ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 826 หิมะตกแล้ว มาจุดพลุกัน
ตอนที่ 826 หิมะตกแล้ว มาจุดพลุกัน
ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋กำลังทานอาหารอยู่ที่ห้องโถงด้านข้าง ไม่นานข้างนอกก็เริ่มมืดลง
ในท้องฟ้ายามค่ำคืน เกล็ดหิมะค่อย ๆ ปลิวตกลงมา
ในตอนแรกก็ยังคงตกมาเป็นครั้งคราว แต่นานไปก็เริ่มมีเกล็ดหิมะตกลงมามากขึ้นเรื่อย ๆ เกล็ดหิมะลอยอยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืนพร้อมกับลมหนาวที่พัดผ่านมา
“ป่าป๊าคะ เมื่อไหร่เราจะจุดพลุ ? ”
เจียงชานตื่นเต้นมากที่จะได้จุดพลุ เมื่อเธอทานอาหารได้ครึ่งทาง เธอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามผู้เป็นพ่อ
เจียงไห่หยางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและถามว่า “นี่ไม่ใช่ตรุษจีน ทำไมเราถึงจุดพลุล่ะ ? ”
หวังซิ่วจวี๋ยังกล่าวอีกว่า “ใช่ เช้านี้แม่ไม่ได้ซื้อพลุติดมาไว้เลย จะไปเอาพลุมาจากไหน ? ”
เจียงชานจึงพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “ป่าป๊าซื้อมาและเก็บไว้ในรถแล้วค่ะ”
เจียงไห่หยางมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “แกซื้อพลุมาด้วยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ผมซื้อมานิดหน่อยครับ”
เจียงไห่หยางเม้มริมฝีปาก เขาไม่เชื่อ ทุกครั้งที่เจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าซื้อมานิดเดียว สุดท้ายมันก็มีจำนวนมากมายอยู่ดี
ในอดีต ทุกครั้งที่เจียงเสี่ยวไป๋ใช้เงิน เขาจะรู้สึกกลัวตลอด เพราะเจียงเสี่ยวไป๋ใช้เงินมือเติบเกินไป
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มคุ้นเคยกับมันแล้ว
ดังนั้นเขาจึงแค่พูดว่า “ไว้ค่อยเอาลงมาจากรถ แล้วเอาไปจุดที่ลานด้านล่าง”
เจียงชานพูดว่า “ป่าป๊าคะ เราขับรถลงไปตรงนั้นก็ได้ จะได้ไม่ต้องยกมันไปอีก”
เมื่อเจียงไห่หยางได้ยิน เขาก็รู้ว่าการคาดเดาของเขาถูกต้องจริง ๆ เด็กคนนี้ซื้อมาเยอะอย่างที่คิดแน่นอน
เขาจึงพูดกับเจียงชานว่า “เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าหัดขี้เกียจ อยากจะจุดพลุ แต่ขี้เกียจขนพลุลงไป แบบนี้มันไม่ได้”
เจียงชานพูดอย่างภาคภูมิใจ “ป่าป๊าบอกว่าคนเราต้องเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือเพื่อทุ่นแรงและช่วยเพิ่มความสะดวกสบายค่ะ”
เจียงไห่หยางได้ยินแบบนั้นก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เพราะความเกียจคร้าน แต่อ้างว่าใช้ทุ่นแรง ปู่ชื่นชมหลานจริง ๆ เอาล่ะ รีบกินเถอะ หลังจากกินเสร็จก็จะได้จุดพลุแล้ว หากรอให้ดึกเกินไป อาจจะรบกวนการพักผ่อนของชาวบ้านเอาได้”
เดิมที เจียงเสี่ยวไป๋วางแผนที่จะเริ่มจุดพลุตอนห้าทุ่ม ซึ่งใกล้จะถึงเที่ยงคืนพอดี แต่หลังจากฟังคำพูดของ เจียงไห่หยางแล้ว เขาก็จำได้ว่าคนในชนบทเข้านอนเร็ว ในสมัยก่อนเป็นเพราะต้องการประหยัดน้ำมันก๊าดที่ใช้จุดไฟในตอนกลางคืน ชาวบ้านจึงเข้านอนตั้งแต่สองสามทุ่มแล้ว
แต่ทุกวันนี้ ทุกครัวเรือนมีทีวี และผู้คนมักจะเข้านอนหลังจากละครจบตอนสี่ทุ่มครึ่ง
