ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 857 เคลื่อนไหวอีกครั้ง
ตอนที่ 857 เคลื่อนไหวอีกครั้ง
ภายในห้องประชุมของเกสต์เฮาส์หงซานตอนนี้ นายกเทศมนตรีจาง รองนายกเทศมนตรีถัง และคนอื่นต่างก็กำลังตั้งใจฟังการรายงานของเมิ่งเสี่ยวเป่ยอย่างตั้งใจด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น
ตอนก่อนที่จะมาถึง นายกเทศมนตรีจางและคนอื่นต่างก็กดดันกันอย่างมาก
เจียงเจียกรุ๊ปได้จัดการประชุมเรื่องการสั่งซื้อของตัวแทนจำหน่ายและงานแสดงการลงทุนระดับชาติในเจียงเฉิงด้วยความฮือฮา อาจจะดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องของเจียงเจียกรุ๊ปเพียงเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วมันเกี่ยวข้องกับชิงโจวด้วย เพราะเรื่องนี้สามารถยกระดับผลงานของทีมงานรัฐบาลในชิงโจวได้
แต่ไม่ว่าอย่างไร เจียงเจียกรุ๊ปก็เป็นองค์กรที่มีอุตสาหกรรมในเครือมากที่สุดในเมืองชิงโจวอยู่ดี
แม้ว่าพวกเขาจะเชื่อในความสามารถของเจียงเสี่ยวไป๋ก็จริง แต่เป้าหมายที่เจียงเสี่ยวไป๋ต้องการนั้นมันใหญ่มากจนไม่ว่าใครก็คิดว่ามันเป็นไปได้ยาก
แต่หลังจากที่ได้ฟังการรายงานของเมิ่งเสี่ยวเป่ย ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อรู้ว่ายังมีตัวแทนจำหน่ายอีกมากกว่า 6,000 คนที่จะมาเข้าร่วมในการประชุมสั่งซื้อ และมีอีกเกือบ 3,000 คนที่จะมาเข้าร่วมในงานมหกรรมการลงทุนนี้
ถ้าเกิดว่ามีคนมาเยอะขนาดนี้ มันจะต้องสำเร็จได้อย่างแน่นอน
ขนาดเจียงเสี่ยวไป๋เองยังไม่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนมาเข้าร่วมงานเกือบหมื่นคน ที่เขาคิดนั้นอาจจะประมาณแค่ห้าหรือหกพันคนเท่านั้นเอง
หลังจากที่ประชุมเสร็จแล้ว ทุกคนต่างก็ค่อย ๆ ทยอยเดินออกไปจากห้อง เหลือก็เพียงแค่ 5 คนในห้องประชุม ได้แก่ เจียงเสี่ยวไป๋ นายกเทศมนตรีจาง รองนายกเทศมนตรีถัง เมิ่งเสี่ยวเป่ย และเฉินอันผิงที่ยังคงอยู่ในห้องอยู่
ไม่นาน นายกเทศมนตรีจางก็ได้หัวเราะออกมาและพูดว่า “รองประธานเมิ่ง รองประธานเฉิน ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักของคุณ พวกคุณเตรียมตัวมาดีมากเลย มันทำให้ฉันคลายความกังวลใจไปได้หมดแล้ว”
รองนายกเทศมนตรีถังยังกล่าวอีกว่า “รองประธานเมิ่ง รองประธานเฉิน ถ้างานนี้ประสบความสำเร็จได้ด้วยดี คุณไม่เพียงแต่เป็นวีรบุรุษของเจียงเจียกรุ๊ปเท่านั้น แต่ยังเป็นวีรบุรุษของเมืองชิงโจวอีกด้วย ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักของพวกคุณ ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดอย่างนอบน้อมว่า “ท่านผู้นำทั้งสองก็พูดเกินไปแล้ว” จากนั้น เธอก็ชี้ไปที่เฉินอันผิง “รองประธานเฉินและฉันเป็นแค่พนักงานของเจียงเจียกรุ๊ปทั้งคู่ สิ่งที่เราทำมันก็คืองานของพวกเราอยู่แล้ว”
รองนายกเทศมนตรีถังยิ้ม “ฉันจำได้ว่าคุณสองคนก็เป็นพนักงานประจำที่โรงงานฟิล์มพลาสติกด้วยใช่ไหม ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยและเฉินอันผิงหันมองหน้ากัน เพราะพวกเขาเคยคิดว่าการเป็นเพียงแค่พนักงานประจำของโรงงานฟิล์มพลาสติกธรรมดา ๆ มันทำให้พวกเขาภูมิใจที่ได้ทำงานนั้น
แต่ต่อมา โรงงานฟิล์มพลาสติกประสบปัญหาล้มละลาย เนื่องจากการบริหารจัดการไม่ดี เลยทำให้ทั้งสองได้รับผลกระทบทางอาชีพด้วยเหมือนกัน
แต่แล้วเจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้เข้ามาเซ็นสัญญาเหมาโรงงานฟิล์มพลาสติก และใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ เช่น ถุงสะดวกซื้อ ถุงอาหาร ถ้วยพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง และชามพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ทำให้โรงงานฟิล์มพลาสติกที่เกือบจะต้องปิดตัวลงเพราะล้มละลายกลับขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเหมือนในตอนนี้
แต่ก่อนที่เจียงเจียกรุ๊ปจะได้ก่อตั้งขึ้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้มาคุยกับพวกเขา ตั้งแต่นั้นมาพวกเขาก็เลือกที่จะย้ายมาทำงานกับเจียงเสี่ยวไป๋อย่างจริงจัง และกลายเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเจียงเจียกรุ๊ปอย่างเต็มตัว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจียงเสี่ยวไป๋ไม่เคยทำให้พวกเขาผิดหวังเลยจริง ๆ จนเมื่อเจียงเจียกรุ๊ปได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ทั้งคู่จึงได้เข้าสู่ตำแหน่งผู้บริหารของเจียงเจียกรุ๊ปไปด้วย
แต่ก็ไม่ได้มีเพียงแค่เพียงพวกเขาเท่านั้น เพราะยังมีโหยวโหย่วหยู เปากันฉวน ข่งชิงเซี๋ยง อวี๋เต๋อสุ่ย และคนอื่นอีกด้วย
นายกเทศมนตรีจางถอนหายใจ “นี่เรากำลังจะเสียมันสมองของรัฐไปหรอเนี่ย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ท่านผู้นำ คุณจะพูดแบบนั้นไม่ได้นะ ! เพราะรองประธานเมิ่งและรองประธานเฉิน พวกเขาต่างก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของชิงโจวอยู่ ! ”
นายกเทศมนตรีจางยิ้มอย่างขมขื่น “แม้จะพูดแบบนี้ แต่สถานะของพวกเขาเปลี่ยนไปแล้ว ! ”
รองนายกเทศมนตรีถังชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “ฉันคิดว่าเราไม่ควรให้เขาทำสัญญาโรงงานฟิล์มพลาสติกตั้งแต่แรกแล้ว”
“เขาไม่ได้กำลังทำสัญญาเหมาโรงงานฟิล์มพลาสติก แต่เขากำลังดึงคนเก่ง ๆ ไปจากโรงงานฟิล์มพลาสติกอย่างชัดเจน”
นายกเทศมนตรีจางถอนหายใจ “ม้าเก่งมีทั่วทุกที่ แต่ผู้ฝึกม้าเก่ง ๆ อย่างโป๋เล่อนั้นมีน้อยคนนัก”
เขาเหลือบมองรองนายกเทศมนตรีถัง “บอกได้เลยว่ารองประธานเมิ่งและรองประธานเฉินนั้นเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากจริง ๆ ! ”
หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็รีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ท่านผู้นำ หยุดชมฉันกับรองประธานเฉินได้แล้ว”
หลังจากพูดจบแล้ว เธอก็รีบเปลี่ยนเรื่องในทันที
“ผู้ช่วยเจียง คุณมีอะไรที่อยากจะพูดอีกไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามว่า “ตอนนี้มีพ่อค้ารายใหญ่คนไหนมาถึงแล้วบ้าง ? ”
เฉินอันผิงรายงานรายชื่อทันที “มีหม่าเจียเฉียงจากเทียนจิง ห้างสรรพสินค้าเซี่ยงไฮ้ ห้างสรรพสินค้าจินหลิง…….”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวต่อ “การประชุมจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ยังมีเวลาเหลืออีกสิบสี่หรือสิบห้าชั่วโมงก่อนที่จะเริ่มประชุม เพราะงั้นช่วยจัดหาพนักงานที่มีความสามารถในการพูดคุยเป็นพิเศษมาพูดคุยเป็นรายบุคคลด้วยนะ ภารกิจคือต้องรับคำสั่งซื้อให้ได้อย่างน้อยหลักสิบล้านก่อนงานประชุมจะเริ่มขึ้น”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยและเฉินอันผิงต่างก็ตกตะลึงเมื่อได้ยินแบบนั้น
“ผู้ช่วยเจียง พรุ่งนี้เราถึงเริ่มรับคำสั่งซื้อ ทำไมวันนี้พวกเราต้องไปคุยกับพวกเขาเป็นการส่วนตัวก่อนล่ะครับ ? ” เฉินอันผิงถาม
