ควรรีบดำเนินการให้เสร็จทั้งสองแผน และพยายามสรุปสัญญาสำหรับจุดขายล็อตเตอรี่แต่ละจุดให้เสร็จก่อนสิ้นปีนี้”
“ได้ครับลุงรอง ผมจะรีบทำให้เสร็จโดยเร็ว” เจียงเสี่ยวไป๋รีบตอบตกลงทันที
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “นอกจากนี้ นายเคยมาพูดถึงเรื่องการขายขนมบนรถไฟใช่ไหม ? เจียปิงบอกลุงเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ลุงจึงไปที่สำนักงานการรถไฟแล้วเจรจาเรื่องนี้กับพวกเขา ที่เหลือก็แค่ให้นายรีบส่งคนไปยืนยันโดยเร็วที่สุด”
เจียงเสี่ยวไป๋ผงะอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเขาไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องดี ๆ เช่นนี้จะเกิดขึ้น “ขอบคุณลุงรองมากนะครับ ผมจะรีบส่งคนไปทันที”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ที่เหลือมันก็ขึ้นอยู่กับนายแล้ว แต่เราต้องรีบทำตามแผนทั้งสองนั้นด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและเห็นด้วย “ครับ ผมรู้แล้ว”
หลินต้ากั๋วพูดว่า “ถ้าไม่มีอะไร ลุงจะวางสายแล้วนะ”
“ลุงรอง เดี๋ยวก่อนครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋รีบหยุดเขาไว้ก่อน
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “มีอะไรอีกงั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงรอง มันเป็นแบบนี้ ผมวางแผนว่าจะจัดงานที่เจียงเฉิง……”
เขาอธิบายแผนการของเขาออกมาโดยย่อและรวดเร็วถึงเรื่องที่จะจัดประชุมตัวแทนจำหน่ายในเจียงเฉิง
หลังจากได้ยินเรื่องนี้ หลินต้ากั๋วก็พูดว่า “ถ้านายต้องการความช่วยเหลือในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ นายสามารถมาบอกเสี่ยวติงโดยตรงได้”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดว่า “ลุงรอง นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ด้วยกิจกรรมทั้งสองนี้ ผมคาดว่าจะทำให้เจียงเจียกรุ๊ปสามารถสร้างยอดขายได้มากถึง 500 ล้านหรือ 1,000 ล้านหยวน”
“อะไรนะ ? ” ที่ปลายสายอีกด้านของโทรศัพท์ เสียงของหลินต้ากั๋วดูจะสั่นเครือเล็กน้อย
500 ล้านหรือ 1,000 ล้านหยวน !
อย่าว่าแต่ในชิงโจวที่เป็นเมืองเล็ก ๆ เลย แม้แต่ในเจียงเฉิง เงินจำนวนนี้ก็เป็นตัวเลขที่มหาศาล
เขาเกือบจะคิดว่าเขาได้ยินผิดไปแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงรอง อันที่จริงงานที่ผมวางแผนจัดงานทั้งสองงานที่เจียงเฉิง ผมไม่เพียงแต่คำนึงถึงการคมนาคมที่ไม่สะดวกของชิงโจวเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างเจียงเฉิงให้กลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าขนาดเล็กระดับชาติในอนาคต”
ชาติก่อน ถนนฮั่นเจิงในเจียงเฉิงเป็นตลาดซื้อขายสินค้าขนาดเล็กที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ
ในชาตินี้ เจียงเสี่ยวไป๋ได้ก่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าในเจียงเฉิงไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการซื้อขายสินค้าขนาดเล็กได้อย่างแน่นอน และยังเป็นการสร้างตลาดซื้อขายสินค้าขนาดเล็กที่กระทบไปทั้งประเทศล่วงหน้า
หลินต้ากั๋วพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ “แล้วกิจกรรมสองอย่างนี้ของเจียงเจียกรุ๊ปมันจะส่งผลกระทบต่อเจียงเฉิงอย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงรอง นี่คือภาพลักษณ์ของเจียงเฉิง เจียงเฉิงจะกลายเป็นเมืองที่เปิดกว้าง มีอารยธรรม เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีชีวิตชีวา ซึ่งจะไปสะดุดตานักธุรกิจจากทั่วประเทศ ด้วยวิธีนี้ นักธุรกิจจะต้องมาลงทุนในเจียงเฉิงมากขึ้น หรือไม่ก็เลือกซื้อขายสินค้าจากที่นี่”
หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะคิดตามคำพูดของเขา