ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 895 ทานอาหารด้วยกัน
ตอนที่ 895 ทานอาหารด้วยกัน
“ป้าเมิ่ง เป็นป้าเมิ่งเองเหรอคะ ! ”
เจียงชานเปิดประตู แต่คนที่มาไม่ใช่หลินเจียจวิน แต่เป็นเมิ่งเสี่ยวเป่ย
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเห็นสีหน้าของเจียงชาน จึงยิ้มแล้วพูดว่า “ป้าเอง หนูกำลังรอใครอยู่หรือเปล่า ? ”
เจียงชานพูดว่า “ลุงหลินบอกว่าเราจะไปกินข้าวเย็นด้วยกันตอนเย็น หนูก็คิดว่าเป็นเขามารับเราไปทานข้าว ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้มและพูดว่า “ป้าก็มารับหนูไปทานอาหารเย็นเหมือนกัน ! ”
เจียงชานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เธอมีสีหน้าลำบากใจ “แต่… เรารับปากกับลุงหลินแล้วว่าจะไปกับเขาค่ะ”
“งั้นเชิญป้าเมิ่งเข้ามาก่อนค่ะ ! ”
เจียงชานพูดแล้วก็หลีกทางเพื่อให้เมิ่งเสี่ยวเป่ยเข้ามา
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเข้ามาในห้อง กล่าวสวัสดีเจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “ตอนแรกฉันว่าจะชวนคุณไปทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้แล้ว เพราะมีคนนัดคุณก่อนแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกันเลยสิ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยิ้ม “ฉันล้อเล่นนะคะ พอดีผู้ช่วยหลินขอให้ฉันมารับคุณให้”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงถามออกมาด้วยความประหลาดใจ “แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนเหรอ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดว่า “คุณขอให้เขาไปรับคนที่มหาวิทยาลัยเจียงเฉิงไม่ใช่เหรอ ? ตอนนี้เขากำลังไปที่นั่น จึงขอให้ฉันมารับพวกคุณ”
เจียงชานฟังอยู่ข้าง ๆ และพูดอย่างมีความสุข “ที่แท้ป้าเมิ่งมารับเราแทนลุงหลินนี่เอง เมื่อกี้หนูยังเดือดร้อนอยู่เลย ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดด้วยรอยยิ้ม “ป้าไม่เห็นว่าหนูจะเดือดร้อนเลย แต่ป้าแค่เห็นว่าหนูเตรียมที่จะตำหนิพ่อของหนูมากกว่า”
เจียงชานหัวเราะออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “นายกเทศมนตรีจางและรองนายกเทศมนตรีถังมาหาผมเมื่อกี้ และบอกว่าพวกเขาอยากเชิญไปทานอาหารเย็นด้วยกัน ผมเลยชวนพวกเขาไปทานด้วยกันเลย”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยกล่าวว่า “ฉันรู้ค่ะ ผู้ช่วยหลินได้เตรียมการไว้ให้แล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมา “โอ้ เขากลายเป็นจูกัดเหลียงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาสามารถทำนายอนาคตได้ด้วยเหรอ ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยพูดว่า “เมื่อเขาออกจากห้องของคุณ เขาน่าจะเห็นนายกเทศมนตรีจางและรองนายกเทศมนตรีถังมาหาคุณหรือเปล่า เขาจึงเดาว่าคุณต้องชวนทั้งคู่ไปทานอาหารเย็นด้วยแน่ ๆ เขาเลยขอให้ฉันมารับคุณไปทานข้าวในตอนเย็น”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “เอาล่ะ งั้นก็ไปกันเถอะ ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็ยืนขึ้นและเรียกเจียงถิงและหวังกัง
เมื่อพวกเขาออกไป เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็นำทางไปที่ห้องของจางอี้เต๋อและถังจิงเทียนก่อน หลังจากที่เรียกพวกเขาแล้ว ทุกคนก็ออกเดินทางพร้อมกัน
เมื่อมาถึงลานจอดรถของเกสต์เฮาส์ เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็มอบกุญแจรถให้เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ผู้ช่วยหลินบอกว่าคุณคุ้นเคยกับเจียงเฉิงดี เขาจึงส่งรถมาให้ ไว้ให้คุณขับมันไป ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รับมันด้วยรอยยิ้มแล้วถามว่า “แล้วเราจะไปที่ไหนกัน ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยบอกสถานที่ตั้งของร้านอาหารทันที
สถานที่ที่หลินเจียจวินเลือกนั้นอยู่ริมทะเลสาบทางตะวันออก เป็นร้านอาหารที่ชื่อว่า “บ้านชาวประมง” ซึ่งเมนูส่วนใหญ่เป็นเมนูจากปลาที่ทำแบบสดใหม่
เจียงเสี่ยวไป๋ขับรถมาถึงที่ร้านอาหารอย่างง่ายดาย
หลังลงจากรถ เมิ่งเสี่ยวเป่ยก็เหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “คุณคุ้นเคยกับเจียงเฉิงมากจริง ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมมาที่นี่บ่อยมาก และรู้จักถนนทุกสาย จึงหาร้านได้ไม่ยาก”
