ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 856 ทุกคนเดินทางมาถึงเจียงเฉิงแล้ว
ตอนที่ 856 ทุกคนเดินทางมาถึงเจียงเฉิงแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา วันนี้ก็เป็นวันที่ 10 แล้ว
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เฝิงเยี่ยนหงและหวังกังกลับไปเจียงวานพร้อมกับเจียงเสี่ยวไป๋ทุกวันหลังจากที่เลิกงานแล้ว
และวันนี้ก็ถึงวันที่ต้องออกเดินทางไปเจียงเฉิงแล้ว
ในตอนเช้า เจียงเสี่ยวไป๋ เจียงชาน เจียงถิง และหวังกังก็ได้ออกเดินทางไปแล้ว
แต่หลินเจียอินและเฝิงเยี่ยนหงยังไม่ได้กลับเข้าไปในเมืองกับพวกเขา เมื่อเห็นว่ารถจี๊ปของเจียงเสี่ยวไป๋ หายไป เฝิงเยี่ยนหงก็รู้สึกเคว้งคว้างในทันที
หลังจากที่แต่งงานกันมาหลายปี นี่ก็เป็นครั้งแรกเลยที่สามีและลูกชายของเธอจากไปโดยที่ทิ้งเธอเอาไว้ตามลำพัง มันไม่ชินเอาเสียเลย
“เป็นอะไรไป ? เป็นห่วงพวกเขาเหรอ ? ” หลินเจียอินมองไปที่เฝิงเยี่ยนหงและถามออกมาด้วยรอยยิ้ม
เฝิงเยี่ยนหงเลยพูดต่อว่า “ก็ใช่ แต่ก็ไม่ได้เป็นห่วงมากเท่าไหร่…”
ดีที่มีเจียงเสี่ยวไป๋ไปด้วย เธอเลยไม่ได้เป็นห่วงมากเท่าไหร่
แต่มันก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ !
แต่ก็ยังมีอีกเรื่องที่น่าห่วง
ลูกชายของเธอยังคงเป็นเด็กอยู่ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้ไปไหนไกล ๆ
หลินเจียอินยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอก ตอนชานชานไปเจียงเฉิงกับพ่อของเธอเป็นครั้งแรก เมื่อก่อนฉันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน แต่พอมันเกิดขึ้นบ่อย ๆ ตอนนี้ฉันก็ชินแล้ว”
เฝิงเยี่ยนหงพูดต่อว่า “น่าจะใช่”
หลินเจียอินกล่าวว่า “วันนี้ก็พักอยู่ที่บ้านต่ออีกสักวันหนึ่งก่อน พรุ่งนี้ค่อยให้เฉินซินมารับเรา”
“อื้ม ! ” เฝิงเยี่ยนหงตอบรับ แล้วเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับหลินเจียอิน
……
“ในที่สุด เราก็จะได้ไปเจียงเฉิงแล้ว ! ”
ภายในรถของเจียงเสี่ยวไป๋ หวังกังยังคงรู้ตื่นเต้นไม่หาย เขาหันไปถามเจียงถิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า “ถิงถิง เธอดีใจไหม ? ”
“ดีใจสิ ! ” เจียงถิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ฉันก็ดีใจเหมือนกัน ! ” หวังกังเองก็พูดออกมาด้วยความตื่นเต้นด้วยเหมือนกัน “ฉันได้ยินมาจากพี่ชานชานว่าห้างสรรพสินค้าในเจียงเฉิงใหญ่มาก แถมของข้างในนั้นก็เยอะมากด้วยเหมือนกัน ฉันอยากให้พ่อพาฉันไปซื้อของที่นั่นจัง ! ”
เจียงถิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าเล็กน้อยหลังจากได้ยินสิ่งนี้
เพราะว่าในตอนนี้ พ่อของเธอไม่ได้อยู่ที่เจียงเฉิง
เจียงชานเมื่อเห็นแบบนั้นก็ยิ้มและพูดออกมาว่า “ถิงถิง พอไปถึงเจียงเฉิงแล้ว เดี๋ยวพี่จะขอให้ป่าป๊าพาไปที่ห้างสรรพสินค้าดีไหม ? ถิงถิงจะได้ซื้อของที่อยากได้”
หวังกังถามว่า “ถิงถิง แล้วเธออยากจะไปซื้ออะไรเหรอ ? ”
เจียงถิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หนูอยากซื้อกระเป๋าให้แม่ ใบที่สวย ๆ เหมือนกับของคุณป้า”
หวังกังกล่าวต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ฉันก็อยากซื้อให้แม่ฉันด้วยเหมือนกัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ที่กำลังขับรถอยู่นั้นก็ได้ฟังเด็ก ๆ คุยกันไปด้วยพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขา
แม้ว่าคำพูดของเด็ก ๆ มันจะดูเรียบง่ายมาก แต่สิ่งที่ได้ยินออกมาจากปากของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความรักแม่ของพวกเขามาก ไม่เหมือนกับเด็กที่เขาเคยเจอในยุคหลังที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจประดุจเป็นนายหญิงนายท่านคนหนึ่ง
และผลจากการเอาอกเอาใจ ตามใจตั้งแต่เด็กนั้น มันทำให้เด็กหลายคนเมื่อโตขึ้นมาแล้วจะมีนิสัยก้าวร้าว เอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ แถมยังไม่ค่อยกตัญญูต่อพ่อแม่ด้วย แม้กระทั่งคำพูดก็พูดไม่ดีกับพ่อแม่
บางทีเด็กที่เกิดในยุคนี้อาจมีมนุษยธรรมมากกว่า เพราะพวกเขาต้องผ่านช่วงเวลาที่จะต้องอดทนกับความยากลำบาก !
