ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 896 ติงจวิ้นเจี๋ยมาแล้ว
ตอนที่ 896 ติงจวิ้นเจี๋ยมาแล้ว
เมื่อติงจวิ้นเจี๋ยมาถึง ก็เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว
“ทำไมนายถึงมาช้าแบบนี้ ? ”
ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในร้านอาหาร หลินเจียจวินก็พูดด้วยท่าทีไม่พอใจ
อาหารถูกยกมาเสิร์ฟจนหมด และเด็ก ๆ ก็หิวมานานแล้ว พวกเขาแทบจะน้ำลายไหลเมื่อมองดูอาหารบนโต๊ะ แต่เพราะว่าติงจวิ้นเจี๋ยยังไม่มา พวกเขาจึงยังทานไม่ได้
ติงจวิ้นเจี๋ยกล่าวขอโทษ “ผมต้องขอโทษด้วย พอดีท่านผู้นำเพิ่งประชุมเสร็จ ผมต้องรอจนกว่าการประชุมจะเสร็จ และผมก็ออกมาไม่ได้จนกว่าท่านผู้นำจะเลิกงาน”
หลินเจียจวินส่ายหัว “สำนักงานของนายนี่ประชุมทั้งวี่ทั้งวัน ! ”
ติงจวิ้นเจี๋ยยิ้มอย่างขมขื่นในใจ “ผู้นำของผมคือพ่อของพี่ พี่อาจจะบ่นได้ แต่ผมจะกล้าบ่นได้อย่างไร ! ”
เขาไม่คิดจะพูดกับหลินเจียจวินอีก และกล่าวด้วยความเคารพกับจางอี้เต๋อ “ท่านผู้นำเก่า ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องรอนาน”
จางอี้เต๋อรู้สึกมีความสุขเมื่อได้ยินติงจวิ้นเจี๋ยเรียกเขาว่าท่านผู้นำคนเก่า และพูดอย่างรวดเร็ว “ฉันไม่กล้าถือสาหรอก ตอนนี้คุณเป็นถึงเลขาของท่านผู้นำของเราแล้ว”
ในแง่ของตำแหน่ง ติงจวิ้นเจี๋ยอยู่ต่ำกว่าเขาเพียงหนึ่งระดับเท่านั้น
แต่เนื่องจากว่าติงจวิ้นเจี๋ยทำงานอยู่ข้าง ๆ หลินต้ากั๋ว ผู้นำของมณฑลจีนตอนกลาง ซึ่งก็ถือว่าเป็นเจ้านายของเขา จางอี้เต๋อจะกล้าตำหนิติงจวิ้นเจี๋ยได้อย่างไร
ติงจวิ้นเจี๋ยพูดอย่างเร่งรีบ “เจ้านายเก่าพูดแบบนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกละอายใจ หากไม่มีคำสอนและการสนับสนุนของคุณ ผมจะเป็นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้อย่างไร ! ”
“ผมเคยรับใช้คุณมาก่อน คุณเคยเป็นเจ้านายคนเก่าของผม ดังนั้นคุณจะเป็นผู้นำและผู้อาวุโสของผมตลอดไป”
จางอี้เต๋อมีความสุขมากหลังจากได้ยินแบบนี้ เขายิ้มกว้างอย่างมีความสุข
ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ก็รู้ว่าพวกเธอกำลังนั่งร่วมโต๊ะอยู่กับผู้นำถึงสองคน ?
แม้ว่าพวกเธอจะไม่รู้ว่าตำแหน่งของพวกเขาคืออะไร แต่ดูเหมือนว่าไม่ได้มีตำแหน่งที่ต่ำเลย
ทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่ามากขึ้น
หลังจากที่ติงจวิ้นเจี๋ยทักทายจางอี้เต๋อแล้ว เขาก็พูดกับถังจิงเทียนว่า “สวัสดี รองนายกเทศมนตรีถัง ! ”
เขาเคยติดต่อกับถังจิงเทียนมาก่อน
แต่แค่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวเท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้ว ในเวลานั้นเขาก็เป็นเพียงเลขานุการตัวน้อยของจางอี้เต๋อ และถังจิงเทียนเป็นรองนายกเทศมนตรี ดังนั้นเขาจึงติดต่อกันแค่เรื่องงาน
ถังจิงเทียนตอบด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีเลขาติง ในอนาคตฉันขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”
ติงจวิ้นเจี๋ยพูดอย่างสุภาพ “ยินดีเสมอครับรองนายกเทศมนตรีถัง ในอดีตผมได้เรียนรู้งานมากมายจากคุณ มันเป็นประโยชน์ต่องานในตอนนี้ของผมมาก คุณเป็นเหมือนรุ่นพี่ของผม และผมจะจำประสบการณ์ที่คุณให้มาเสมอ”
หลังจากฟังอยู่นาน หลินเจียลี่ก็ตระหนักว่าลุงถังคนนี้เป็นรองนายกเทศมนตรีของชิงโจว
เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองจางอี้เต๋อแล้วคิดว่า แล้วลุงจางคนนี้คือนายกเทศมนตรีงั้นเหรอ ?
