ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 825 ครอบครัวของหวังผิงไปที่เจียงวาน
ตอนที่ 825 ครอบครัวของหวังผิงไปที่เจียงวาน
“ขอบคุณที่ช่วยพ่อแบ่งเบาภาระนะ เดี๋ยวคืนนี้พ่อจะให้รางวัลหนูก็แล้วกัน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่ลูกสาวของเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
เจียงชานดีใจขึ้นมาทันทีและพูดด้วยความคาดหวัง “ป่าป๊าจะให้รางวัลอะไรหนูเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พ่อซื้อพลุมา เราจะกลับไปจุดพลุที่บ้านด้วยกันคืนนี้ ! ”
“ว้าว ดีเลยค่ะ ! ” เด็กน้อยกระโดดขึ้นมาและปรบมือด้วยความดีใจ
หวังกังได้ยินจึงพูดกับเฝิงเยี่ยนหงว่า “แม่ ผมก็อยากจุดพลุตอนกลางคืนเหมือนกันครับ ! ”
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “เอาล่ะ ถ้าพ่อเลิกงานแล้ว เราจะไปซื้อด้วยกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นจึงกล่าวว่า “จะไปซื้อทำไมอีก ฉันซื้อมาตั้งเยอะแยะ แบ่งเอาไปได้เลย”
“ขอบคุณครับลุงเจียง ! ” หวังกังดีใจมาก
เจียงชานกล่าวว่า “น้าเยี่ยน พรุ่งนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ ตอนเย็นมาที่เจียงวานสิคะ เสี่ยวกังและหนูจะได้จุดพลุเล่นพลุด้วยกัน”
เฝิงเยี่ยนหงแสดงสีหน้าลังเลออกมา แต่หวังกังก็จับมือเธอแล้วเร้าหรือ “แม่ครับ ไปบ้านพี่ชานชานกันเถอะนะ ได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในเมื่อเสี่ยวกังอยากไป ก็ไปด้วยกันวันนี้แหละ ! ”
หลังจากได้ยินที่เจียงเสี่ยวไป๋พูด เฝิงเยี่ยนหงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเห็นด้วย “ถ้าอย่างนั้นก็ไป ! ”
“ว้าว พี่ชานชาน แม่ของผมตกลงให้ผมไปจุดพลุกับพี่คืนนี้แล้ว ! ” หวังกังพูดด้วยความตื่นเต้น
เจียงชานกล่าวว่า “อืม ที่บ้านยังมีน้องถิงถิงด้วย พวกเราสามคนจะเล่นด้วยกัน”
“ใช่ ! ” หวังกังพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวสาร
ความสุขของเด็ก ๆ นั้นหาได้ง่ายมาก แค่ความคาดหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำให้พวกเขามีความสุขได้แล้ว
เมื่อหวังผิงมารับเฝิงเยี่ยนหงและลูกชาย เขาก็ได้ยินว่าทั้งสองจะไปบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ในช่วงเย็น เขาจึงได้แต่หัวเราะออกมาและพูดว่า “ดีเลย คืนนี้ฉันจะได้กินอาหารที่นายทำด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กลอกตาใส่เขา แต่ไม่ได้พูดอะไร เขารีบโทรกลับไปที่บ้านแล้วบอกว่าจะกลับไปทำอาหารเอง
หลังจากวางสาย ทั้งสองครอบครัวก็เดินทางกลับไปที่เจียงวาน
ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อของอะไร
สถานที่ที่มีผักสดมากที่สุดในตอนนี้คือเจียงวาน เกือบทุกวันชาวบ้านจะเอาของสดมาให้กับครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ บางครั้งก็มีอาหารมากมายเกินไปจนกินไม่หมดด้วยซ้ำ
แม้แต่หมูที่เจียงเสี่ยวไป๋เลี้ยงไว้ก็ยังมีของกิน
ปีก่อน ๆ เมื่อฤดูหนาวมาเยือน หลังจากที่เก็บหัวไชเท้าในแปลงกินหมดแล้ว ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็คือเรื่องหญ้าป้อนหมู
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาในปีนี้อีกต่อไป
ผักส่วนใหญ่ที่ปลูกในโรงเรือนหากว่าช้ำนิด ๆ หน่อย ๆ ก็จะเก็บมาให้หมูกิน ทุกครัวเรือนเก็บผักจำนวนมากในทุกวัน จึงมีเศษผักมากมาย ทุกคนจึงคิดถึงครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ ดูเหมือนว่าแต่ละครัวเรือนจะมีการตกลงกันว่าให้สลับกันเอาผักมาให้หมูของบ้านเจียงเสี่ยวไป๋ เพื่อที่ครอบครัวของพวกเขาจะได้ไม่ต้องไปตัดหญ้าให้หมูกิน
มีรถสองคันกำลังขับอยู่บนถนน เฝิงเยี่ยนหงและหวังกังนั่งอยู่ในรถจี๊ปของเจียงเสี่ยวไป๋ ส่วนอีกคันมีเพียงหวังผิงเท่านั้นที่ขับรถมินิแวน 130 ตามหลังมา
เฝิงเยี่ยนหงกล่าวว่า “การนั่งรถจี๊ปสบายกว่ามาก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ฉันก็ซื้อรถจี๊ปคันใหม่ให้หวังผิงเหมือนกัน น่าจะได้ก่อนตรุษจีนนี้”
เฝิงเยี่ยนหงพูดอย่างมีความสุข “หวังผิงบอกว่าพี่สัญญากับเขาว่าจะเอารถจี๊ปให้เขาตอนสิ้นปีนี้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขาบอกให้หวังผิงเปลี่ยนมาขับรถจี๊ป แต่ไม่ได้บอกว่าจะเอารถจี๊ปให้เขา
อย่างไรก็ตาม เชอโรกีที่เขาซื้อให้นั้นก็เป็นรถจี๊ปเหมือนกัน !