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “วันนี้คุยเจรจาได้แล้ว พรุ่งนี้พวกเขาจะได้ชมนิทรรศการ ! ”
เขายิ้มและพูดว่า “ก็จริง ต่อไปน่าจะต้องทำแบบนี้แล้ว”
จู่ ๆ เฉินอันผิงก็นึกอะไรขึ้นมาได้
“นายกเทศมนตรีจาง รองนายกเทศมนตรีถัง ผู้ช่วยเจียง ผมขอตัวก่อนนะครับ”
หลังจากพูดจบ เขาก็รีบออกจากห้องประชุมในทันที
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยังกล่าวอีกว่า “พวกคุณรีบกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักกันเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปช่วยรองประธานเฉินด้วยเหมือนกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
หลังจากที่เมิ่งเสี่ยวเป่ยออกไปแล้ว นายกเทศมนตรีจางก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวเจียง ถ้าเกิดว่างานนี้คุณประสบความสำเร็จ คุณจะสามารถนั่งนิ่งได้อย่างมั่นคงแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่หรอกครับ ผมก็แค่ตั้งใจทำงานให้ออกมาดีที่สุดเท่านั้น”
นายกเทศมนตรีจางหัวเราะเสียงดัง “คุณทำงานได้ดีอยู่แล้ว พรุ่งนี้คุณก็ให้พ่อค้ารายใหญ่เหล่านั้นมาช่วยกันเกลี้ยกล่อมเข้า รับรองว่าพ่อค้ารายย่อยจะต้องรีบคิดรีบตัดสินใจเข้าร่วมกับคุณแน่นอน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เคล็ดลับพวกนี้ใช้ไม่ได้ผลในยุคสมัยต่อมาแล้ว
หรือพูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็คือ ‘มันดูปลอม ! ’
สังเกตได้ชัดเจนเลยว่าในอนาคต เวลาที่จะเปิดโครงการหรือทำอะไร พวกเขาก็จะจ้างผู้คนมากมายมาซื้อหรือรีวิวเพื่อให้เกิด “ความไว้วางใจ” ก่อนเสมอ ?
แต่ในครั้งนี้ “ความไว้วางใจ” ที่ว่าของเขาไม่ใช่ของปลอมแบบนั้น แต่เป็นลูกค้าจริง ๆ ที่ได้เจรจาซื้อขายกันมาก่อนหน้านี้แล้ว
แต่เส้นทางที่จะนำไปสู่จุดหมายและจุดประสงค์เหมือนกัน
รองนายกเทศมนตรีถังส่ายหัวและถอนหายใจออกมา “ฉันไม่รู้ว่าคุณได้เรียนรู้แผนการและกลอุบายมากมายมาจากไหน แต่ถ้าหากคุณทำตามแผนการของตัวเองมากเกินไป ห้างสรรพสินค้าทั้งหมดก็อาจจะถูกทำลายโดยคุณ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เดิมทีห้างสรรพสินค้าก็เหมือนกับสนามรบอยู่แล้ว ไม่ต้องมีผม มันก็มีแผนการและกลอุบายจากทีมบริหารอื่น ๆ ถูกงัดออกมาใช้นับไม่ถ้วน เพียงแต่พวกท่านผู้นำมีฐานะสูงส่งเกินไป ทำให้มองไม่เห็นเรื่องแสนธรรมดาพวกนี้”
รองนายกเทศมนตรีถังสะดุ้งไปอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนเกี่ยวกับผลกำไรทั้งนั้น ถ้าหากว่านักธุรกิจไม่มีกลอุบายบางอย่างในกระบวนการแสวงหาผลกำไร เกรงว่าจะถูกกินไปจนเหลือแต่กระดูกไปนานแล้ว เผลอ ๆ อาจจะไม่เหลือเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “คุณยังคงพูดได้ดีไม่เปลี่ยนเลยนะ”
รองนายกเทศมนตรีถังโบกมือปัด “เอาล่ะ เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ นั่งรถมาเหนื่อย ๆ ทั้งวัน ตอนนี้เริ่มหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันดีกว่า ! ”
นายกเทศมนตรีจางกล่าวว่า “ใช่ๆ มนุษย์แค่ไม่ได้กินข้าวมื้อเดียวก็หิวแล้ว ไป เราไปกินข้าวกันเถอะ”
ที่จริงแล้วเจียงเสี่ยวไป๋เองก็หิวอยู่เล็กน้อย แต่ในตอนนี้เขาไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะไปกินได้ เพราะยังมีเด็ก ๆ อีกสามคนที่ยังรอเขาอยู่ในห้อง
“ท่านผู้นำ ตอนนี้ผมยังไม่ไปทานอาหารนะ พวกคุณไปกินกันก่อนเลย ! ”
“ผมต้องจัดการเจ้าตัวเล็กทั้งสามให้เรียบร้อยก่อน ! ”