หลังจากที่ขับเข้ามาในเมืองแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ขับรถตรงไปที่เทศบาลเมืองทันที เขามองดูเด็กทั้งสามคนผ่านกระจกมองหลังแล้วพูดว่า “ทุกคน ยังจำที่ลุงบอกได้ไหม ? ”
“จำได้ครับ ลุงเจียงบอกให้พวกเราเชื่อฟังและเป็นเด็กดี” หวังกังกล่าว
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “หลังจากนี้เราจะต้องนั่งรถตู้ต่อไปเจียงเฉิง แต่บนรถมีลุง ๆ อีกหลายคน พวกเขาอาจจะไม่ใจดีเท่าลุงนะ เพราะงั้น……”
“ป่าป๊า กลายเป็นคนพูดมากเหมือนหม่าม๊าตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ” เจียงชานกล่าว “ป่าป๊าเคยพูดไปหลายครั้งแล้ว พวกเราจำมันได้”
“คุณลุง หนูก็จำได้เหมือนกัน ! ” เจียงถิงพูดออกมาเบา ๆ
ไม่นาน รถก็ได้ขับมาถึงที่เทศบาลเมือง ด้านหน้าของพวกเขาตอนนี้มีรถมินิบัสจอดอยู่โดยมีเฉินเซียนจิ้นและเฉิงเสี่ยวเหวยยืนอยู่ข้างรถ แต่ทันทีที่พวกเขาเห็นรถของเจียงเสี่ยวไป๋ที่กำลังขับเข้ามา พวกเขาก็รีบทักทายในทันที
เมื่อเจียงเสียวไป๋จอดรถเสร็จแล้ว เฉินเซียนจิ้นก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ผู้ช่วยเจียงมาถึงแล้ว มาเร็ว ตอนนี้ทุกคนกำลังรอคุณอยู่”
เจียงเสี่ยวไป๋ก้มมองไปที่นาฬิกาของเขา “คุณบอกว่าออกเดินทางตอน 08.30 น. ไม่ใช่เหรอ ? ยังเหลืออีกตั้ง 6 นาที”
เฉินเซียนจิ้นยิ้มแห้งแล้วพูดว่า “เวลาที่กำหนดไว้คือ 08.30 น. ก็จริง แต่โดยปกติแล้วเวลา 8.10 น. ทุกคนก็จะต้องมาถึงแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขอโทษ “อ้าวเหรอ ขอโทษที ฉันไม่รู้ว่าจะต้องทำแบบนั้น”
เฉินเซียนจิ้นโบกมือ “ไม่เป็นไร มาเดี๋ยวผมช่วยคุณถือกระเป๋าเอง”
เฉิงเสี่ยวเหวยก็เข้ามาช่วยด้วยเช่นกัน หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้พาทุกคนไปขึ้นรถ
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋พาเด็กทั้งสามคนขึ้นรถแล้ว ก็ได้เห็นว่านอกจากนายกเทศมนตรีจางและรองนายกเทศมนตรีถัง ก็ยังมีคนรู้จักอีกหลายคนที่อยู่ในรถ
มีทั้งฟู่เต๋อเจิงประธานสำนักงานหนังสือพิมพ์ หงเหว่ยผู้อำนวยการฝ่ายนักข่าว
เจิ้งเจียฮุ่ยผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ จางเหว่ยที่เป็นนักข่าว พิธีกรหลี่หลิงหลิง
หวังเต๋อคุนผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรม เฉินเหมยผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงาน
เฉียนฟางอี้ผู้อำนวยการสำนักงานคลังเมืองชิงโจว หลี่หงจวินผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานของสำนักงานคลัง
นอกจากนี้ยังมีซ่งเจี้ยนจวินจากสำนักก่อสร้าง ฉู่หยุนฮุ่ยจากสำนักงานที่ดิน หลิวเฟิ่นโต้วจากสำนักเกษตรกรรม เฟ่ยตู้จือจากสำนักงานป่าไม้และคนอื่น
ยังมีอีกสองสามคนที่เขาไม่รู้จัก
ทุกคนยกเว้นนายกเทศมนตรีจางและรองนายกเทศมนตรีถังต่างก็ดูตกใจเมื่อเห็นเจียเสี่ยวไป๋เดินขึ้นมาบนรถพร้อมกับเด็กอีกสามคน
“ท่านผู้นำ ผมขอโทษที่มาสาย ! ”
เนื่องจากมีคนเยอะมาก เจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่สามารถทักทายให้หมดทุกคนได้ เขาเลยพูดทักทายแบบรวม ๆ