เจียงชานได้ยินจึงถามด้วยความประหลาดใจ “แล้วแบบนี้น้าเยี่ยนยังอยากได้รถจี๊ปอยู่ไหมคะ ? ”
เฝิงเยี่ยนหงสับสนและถามขึ้นมาว่า “ทำไมหนูถามแบบนั้นล่ะ ? น้าก็ยังอยากได้รถจี๊ปเหมือนเดิมนั่นแหละ ! ”
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “ก็ป่าป๊าซื้อรถนำเข้าจากต่างประเทศมาตั้งสิบแปดคันเลยค่ะ ! ”
ยกเว้นหลินเจียอินและเมิ่งเสี่ยวเป่ยที่รับรู้แล้ว คนอื่นก็ไม่มีใครรู้เรื่องที่เจียงเสี่ยวไป๋ซื้อรถยนต์นำเข้า
นอกจากนี้ ในหัวของเธอไม่มีคลังคำศัพท์รถยนต์นำเข้าเลย
ถ้าหวังผิงได้ยิน เขาต้องกระโดดเหยงขึ้นด้วยความตื่นเต้นอย่างแน่นอน
แต่เธอแค่ถามออกมาด้วยท่าทางสบาย ๆ ว่า “รถยนต์นำเข้านั่งสบายกว่ารถจี๊ปหรือเปล่า ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “มันต้องสบายกว่าคันนี้อยู่แล้ว ! ”
เฝิงเยี่ยนหงไม่พูดอะไรอีก เธอมองออกไปที่ถนนนอกหน้าต่างแล้วพูดว่า “ตอนนี้ถนนไปเจียงวานเป็นถนนลาดยางทั้งหมดแล้วสินะ ! ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ถนนส่วนใหญ่ถูกเทยางมะตอยหมดแล้ว แต่ก็ยังมีบางจุดที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไม่กี่สัปดาห์”
เฝิงเยี่ยนหงยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้ขับรถโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะตกหลุมตกบ่อแล้ว”
พวกเขาคุยกันไปตลอดทาง ไม่นานก็ถึงบ้าน
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ! ”
ทันทีที่ขับรถเข้าประตูไป ก็มีเสียงสุนัขเห่าดังขึ้น ทำเอาหวังกังเกือบวิ่งหนีด้วยความกลัว แม้แต่หวังผิงก็ยังตกใจเมื่อเห็นเจ้าเจียงซือที่ตัวใหญ่เหมือนสิงโต
โชคดีที่เจียงไห่หยางรู้ว่าครอบครัวของหวังผิงจะมาด้วย เขาจึงล่ามเจียงซือไว้ก่อน
เจียงชานมองท่าทางหวาดกลัวของหวังกังก็หัวเราะออกมา “น้องเสี่ยวกังเป็นผู้ชายแท้ ๆ ทำไมถึงยังขี้กลัวแบบนี้ ! ”
จากนั้น หนูน้อยก็เดินไปหาเจียงซือ เธอลูบหัวของมันแล้วพูดด้วยเสียงหวาน “เจียงซือ อย่าเห่า นี่คือแขกของฉัน ! ”
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ! ”
เจียงซือเอาหน้าคลอเคลียร่างของเจ้านายตัวน้อยอย่างเสน่หา และเห่าออกมาอีกสองสามครั้ง แต่เสียงนั้นเบากว่าเมื่อครู่นี้มาก
“ดูสิ เจียงซือเก่งมาก มันฟังที่หนูบอกด้วย” เจียงชานพูดด้วยรอยยิ้ม
หวังกังสงบลงและมองไปที่เจียงซือด้วยความชื่นชอบ แต่ก็หวาดกลัวเล็กน้อย
“พี่ชานชาน สุนัขของพี่ตัวใหญ่มาก ! ”
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ! ”
เจียงซือเห่าใส่หวังกังอีกหลายครั้ง ทำท่าแยกเขี้ยวเหมือนพยายามที่จะกระโจนใส่
เจียงชานกล่าวว่า “เสี่ยวกัง นายต้องเรียกมันว่าเจียงซือ”
“โอ้ โอ้ โอ้ ! ” หวังกังรีบพูดอย่างรวดเร็ว “เจียงซือ เจียงซือ ! ”
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ! ”
เสียงเห่าของเจียงซือเบาลงกว่าเดิมมากจริง ๆ
ในเวลานี้ เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ก็เดินออกมาจากประตูบ้าน
