ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 887 นี่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด
ตอนที่ 887 นี่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋บอกวิธีดูแลเงินทุนให้เขา ดวงตาของหลินต้ากั๋วก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
นี่เป็นความคิดที่ดีจริง ๆ
“ในเมื่อนายเสนอมันออกมาแล้ว นายก็ควรจัดทำแผนเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สุด ทางที่ดีก็รีบทำให้เสร็จในคืนนี้เลย”
หลินต้ากั๋วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ถ้าจะให้เขียนแผนเสร็จในคืนนี้ ไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่…”
เขาลังเลที่จะพูด
หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “ต้องการจะพูดอะไรก็พูดออกมา ไม่จำเป็นต้องลังเลเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋กัดฟันแล้วพูดว่า “ลุงรอง แต่การดูแลเงินทุนก็ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดหรอกครับ”
หลินต้ากั๋วตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ
นายเสนอแผนการกำกับดูแลกองทุนด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้กลับบอกว่ามันไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด
แบบนี้หมายความว่าอย่างไร ?
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “กองทุนจำนวนมหาศาลดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแล และจะไม่ถูกนำมาใช้เป็นระยะเวลาหนึ่งอย่างแน่นอน หากทิ้งไว้ในธนาคารก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากสร้างดอกเบี้ย”
หลินต้ากั๋วสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก็นี่เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่อว่า “กองทุนจะสามารถสร้างมูลค่าได้ก็ต่อเมื่อกองทุนเปิดดำเนินการเท่านั้น ดังนั้น การกำกับดูแลกองทุนแบบง่าย ๆ จึงไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดครับ”
หลินต้ากั๋วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “นายเป็นคนพูดถึงการกำกับดูแลเงินทุน แต่นายบอกว่านายจะต้องเอาเงินทุนนี้มาใช้ตลอด เรื่องนี้ไม่ขัดแย้งกันเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัว “ถ้าเจียงเจียกรุ๊ปจัดการกองทุนนี้เอง มันก็จะไม่สามารถตรวจสอบความโปร่งใสในการจัดการและการนำเงินออกไปใช้ได้ แต่ถ้าเป็นรัฐวิสาหกิจดูแลจัดการแทน แบบนี้จะเป็นอย่างไรครับ ? ”
“รัฐวิสาหกิจ ? ”
หลินต้ากั๋วตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความประหลาดใจ “นายหมายถึงให้รัฐวิสหกิจเปิดกองทุนดูแลจัดการเงินทุนของเจียงเจียกรุ๊ปงั้นเหรอ ? ”
“ในกรณีนี้ เมื่อเจียงเจียกรุ๊ปต้องการเงิน เงินนั้นก็จะหมดไป”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะมอบให้กับรัฐวิสาหกิจอะไรก็ได้ พวกเขาจะต้องเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีเงินทุนหมุนเวียนสูง ที่สามารถรับประกันการใช้เงินทุนตามปกติของเจียงเจียกรุ๊ปได้ด้วย นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจแห่งนี้จะต้องมีผลประโยชน์มหาศาล มีเงินทุนหมุนเวียนมากมาย ถึงจะน่าเชื่อถือหากว่าฝากเงินไว้กับพวกเขา”
หลินต้ากั๋วตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวว่า “ประเภทของรัฐวิสาหกิจที่นายกล่าวถึงไม่มีอยู่เลย โดยทั่วไปแล้ว รัฐวิสาหกิจนั้นจะมีแต่โครงการที่มีวงจรผลตอบแทนการลงทุนระยะยาว เมื่อนำเงินไปลงทุนแล้ว นายจะไม่สามารถเอามันออกมาได้ในระยะเวลาอันสั้น หรือตอนไหนก็ได้”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ เพราะเราทำเองได้ ! ”
เมื่อได้ฟัง หลินต้ากั๋วก็รู้สึกสับสนขึ้นมาเล็กน้อย
“ถ้านายเปิดกองทุนด้วยตัวเอง นั่นก็เท่ากับเป็นอีกอุตสาหกรรมของเจียงเจียกรุ๊ปไม่ใช่เหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ไม่ ไม่ ไม่ ลุงรอง ลุงไม่เข้าใจว่าผมหมายถึงอะไร”
“แล้วนายหมายถึงอะไร ? ” หลินต้ากั๋วถามด้วยความแปลกใจ
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “จีนตอนกลางของเราจะเป็นผู้นำในการจัดตั้งธนาคารร่วมทุนที่เป็นของรัฐขึ้นมาแห่งแรกของประเทศ จัดตั้งธนาคารร่วมทุนของรัฐ กองทุนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยธนาคาร จากนั้นจะดำเนินการโดยบริษัทการลงทุนในเมือง ใช้กองทุนกำกับดูแลเพื่อทำกำไร”
หลินต้ากั๋วอ้าปากกว้างและแอบสบถในใจ: เจ้าเด็กตัวเหม็น นี่เท่ากับยิ่งปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะ !
กิจการร่วมค้า หลินต้ากั๋วพอเข้าใจได้ ขณะนี้ รัฐวิสาหกิจหลายแห่งได้ดูดซับการลงทุนจากต่างประเทศและกลายเป็นกิจการร่วมค้าที่ควบคุมโดยรัฐวิสาหกิจ ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 10 เมษายน 1980 บริษัทแมกซิม กรุ๊ปในฮ่องกงได้เจรจากับสำนักงานการบินพลเรือนของประเทศจีน เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างจีนและต่างประเทศแห่งแรก เพื่อแก้ไขปัญหาด้านบริการอาหารบนเครื่องบิน ชื่อว่าบริษัท ทีไอ ไควท์ เอวิเอชั่น ฟู้ด จำกัด
ต่อมามีการร่วมทุนในด้านต่าง ๆ มากขึ้น เช่น การผลิตรถยนต์ และอุตสาหกรรมเคมีรายวัน
แต่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการร่วมทุนในการจัดตั้งธนาคารมาก่อน
ผู้ชายคนนี้คิดอยากจะสร้างธนาคารขึ้นมาจริง ๆ !