รองนายกเทศมนตรีถังจึงพูดล้อเลียน “วันนี้คุณคือตัวเอกสินะ เพราะตัวเอกมักจะปรากฏตัวเป็นคนสุดท้ายเสมอ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและชี้ไปที่คนขับตรงหน้า “เขาต่างหากที่เป็นตัวเอก”
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา นั่นจึงทำให้รองนายกเทศมนตรีถังก็ส่ายหัวออกมาด้วยเช่นกัน
นายกเทศมนตรีจางกล่าวว่า “เบาะหลังกว้างที่สุด เว้นไว้ให้คุณโดยเฉพาะเลย”
รถมินิบัสจะมีทางเดินตรงกลางเสมอ และที่นั่งจะอยู่ฝั่งละ 2 ที่นั่ง โดยเฉพาะที่นั่งแถวสุดท้ายเท่านั้นที่เป็นเหมือนโซฟาที่สามารถรองรับคนได้สี่ถึงห้าคน
เจียงเสี่ยวไป๋ขอบคุณเขา ก่อนที่จะพาเด็กทั้งสามคนไปนั่งที่แถวสุดท้าย
หลังจากนั้นไม่นาน รถมินิบัสก็ได้เริ่มออกเดินทางอย่างช้า ๆ
เด็กน้อยทั้งสามคนตื่นเต้นมาก แต่พวกเขาทั้งหมดจำคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ได้ จึงไม่กล้าส่งเสียงดังใด ๆ ออกมา พวกเขาจึงทำได้เพียงแค่กระซิบกันก็เท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข หลังจากที่พูดคุยกันกับซ่งเจี้ยนจวินที่นั่งเบาะหน้าเขาไปสองสามคำ เขาก็หลับตาพักผ่อน
ระหว่างทาง รถมินิบัสก็ได้มีการจอดเพื่อเปลี่ยนคนขับไปจนถึงเช้า และได้มาถึงเจียงเฉิงประมาณ 10.00 น.
อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็มาถึงเกสต์เฮาส์หงซาน
นายกเทศมนตรีจาง รองนายกเทศมนตรีถังและคนอื่นได้ลงจากรถมินิบัสทีละคน หลี่กั๋วชิ่งที่เป็นผู้รับผิดชอบประสานงานสำนักงานของชิงโจวและเจียงเฉิงกับเมิ่งเสี่ยวเป่ยจากเจียงเจียกรุ๊ปที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วก็ได้กล่าวทักทายออกมา
“สวัสดีครับ นายกเทศมนตรีจาง ! เดินทางมาเหนื่อยแย่เลย ! ” หลี่กั๋วชิงเป็นคนแรกที่กล่าวทักทาย
นายกเทศมนตรีจางพยักหน้าและมองไปที่เมิ่งเสี่ยวเป่ย “รองประธานเมิ่ง ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักของคุณ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวตอบออกมาอย่างสุภาพ “ขอบคุณที่ไว้ใจเรา เราสบายดี แต่คุณเดินทางมาเหนื่อย ๆ ดังนั้นรีบขึ้นไปอาบน้ำและพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะรายงานให้ท่านผู้นำทราบในภายหลัง”
นายกเทศมนตรีจางพยักหน้า
ทุกคนลงจากรถทีละคน หลังจากที่ทักทายกันเสร็จแล้ว ต่างคนต่างหยิบกุญแจห้องกลับเข้าห้องไปอาบน้ำห้องใครห้องมัน
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยังคงได้ห้องสวีทที่มีสองเตียง เพราะเขามีเด็กน้อยทั้งสามมาด้วย
เจียงถิงและหวังกังพักที่เกสต์เฮาส์เป็นครั้งแรก เมื่อพวกเขาเห็นสิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ และพวกเขาก็ตื่นเต้นอยู่นาน
หลังจากวุ่นวายกันสักพัก ทุกคนก็ได้อาบน้ำกันจนเสร็จ
เจียงเสี่ยวไป๋เรียกทั้งสามคนมารวมกันแล้วพูดว่า “ชานชาน หนูกับเสี่ยวถิง เสี่ยวกังอยู่ในห้องกันไปก่อน เดี๋ยวพ่อจะไปหาคนมาดูแลพวกลูกให้”
เจียงชานจึงกล่าวว่า “ป่าป๊าไปทำงานก่อน ไม่ต้องห่วงเรา เดี๋ยวค่อยพาเราไปเที่ยวตอนป่าป๊าทำงานเสร็จแล้วก็ได้”
เธอตบไปที่หน้าอกเพื่อทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่เล็กน้อยในชุดเสื้อผ้าตัวจิ๋ว และพูดต่อว่า “หนูจะดูแลน้องถิงถิงกับน้องเสี่ยวกังอย่างดีเอง ไม่ต้องห่วง และพวกเขาจะไม่วิ่งไปไหนมาไหนอย่างแน่นอนค่ะ”