“สวัสดีครับลุง สวัสดีครับป้าสาม ! ”
“สวัสดีค่ะลุง สวัสดีค่ะป้าสาม ! ”
หวังผิงและเฝิงเยี่ยนหงต่างกล่าวทักทาย ส่วนหวังกังก็เดินเข้าไปทักทายพวกเขาอย่างสนิทสนมเช่นกัน
เจียงไห่หยางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผิงผิง เยี่ยนหง มาแล้วสินะ เข้ามาข้างในบ้านก่อน จะได้ไม่หนาว”
หลังจากเชิญทุกคนเข้าไปในบ้านและนั่งลงที่โต๊ะหลุมไฟ เจียงไห่หยางก็แจกบุหรี่ ส่วนหวังซิ่วจวี๋ก็ไปชงชา ทั้งคู่ดูกระตือรือร้นมาก
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋สูบบุหรี่เสร็จ เขาก็ไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหาร
ยังมีเนื้อสุนัขตากแห้งสองชิ้นที่เขานำกลับมาจากถู่เฉิงเมื่อครั้งที่แล้ว ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงหยิบมาหนึ่งชิ้นแล้วเริ่มตุ๋นเนื้อสุนัขตากแห้งในหม้อ และคั่วถั่วเหลืองต่อ
การกินเนื้อสุนัขตากแห้งในฤดูหนาวมีความเชื่อว่าจะช่วยเติมพลังชี่และสร้างความร้อนให้กับร่างกายได้
หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง อาหารก็ถูกเสิร์ฟ เนื้อสุนัขตากแห้งที่ตุ๋นในหม้อได้ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว
“นี่คืออะไรเหรอครับ ? ”
หวังกังไม่เคยกินเนื้อสุนัขตากแห้งมาก่อน ดังนั้นเขาจึงดมกลิ่นของมันและพูดว่า “มันมีกลิ่นหอมมาก ! ”
เจียงชานกล่าวว่า “นี่คือเนื้อสุนัขตากแห้ง ลุงหยินจากถู่เฉิงให้ฉันมา”
หวังผิงมองไปที่หม้อตุ๋นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เอาล่ะ รองประธานเมิ่งเรียกให้เข้าประชุมเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมที่จะจัดในเจียงเฉิงทุกวัน ซึ่งทำให้ฉันเหนื่อยมาก วันนี้ฉันต้องกินเยอะ ๆ เพื่อชดเชยพลังงานที่เสียไป!”
หลังจากพูดจบ เขาก็พูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “มีอาหารอร่อยขนาดนี้ รีบเอาเหล้าดี ๆ ที่นายซ่อนไว้ออกมาสักสองขวดสิ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ได้ ถือเป็นการต้อนรับปีใหม่ด้วยเหล้าชั้นดีสองขวด”
เขาเดินไปหยิบเหล้าเหมาไถปี 1963 ออกมาสองขวด
เหล้าเหมาไถที่อายุยี่สิบปีส่งกลิ่นหอมออกมาทันทีที่เปิดเกลียวของมัน
หวังผิงมีความสุขมากจนไม่สามารถหุบยิ้มได้
เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากที่มาบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋เพื่อเฉลิมฉลองวันปีใหม่ในวันนี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีโอกาสได้ดื่มเหล้าที่หอมกรุ่นเช่นนี้แน่นอน
“ฉันจะเทเอง ! ”
หวังผิงคว้าขวดเหล้ามาแล้วเทให้เจียงไห่หยางก่อน จากนั้นก็เทให้เจียงเสี่ยวไป๋ และสุดท้ายก็เทให้ตัวเอง
เจียงเสี่ยวไป๋จึงเดินไปเอานมถั่วเหลืองมาให้กับหลินเจียอิน เฝิงเยี่ยนหง หวังซิ่วจวี๋และเด็กทั้งสามคน
“สวัสดีปีใหม่ ! ”
“สวัสดีปีใหม่ ! ”
“……”
ทุกคนในครับครอบดื่มและทานอาหารเย็นด้วยกันอย่างมีความสุข เป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่ที่มาถึงนี้