หลินต้ากั๋วรู้สึกตกใจมากกับความคิดอันกล้าหาญของเจียงเสี่ยวไป๋
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในยุคสมัยต่อมา ด้วยการเปิดเสรีนโยบายทางการเงิน ไม่เพียงแต่ธนาคารของรัฐรายใหญ่ทั้ง 4 แห่งเท่านั้นที่ถูกเปิดอย่างเสรี แต่ธนาคารเอกชนยังปรากฏตามเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ เช่น ธนาคารหมู่บ้าน ธนาคารในเมือง เป็นต้น
ความคิดของเจียงเสี่ยวไป๋ได้มาจากประสบการณ์ในชีวิตที่แล้วของเขาทั้งนั้น
ทว่าตอนนี้หลินต้ากั๋วยังสับสนเกี่ยวกับบริษัทการลงทุนในเมือง และไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
ไม่แปลกใจเลยที่หลินต้ากั๋วจะไม่รู้จัก เพราะบริษัทการลงทุนในเมืองถือกำเนิดขึ้นในปี 1991 เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนและการจัดหาเงินทุนสำหรับรัฐบาลในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ บริษัทการลงทุนในเมืองเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำกำไรและเป็นสถาบันสาธารณะหรือบริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของทั้งหมด พวกเขาได้รับผลกำไรผ่านเงินอุดหนุนจากรัฐบาลและเป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานในตลาดพิเศษ
เจียงเสี่ยวไป๋ใช้ความพยายามอย่างมาก ในการอธิบายเกี่ยวกับธนาคารร่วมทุนและบริษัทการลงทุนในเมืองให้หลินต้ากั๋วฟัง
แน่นอนว่าเขาได้เปลี่ยนแปลงหน้าที่บางอย่างของธนาคารร่วมทุนและบริษัทการลงทุนในเมืองเล็กน้อยเพื่อปรับให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน
หลินต้ากั๋วเงียบไปนานหลังจากที่ฟัง
คุณอาจคิดว่าความคิดของเจียงเสี่ยวไป๋นั้นแปลก แต่มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ซึ่งทุกอย่างที่เขาคิดออกมา เขาก็สามารถทำมันได้ด้วย
นี่ไม่ต่างจากความคิดที่จะทำโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังเลย
แต่ถ้าจะทำให้เหมือนโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวังที่จะขยายไปทั่วประเทศ ก็คงจะลำบากมากสำหรับเขา
ในท้ายที่สุดแล้ว มันเป็นไปได้ที่จะขอให้ชายชราดำเนินการให้ทุกเรื่องที่ตนเองอยากทำ
แต่ว่าการสร้างธนาคารร่วมทุนและบริษัทการลงทุนในครั้งนี้ คำจำกัดความของเจียงเสี่ยวไป๋ในครั้งนี้คือจะดำเนินการเฉพาะในจีนตอนกลางเท่านั้น แบบนี้เขายังพอมีอำนาจในการตัดสินใจอยู่บ้าง
แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้น !
หลินต้ากั๋วสนใจสองเรื่องนี้มาก แต่เขาไม่รีบร้อนที่จะแสดงความคิดในใจของเขาออกมา
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พูดว่า “งั้นก็เอาแบบนี้ดีไหม นายรีบไปเขียนแผนมาให้ฉันอย่างครบถ้วน แล้วฉันจะคิดอย่างรอบคอบแล้วตัดสินใจอีกที”
“ตกลงครับ” เจียงเสี่ยวไป๋ก็ตื่นเต้นเล็กน้อยและรีบรับปากออกมา “ผมจะรีบคิดแผนทั้งหมดในคืนนี้”
หลินต้ากั๋วพยักหน้า
เจียงเจียกรุ๊ปเพิ่งลงนามสัญญากับตัวแทนจำหน่าย ตัวแทนระดับมณฑลและผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ แต่เพิ่งได้รับเงินสดมาเพียงไม่กี่สิบล้านหยวนเท่านั้น โดยต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าที่เงินหนึ่งพันล้านจะถูกโอนเข้ามาในบัญชีของบริษัท
ดังนั้นตอนนี้ยังไม่มีความเสี่ยงทางการเงิน
โชคดีจริง ๆ ที่ยังมีเวลาดำเนินการ
“ถ้าอย่างนั้นนายก็รีบกลับไปทำเถอะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว ! ” หลินต้ากัวกล่าว
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า ก่อนจะขอตัวออกไป
เขาเดินกลับไปที่เกสต์เฮาส์หงซาน ลมหนาวพัดเข้ามาสัมผัสกับใบหน้าของเขา จนเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผ่อนคลาย
หากสองอย่างนี้บรรลุผลสำเร็จ เจียงเจียกรุ๊ปก็จะมีรากฐานที่มั่นคงอย่างแท้จริง
แต่ทุกสิ่งมีสองด้านเสมอ
เมื่อเกิดวิกฤติ บางคนมองเห็นเพียง “อันตราย” ในขณะที่บางคนมองเห็น “โอกาส”
เดิมทีวิกฤตการณ์นั้นมีทั้งอันตรายและโอกาสอยู่ในนั้น
คนฉลาดเท่านั้นที่จะเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสได้