ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 886 มีเงินอยู่ในมือมากเกินไป
ตอนที่ 886 มีเงินอยู่ในมือมากเกินไป
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง “ลุงรอง ลุงกังวลเรื่องอะไร”
หลินต้ากั๋วมองเขาอย่างลึกซึ้ง แล้วพูดว่า “เงินในมือของนาย… มันมากเกินไป ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋สับสนเล็กน้อย ตอนแรกเขาคิดว่าลุงรองของเขาต้องการจะคุยกับเขาเกี่ยวกับบางสิ่งที่สำคัญ แต่ไม่คิดเลยว่าหลินต้ากั๋วจะพูดแบบนี้ออกมา
เงินพันล้านมันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ ?
สำหรับเขา คนที่เคยมีทรัพย์สินนับหมื่นล้านในชาติที่แล้ว ซึ่งก็มากกว่าพันล้านจริง ๆ แต่มันไม่ได้มากมายนักในแง่ของตัวเลข
แต่เงินหลายพันล้านในปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่าหมื่นล้านของคนรุ่นต่อไปอย่างแน่นอน และมันจะมีค่ามากขึ้นเมื่อมาอยู่ในมือของเขา
แน่นอนว่านี่เป็นความเห็นส่วนตัวของเจียงเสี่ยวไป๋
ในแง่ของความเป็นจริง การมีเงินมากกว่าหนึ่งพันล้านในปี 1984 นั้นช่างน่ากลัวจริง ๆ
ต้องรู้ก่อนว่าก่อนหน้านี้หลินต้ากั๋วได้เปิดดู GDP ของมณฑลจีนตอนกลางในปี 1983 ซึ่งมันมีมูลค่าเพียง 3 หมื่นล้านเท่านั้น
ทว่าเจียงเจียกรุ๊ปซึ่งเป็นองค์กรเอกชนกลับมีเงินหมุนเวียนมากกว่าหนึ่งพันล้านในมือเพียงแค่ระยะเวลาเพียง 2 วัน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 20 ของ GDP ของทั้งภูมิภาค แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว
แม้ว่าเงินส่วนใหญ่จะมาจากทั่วประเทศที่หลั่งไหลเข้าไปยังเจียงเจียกรุ๊ป แต่ความสามารถในการหาเงินของเจียงเจียกรุ๊ปนั้นก็แข็งแกร่งกว่าเมืองระดับมณฑลบางแห่งเสียอีก
หลินต้ากั๋วจึงต้องคิดถึงเรื่องนี้ให้มาก
แต่หากเขารู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋มีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าอยู่ในใจ เขาควรจะคิดอย่างไรดี ?
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงเป็นเวลานาน
ก่อนหน้านี้ เขาเคยคิดถึงวิธีที่จะขยับขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว พัฒนาอุตสาหกรรมให้มากขึ้น และหาวิธีการทางธุรกิจในภายหลัง เพื่อทำให้เจียงเจียกรุ๊ปมีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้
แต่เมื่อเขาได้ยินคำพูดของหลินต้ากั๋ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
ความก้าวหน้าของเขาเร็วเกินไปจริง ๆ !
เร็วจนน่าตกใจสำหรับคนในยุคนี้
แต่เขาไม่อยากหยุดตอนนี้
หลังจากกลับมามีสติอีกครั้ง เขาก็มองไปที่หลินต้ากั๋วแล้วพูดว่า “ลุงรอง ลุงหมายความว่าอย่างไรครับ ? ”
หลินต้ากั๋วพ่นควันออกมาและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “นายทำเงินด้วยความสามารถของนายเอง และนายยังดูดเงินจากทั่วประเทศมายังมณฑลจีนตอนกลางของเรา โดยปกติแล้วฉันไม่ควรมีข้อกังขาอะไรเลย”
“แต่ด้วยเงินจำนวนมากมายแบบนี้ ฉันต้องคำนึงถึงเรื่องความมั่นคงทางการเงินด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น และในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไมหลินต้ากั๋วถึงเรียกให้เขามาพบด้วยความรีบร้อนแบบนี้
จากจุดยืนของเขา เขาไม่เคยมีความคิดใดที่จะทำลายประเทศและประชาชนร่วมชาติเดียวกัน
แต่จากมุมมองของหลินต้ากั๋วในฐานะผู้นำ เป็นเรื่องปกติที่หลินต้ากั๋วจะกังวลในเรื่องนี้
ท้ายที่สุดแล้วบริษัทของเขาก็มีเงินมากไปจริง ๆ !
และสิ่งสำคัญคือ เงินจำนวนมากถูกรวบรวมโดยไม่มีการทำธุรกรรมจริง เป็นเพียงสัญญาบนหน้ากระดาษเท่านั้น
ซึ่งเทียบเท่ากับการระดมทุนจำนวนมหาศาล
หากเจียงเสี่ยวไปหนีไปพร้อมกับเงินพวกนั้น ไม่ทำธุรกรรมตามปกติ มันก็จะกลายเป็นหายนะตามมาในอนาคต
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋ก็เข้าใจประเด็นสำคัญนี้ดี
เขาอดไม่ได้ที่จะเสียใจเล็กน้อย ถ้าเขารู้เรื่องนี้ เขาคงไม่ทำให้เรื่องนี้ใหญ่โตขนาดนี้ เขาคงจะวางแผนจัดงานให้เล็กลง และระดมเงินให้ได้สองถึงสามร้อยล้านก่อน ทุกอย่างอาจจะไม่เป็นอย่างนี้ก็ได้ ?
แต่ตอนนี้ได้มีการทำสัญญาไปหมดแล้ว
ตอนนี้เขาไม่สามารถไปยกเลิกกับตัวแทนจำหน่าย ตัวแทนระดับมณฑล และผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์เหล่านั้นได้
“แล้วลุงรองคิดอย่างไรเหรอครับ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องถามออกไปตามตรง
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “โดยส่วนตัวแล้ว ฉันเชื่อใจว่านายจะไม่ทำแบบนั้น”
“แต่เพียงเพราะฉันเชื่อในตัวนาย ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเชื่อในตัวนาย”
“หากมีใครฉวยโอกาสเอาเรื่องนี้มาสร้างปัญหาให้กับนาย ฉันก็อาจจะปกป้องนายไม่ได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าสิ่งที่หลินต้ากั๋วพูดออกมานั้นเป็นเรื่องจริง และเขาก็รู้สึกขอบคุณ เขาถอนหายใจแล้วพูดว่า “ลุงรอง ผมใจร้อนและเร่งรีบเกินไปจนอาจทำให้ลุงเดือดร้อนกับเรื่องนี้ ! ”
หลินต้ากั๋วโบกมือ “อย่าพูดถึงเรื่องนั้นเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้
นอกจากนี้ เนื่องจากลุงรองเป็นคนเรียกเขามา ก็ไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งเหล่านี้
สิ่งสำคัญในตอนนี้คือการแก้ปัญหา
บทสนทนาของพวกเขาทำให้เกิดความเงียบขึ้นในสำนักงานไปชั่วครู่
หลินต้ากั๋วและเจียงเสี่ยวไป๋ต่างก็สูบบุหรี่อย่างเงียบ ๆ และไม่มีใครพูดอะไร
หลังจากนั้นไม่นาน หลินต้ากั๋วก็หยิบก้นบุหรี่ในมือออกมาแล้วถามว่า “แล้วนายมีวิธีแก้ไขปัญหานี้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองหลินต้ากั๋วแล้วถามกลับ “แล้วลุงรองพอจะมีวิธีแก้ปัญหาไหมครับ ? ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ฉันยังหาวิธีที่ดีที่สุดไม่ได้ แต่ยังพอมีทางออก”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดขึ้นมาทันที “งั้นลุงรองช่วยบอกผมที ! ”
หลินต้ากั๋วกล่าว “การเป็นรัฐวิสาหกิจ ปลอดภัยที่สุด ! ”
ฮะ ?
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
เขาเข้าใจทันทีว่าหลินต้ากั๋วหมายถึงอะไร นี่มันไม่ต่างอะไรจากการประกาศนิรโทษเลย !
สาระสำคัญคือมันเป็นการทำให้เจียงเจียกรุ๊ปกลายเป็นรัฐวิสาหกิจ
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “เลือกเส้นทางนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์สำหรับนายเสียหน่อย”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างขมขื่น ถ้าเจียงเจียกรุ๊ปถูกซื้อกิจการโดยรัฐวิสาหกิจและกลายเป็นสมาชิกของรัฐวิสาหกิจ แล้วที่เขาทำมาทั้งหมดนี้เพื่อใคร ?
ตามความสามารถของหลินต้ากั๋ว คาดว่าอาจจะสามารถหาตำแหน่งราชการเต็มเวลาให้เขาได้ แต่จากนั้นเขาก็จะได้รับชามข้าวเหล็กและเริ่มต้นอาชีพข้าราชการอย่างเป็นทางการ
ท้ายที่สุด แม้ว่าเจียงเจียกรุ๊ปจะเป็นของรัฐวิสาหกิจ แต่ก็ยากที่จะหาบุคคลที่อัจฉริยะด้านการบริหารจัดการเหมือนเขามาบริหารได้ ถึงตอนนั้นเจียงเจียกรุ๊ปที่ปรับโฉมใหม่จะยังคงปล่อยให้เขาดำเนินการและจัดการมันอยู่ดี
สำหรับอัจฉริยะทางธุรกิจอย่างเขา ทางภาครัฐย่อมต้องการใช้งาน และคาดว่าระดับภาระงานที่จะมอบให้เขานั้นจะต้องไม่ใช่น้อย ๆ อย่างแน่นอน
แต่คนอย่างเจียงเสี่ยวไป๋จะต้องการเดินบนเส้นทางนี้งั้นเหรอ ?
ไม่มีทาง
ความคิดของเขาหมุนอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น ประสบการณ์จากชีวิตที่แล้วก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
เขาระงับความตื่นเต้นและพูดว่า “ลุงรอง ที่จริงแล้วยังมีทางอื่นอยู่ครับ”
หลินต้ากั๋วมองเขาด้วยความประหลาดใจและถามว่า “วิธีการของนายเป็นอย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ลุงรอง ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่การจัดการของเจียงเจียกรุ๊ป แต่เป็นความปลอดภัยของเงินทุนต่างหาก”
“ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรหากเจียงเจียกรุ๊ปเปลี่ยนรูปลักษณ์ไป”
“เมื่อเราเข้าสู่ระบบ เราต้องปฏิบัติตามกฎภายในระบบ”
“แม้ว่าผมจะต้องการปรับเปลี่ยนไปเป็นรัฐวิสาหกิจในตอนนี้ ผมก็ไม่สามารถปล่อยมือไปได้ ด้วยข้อกำหนดมากมาย อาจนำไปสู่การล่มสลายของบริษัทที่กำลังเจริญรุ่งเรือง”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า เขาจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างไร จากใจของเขา เขาก็ไม่ต้องการให้เจียงเจียกรุ๊ปล่มสลายกลางคัน หวังเพียงแต่ว่าเจียงเจียกรุ๊ปจะดีขึ้นเรื่อย ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่อ “เนื่องจากปัญหาไม่ได้อยู่ที่เจียงเจียกรุ๊ป แต่อยู่ที่ความปลอดภัยของกองทุน เราจึงต้องพิจารณาว่าจะรับรองความปลอดภัยของเงินทุนได้อย่างไรเท่านั้นเอง ! ”
หลินต้ากั๋วจึงถามออกมาทันทีว่า “แล้วเราจะรับประกันได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “การกำกับดูแลเงินทุนครับ ! ”
การกำกับดูแลเงินทุน เป็นระบบที่เอามาใช้ในการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ล่วงหน้าในยุคหลัง หลังจากที่ลูกค้าซื้อบ้าน แม้ว่าเงินกู้ยืมจากธนาคารจะอยู่ในบัญชีของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ก่อนที่โครงการจะแล้วเสร็จก็ตาม เมื่อนายหน้าจะใช้เงินทุนนี้ ก็ต้องไปที่การเคหะแห่งชาติเพื่อรายงานก่อน จะได้ทราบว่าใช้เงินทุนไปอย่างสมเหตุสมผลและเป็นไปตามวัตถุประสงค์