ฉู่หยวนหยวนและซือถูหรงก็ตระหนักได้ในเวลานี้เหมือนกันว่า “ลุงถัง” คือรองนายกเทศมนตรี !
และพวกเธอยังเห็นว่าในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ “ลุงถัง” ดูเหมือนจะมีสถานะต่ำที่สุดด้วย
แม้แต่รองนายกเทศมนตรีก็ยังสุภาพต่อ “เลขาติง”คนนี้ แล้ว “เลขาติง” คนนี้คือเลขาของใครกัน ?
พวกเธอทั้งสองมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ และอดไม่ได้ที่จะมองไปที่หลินเจียลี่ โอ้พระเจ้า แล้วคนเหล่านี้ที่เป็นญาติของเจียลี่เป็นใครกันบ้าง ?
หลินเจียลี่เห็นสายตาของคนทั้งสองจึงมองกลับมาที่พวกเธอและพูดด้วยความโกรธ “ทำไมพวกเธอถึงมองหน้าฉันแบบนั้น ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่งั้นเหรอ ? ”
ฉู่หยวนหยวนและซือถูหรงส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่หลินเจียลี่พูดจบ เธอก็พูดกับหลินเจียจวิน “พี่เชิญพวกเรามาทานอาหารเย็น ตอนนี้ทุกคนก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ทำไมไม่เริ่มเลยล่ะ ? ”
หลินเจียจวินมักจะตามใจลูกพี่ลูกน้องคนนี้เสมอมา แต่เธอก็เป็นคนที่เอาใจได้ยากยิ่งกว่าหลินเจียหงที่เป็นน้องสาวของเขาเองเสียอีก เขาจึงรีบพูดว่า “ลี่ลี่พูดถูก จวิ้นเจี๋ยมาแล้ว งั้นเรามาเริ่มทานกันเลยดีกว่า ! ”
ติงจวิ้นเจี๋ยพูดกับหลินเจียลี่ว่า “หลินเจียลี่ ฉันต้องขอโทษด้วย พอดีฉันมาสาย กินกันเยอะ ๆ เลยนะ”
หลินเจียลี่เหลือบมองติงจวิ้นเจี๋ยและถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “คุณรู้จักฉันด้วยเหรอ ? ”
ติงจวิ้นเจี๋ยยิ้มแล้วพูดว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบกับเธอ แต่ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับเธอมาสองสามครั้งแล้ว”
หลินเจียลี่อดไม่ได้ที่จะมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ เพราะคิดว่าเป็นเขาที่เอาเธอไปพูดให้ติงจวิ้นเจี๋ยฟัง
เจียงเสี่ยวไป๋เบือนหน้าหนี เพราะเขาไม่เคยเอาเธอไปพูดให้ใครฟังมาก่อนเลย
ไม่เคยมีใครเอ่ยถึงหลินเจียลี่ต่อหน้าติงจวิ้นเจี๋ยมาก่อนเลย
ติงจวิ้นเจี๋ยเห็นดังนั้นจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่เขยของเธอไม่ได้เป็นคนพูดหรอก”
หลินเจียลี่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมองไปที่หลินเจียจวินต่อ
หลินเจียจวินยิ้ม “ฉันไม่ได้มีเวลาขนาดที่จะไปเล่าเรื่องของเธอให้จวิ้นเจี๋ยฟังหรอกนะ”
ติงจวิ้นเจี๋ยยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันได้ยินมาจากลุงรองของเธอนั่นแหละ”
หลินเจียลี่จึงถามด้วยความประหลาดใจ “ลุงรองพูดเรื่องของฉันให้คุณฟังว่าอย่างไรบ้างเหรอ ! ”
ทันใดนั้น ดูเหมือนเธอจะเข้าใจและถามว่า “หลังจากที่ถังเสี่ยวโจวถูกย้ายออกไป คุณก็ได้มาเป็นเลขาของลุงรองแทนเขาใช่ไหม ? ”
ติงจวิ้นเจี๋ยพยักหน้า
หลินเจียลี่ยังคงประหลาดใจ “แม้ว่าคุณจะทำงานเป็นเลขาให้กับลุงรอง แล้วทำไมเขาต้องพูดถึงฉันให้คุณฟังด้วย ? ”
ความอยากรู้อยากเห็นหญิงสาวปะทุขึ้นมาอีกครั้ง จนเธอไม่ใส่ใจอาหารตรงหน้าเลย
ถ้าไม่ถามให้ชัดเจน อาหารมื้อนี้ก็คงจะไม่อร่อย
ติงจวิ้นเจี๋ยพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก ท่านผู้นำแค่หยิบยกขึ้นมาระหว่างพูดคุยทั่วไปเท่านั้นแหละ”
“เอาล่ะ เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว กินข้าวกันก่อนเถอะ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เริ่มที่จะเปิดขวดเหล้า อันดับแรกเขาได้รินให้กับจางอี้เต๋อ จากนั้นก็ถังจิงเทียน และ หลินเจียจวิน แต่เมื่อถึงตาของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็ถามว่า “พี่เจียง พี่อยากจะดื่มสักหน่อยไหมครับ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ได้สิ”
เนื่องในโอกาสวันนี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะปฏิเสธ อย่างไรก็ต้องดื่มกับพวกเขาสักเล็กน้อย
ติงจวิ้นเจี๋ยมีความสุขมากและเทเหล้าลงในแก้วของเจียงเสี่ยวไป๋ทันที
จากนั้น เขาก็เดินไปที่ข้าง ๆ เมิ่งเสี่ยวเป่ย
เมิ่งเสี่ยวเป่ยโบกมือ “ฉันไม่ดื่มค่ะ เพราะฉันยังต้องขับรถอยู่”
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “คุณเมิ่งดื่มสักเล็กน้อยก็ได้ครับ ผมได้เตรียมคนขับรถมาให้พวกคุณไว้แล้ว”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้ช่วยหลิน ทำไมครั้งนี้คุณถึงได้ระมัดระวังและจัดการเรื่องต่าง ๆ อย่างรอบคอบขนาดนี้ ? ”
หลินเจียจวินหัวเราะออกมา “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้ดื่มกับคุณเมิ่งที่เจียงเฉิง ผมต้องใส่ใจเป็นธรรมดา ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้มและพูดกับติงจวิ้นเจี๋ย “ถ้าอย่างนั้น ฉันดื่มสักเล็กน้อยก็ได้ค่ะ จะได้ไม่เสียน้ำใจพวกคุณ”
“คุณเมิ่ง ไม่ต้องเกรงใจครับ ! ”
ติงจวิ้นเจี๋ยยิ้มและรินเครื่องดื่มให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยทันที
จากนั้นเขาก็มองไปที่หลินเจียลี่ หลินเจียลี่จึงพูดว่า “เพื่อนและฉันไม่ดื่มนะคะ คุณดื่มของคุณและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพวกเรา”
“เอาล่ะ กินข้าวได้แล้ว ! ”
ติงจวิ้นเจี๋ยพูดด้วยรอยยิ้มและกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของเขา
เมื่อเริ่มทานอาหารเย็น ทุกคนต่างยกแก้วขึ้นเพื่อแสดงความยินดีกับเจียงเจียกรุ๊ปที่ประสบความสำเร็จกับการสร้างยอดขายมหาศาลในครั้งนี้
“พี่เจียง ขอแสดงความยินดีด้วย ! ”
ติงจวิ้นเจี๋ยไม่พูดอะไรเยอะ แต่ก็เต็มไปด้วยความจริงใจ
จางอี้เต๋อกล่าวว่า “นี่อาจกล่าวได้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในเจียงเฉิง หลังจากที่ฉันกลับไปชิงโจว ฉันจะจุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองให้อย่างเหมาะสม”
คำพูดของเขาดึงดูดความสนใจของหลินเจียลี่ ซือถูหรง และฉู่หยวนหยวนขึ้นมาทันที
หลินเจียลี่จึงถามด้วยความประหลาดใจว่า “พวกคุณเป็นคนจุดดอกไม้ไฟเมื่อคืนก่อนใช่ไหม ? ”