เจียงเสี่ยวไป๋ทำได้เพียงเปลี่ยนใจและตัดสินใจว่าจะจุดพลุหลังจากทานข้าวเสร็จ
ไม่นาน เจียงชานก็กินข้าวเสร็จก่อน เธอทิ้งตะเกียบแล้ววิ่งออกไปทันที
“ป่าป๊าคะ หิมะตก ! ”
ทันทีที่เธอไปถึงประตู เธอก็ตะโกนขึ้นมา
ในห้องเจียงไห่หยาง หวังซิ่วจวี๋และคนอื่นตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยืนขึ้นและเดินไปที่ประตู
แม้แต่หลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหงก็เดินตามมา
“หิมะตกจริงด้วย ! ”
“ถึงว่าทำไมวันนี้ถึงหนาวมาก ที่แท้เป็นเพราะหิมะจะตกนี่เอง”
‘หิมะเริ่มตกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน พื้นเริ่มเปียกไปหมดเลย”
“ช่างเถอะน่า ปล่อยมันไป”
“ตอนนี้หิมะตก เกรงว่าคืนนี้จะต้องรีบจุดพลุให้เสร็จ”
“ใช่แล้ว ดูเหมือนว่าหิมะจะไม่เบาลงด้วย”
“นี่เป็นหิมะแรกของปีนี้เลยนะ ! ”
“วันปีใหม่หิมะตก เยี่ยมมาก หิมะมงคลถือเป็นปีที่ดี ! ”
“ใช่แล้ว หิมะมงคลบ่งบอกถึงการเก็บเกี่ยวที่ดี ปีหน้าจะต้องเป็นปีที่ดีแน่นอน”
“……”
หลายคนรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นเกล็ดหิมะลอยอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน
เจียงชาน เจียงถิง และหวังกังมีความสุขกว่าใคร พวกเขาวิ่งไปที่ลานหน้าบ้านเพื่อไล่จับเกล็ดหิมะ
หลังจากที่วุ่นวายมาระยะหนึ่งแล้ว หวังซิ่วจวี๋ก็พูดว่า “ถิงถิงกับเสี่ยวกังยังทานอาหารไม่เสร็จเลย รีบกลับเข้ามาทานให้หมดก่อน หลังจากทานเสร็จแล้วค่อยไปเล่นใหม่”
“อ้อ”
“เอาล่ะ ฉันใกล้จะหมดแล้ว ! ”
เด็กน้อยทั้งสองตอบตกลงแล้วรีบกลับไปกินข้าวข้างในบ้านให้เสร็จ
หลังจากที่เจียงไห่หยางกลับมาที่โต๊ะแล้ว ทั้งสามคนก็ดื่มต่อ
พวกเขาทั้งสามดื่มเหมาไถไปสองขวด แต่ละคนเริ่มเมาแล้ว
เจียงไห่หยางที่เห็นว่าเริ่มเมาแล้วจึงพูดว่า “มาจุดพลุกันเถอะ”
เจียงชาน เจียงถิง และหวังกังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อมานานแล้ว พวกเขาตะโกนด้วยความดีใจขึ้นมาทันที และเดินตามเจียงเสี่ยวไป๋ออกไปที่โกดังใต้ดิน
หลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหงก็เดินออกประตูมาเหมือนกัน แต่พวกเธอยืนอยู่แค่ที่ลานด้านนอกเท่านั้น ไม่ตามลงไป
“ยืนอยู่ตรงนี้ก็มองเห็นได้ ! ” หลินเจียอินกล่าว
เฝิงเยี่ยนหงพยักหน้า “การดูพลุที่ดีจะต้องดูจากที่สูง”
พวกเธอทั้งสองยืนอยู่ข้างลาน โดยมีเกล็ดหิมะตกลงมาบนหัวและไหล่ของพวกเธอ
หวังซิ่วจวี๋เดินตามออกมา และพูดด้วยความกังวลเล็กน้อย “หิมะและลมก็พัดแรง พวกลูกทั้งสองไม่ควรมายืนตากลมแบบนี้ รีบเข้าไปในบ้านเถอะ”
เฝิงเยี่ยนหงยิ้ม “ป้าสาม ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราขอยืนดูพลุตรงนี้สักพัก”
หวังซิ่วจวี๋รู้ว่าอย่างไรทั้งสองคนก็คงจะไม่ฟังเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่คิดที่จะเกลี้ยกล่อมอะไรอีก
เจียงเสี่ยวไป๋ขับรถไปที่ลานเล็ก ก่อนจะเปิดท้ายรถออกเผยให้เห็นว่ามันเต็มไปด้วยพลุและดอกไม้ไฟชนิดต่าง ๆ
“ว้าว มันเยอะมาก ! ”
หวังกังอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น และรีบไปหยิบเอาพลุระเบิดออกมาสองสามอัน
พลุระเบิดนั้นเป็นท่อบาง ๆ เหมือนกับท่อนไม้ไผ่ แต่เป็นท่อที่ทำมาจากกระดาษแข็งที่พันด้วยกระดาษสีแดงและมีตะกั่วอยู่ข้างใน แล้วมีชนวนอยู่ด้านบนสุด
วิธีเล่นให้จับด้านล่างโดยให้ปลายด้านหนึ่งชี้ขึ้น หลังจากจุดชนวน ลูกไฟก็จะดีดออกจากลำกล้องและลอยขึ้นไประเบิดบนท้องฟ้าเป็นแสงวาบวับและมีเสียงดัง
เจียงชานและเจียงถิงต่างก็เคยเล่นมันมานับครั้งไม่ถ้วน
ส่วนหวังผิงก็มองไปที่พลุไฟเหล่านี้และรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “นายซื้อมาเยอะมาก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “รีบช่วยฉันขนออกไปเร็วเข้า เราจะได้จุดมันสักที ! ”
หวังผิงพยักหน้าและช่วยเจียงไห่หยางยกกล่องพลุออกมาทั้งหมด
“ป่าป๊า รีบจุดไฟเร็ว ! ” หวังกังวิ่งไปหาหวังผิงและตะโกนเสียงดัง
หวังผิงพูดว่า “ลูกไม่กลัวเหรอ ? ”
หวังกังส่ายหัว ความกระตือรือร้นที่จะได้เห็นเต็มไปทั่วใบหน้าของเขา
หวังผิงพยักหน้าอย่างมีความสุข มันจะดีกว่าถ้าเด็กชายกล้าหาญกว่านี้ เขาหยิบไฟแช็กที่ใช้แล้วทิ้งออกมาและกำลังจะช่วยหวังกังจุดชนวน แต่เจียงชานก็ตะโกนมาว่า “ลุงหวังคะ หนูก็อยากจุดด้วยเหมือนกัน”
หวังผิงรู้สึกขบขันและพูดว่า “สาว ๆ แค่ดูก็พอ เพราะการจุดพลุเองนั้นอันตรายมาก”
เจียงชานดูไม่กังวลและพูดด้วยน้ำเสียงที่หวาน “ขนาดเสี่ยวกังยังกล้าจุด ทำไมหนูจะไม่กล้าล่ะคะ ? ”
“หนูเป็นพี่สาวของเขาเชียวนะ ! ”
“ต้องให้หนูจุดก่อน ! ”
หวังผิงยิ้ม “เอาล่ะ หนูต้องจับอย่างระมัดระวัง อย่าปล่อยให้หลุดมือเพราะตกใจเด็ดขาด ไม่งั้นพลุอาจจะกระเด็นโดนใบหน้า ทำให้เราบาดเจ็บได้”
ขณะที่เขาพูด เขาก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋เฝ้าดูจากด้านข้างและไม่ได้หยุดเขาเลยแม้แต่น้อย
เจียงชานกะพริบตาไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ได้ค่ะ หนูจะจับมันให้แน่นแน่นอน”
จากนั้น หวังผิงก็จุดชนวนพลุในมือของเจียงชาน
“ซิซซี่…”
ประกายไฟเผาไหม้เข้าไปใน ‘กระบอกปืนใหญ่’ อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มีเสียงดัง ‘ปัง ! ’ ลูกไฟถูกยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าสูงสามสิบถึงสี่สิบเมตร ก่อนที่มันจะระเบิดดัง ‘ปัง ! ’ อีกครั้ง ทันใดนั้น พลุดอกไม้ไฟก็เบ่งบานประกายแสงอันเจิดจ้าออกมา
“ปัง ปัง ปัง ! ”
เสียงระเบิดดังขึ้นมาหลายครั้งติดต่อกัน ดอกไม้ไฟก็เบ่งบานประกายส่องสว่างในท้องฟ้ายามค่ำคืน
“สวยมาก ! ”
“สวยจริง ๆ ! ”
หวังกังและเจียงถิงต่างก็โห่ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
อย่างไรก็ตาม พลุถือหนึ่งแท่งนั้นจะมีดอกไม้ไฟเพียงไม่กี่ลูก และในไม่ช้า เจียงชานก็ถือท่อเปล่าในมือ
ท้องฟ้ายามค่ำคืนก็กลับมาสงบอีกครั้ง
“พ่อ มาจุดให้ผมเลย ! ” หวังกังชูพลุถือขึ้น แล้วพูดเสียงดัง
เจียงชานยังโยนหลอดเปล่าในมือของเธอออกไป หยิบอันใหม่แล้วเรียกเจียงถิง “น้องถิงถิง มาจุดพลุด้วยกันสิ ! ”