นี่คือร้านอาหารหลังเล็กเก่า ๆ ริมทะเลสาบตะวันออก วิวที่นี่สวยดี และก็มีลูกค้าไม่มากนัก
ทั้งร้านจึงดูเงียบเหงากว่าที่ควรจะเป็น
เมื่อเจ้าของร้านเห็นลูกค้ามาก็รีบทักทายอย่างอบอุ่น และหาที่นั่งให้
“ลูกค้าวันนี้แปลกหน้าสำหรับฉันมาก ฉันไม่เคยเห็นพวกคุณมาก่อนเลย ! ”
หลังจากที่ลูกค้านั่งลงที่โต๊ะ เจ้าของร้านก็ยื่นบุหรี่ให้ และพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อดูที่ตั้งของร้านอาหารแห่งนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็เดาได้ว่าที่นี่น่าจะเป็นร้านอาหารที่ร่วมหุ้นกันกับคนรู้จักเปิดขึ้นมา สำหรับคนรุ่นหลัง ร้านอาหารแบบนี้เรียกว่าร้านอาหารแบบส่วนตัว เขาจึงตอบว่า “พอดีเพื่อนเป็นคนจองไว้และบอกให้มาที่นี่ก่อนครับ”
เจ้าของร้านยิ้มแล้วพูดว่า “เป็นแบบนี้นี่เอง เพราะส่วนมากคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักที่นี่”
ขณะที่เขากำลังพูด ก็มีการเคลื่อนไหวอีกครั้งข้างนอก และในไม่ช้า หลินเจียจวินก็เข้ามาพร้อมกับหลินเจียลี่ ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวน
หลินเจียลี่ไม่ได้รู้สึกเกร็งต่อหน้าหลินเจียจวินและเจียงเสี่ยวไป๋สักเท่าไหร่ เพราะถึงอย่างไรคนหนึ่งก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ อีกคนก็เป็นพี่เขย แต่เธอรู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อยเมื่อเห็นจางอี้เต๋อ ถังจิงเทียน และเมิ่งเสี่ยวเป่ย
ส่วนซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนก็รู้สึกประหม่าขึ้นมา เพราะพวกเธอไม่คิดว่าจะมีใครอีกนอกจากเจียงเสี่ยวไป๋
หลินเจียจวินเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองคนรู้สึกไม่สบายใจ เขาจึงพูดว่า “ลี่ลี่ บอกให้เพื่อนผ่อนคลาย ไม่ต้องเกรงใจพวกเราหรอก เข้ามานั่งด้วยกันนี่”
หลินเจียลี่พยักหน้า เธอเดินไปจับมือทั้งสองคนให้มานั่งบนเก้าอีกข้าง ๆเธอ และพูดว่า “นั่งข้างฉัน แล้วไม่ต้องกังวล ทำตัวสบาย ๆ ไม่ต้องเกรงใคร”
ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนได้แต่พยักหน้า แต่พวกเธอก็ยังดูเกร็งเล็กน้อย
โชคดีที่เจียงชานเป็นคนเอนเตอร์เทรนเก่ง เธอจึงวิ่งไปหาทั้งสอง และพูดว่า “น้าหรง น้าฉู่ นั่งอยู่ตรงนี้อาจจะอึดอัดใช่ไหมคะ งั้นมานั่งตรงนี้กับหนูเร็ว ๆ ค่ะ”
ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนพบว่าการไปเล่นกับเจียงชานนั้นทำให้พวกเธอผ่อนคลายลงได้ พวกเธอจึงเดินไปกับเจียงชานอย่างมีความสุข
จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนต่างก็ยืนขึ้นและทักทายหลินเจียจวิน
ในทางกลับกัน เจียงเสี่ยวไป๋และเมิ่งเสี่ยวเป่ยยังคงนั่งอยู่
ไม่จำเป็นต้องสุภาพระหว่างพวกเขา
หลินเจียจวินเข้ามาแล้วพูดกับจางอี้เต๋อและถังจิงเทียนว่า “ท่านผู้นำทั้งสองไม่ต้องสุภาพกับผมขนาดนี้หรอกครับ นั่งลงเถอะ ! ”
จากนั้น จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนก็นั่งลง
“พี่ไม่ได้ไปรับจวิ้นเจี๋ยเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามหลังจากที่หลินเจียจวินนั่งลง
หลินเจียจวินพูดว่า “ฉันโทรหาเขาแล้ว เขาบอกว่าเขาจะตามมาทีหลัง”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงตอบไปว่า “อ้อ”
ตอนนี้ตำแหน่งและหน้าที่การงานของติงจวิ้นเจี๋ยแตกต่างออกไปจากเมื่อก่อน เขามีรถยนต์ประจำตำแหน่งขับ จึงไม่จำเป็นต้องไปรับเขา
เขาเหลือบมองไปที่หลินเจียลี่ ชี้ไปที่เธอและแนะนำให้จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนรู้จัก “นี่คือน้องสาวภรรยาของผมเองครับ เธอชื่อหลินเจียลี่”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็บอกหลินเจียลี่ว่า “ลี่ลี่ นี่คือลุงจางและลุงถัง พวกเขาเป็นเพื่อนกับพ่อของเธอด้วย ทักทายพวกเขาหน่อยสิ”
“สวัสดีค่ะลุงจาง ! ”
“สวัสดีค่ะลุงถัง ! ”
หลินเจียลี่กล่าวทักทายอย่างไม่เต็มใจ
ให้ตายเถอะ เจียงเสี่ยวไป๋เรียกเธอว่า ‘ลี่ลี่’ อีกแล้ว และเอาพ่อของเธอมาอ้างเพื่อบังคับให้เธอทำความรู้จัก และยังบอกว่าเธอเป็นน้องสาวของภรรยาเขา
จางอี้เต๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจียลี่ ฉันชื่อจางอี้เต๋อ เป็นเพื่อนกับพ่อของหนูมานานกว่าสิบปีแล้ว จากนี้ไปถ้าหนูไปเที่ยวที่ชิงโจว มันจะไม่ต่างจากการกลับบ้านที่เจี้ยนหยางของหนูเลย”
ถังจิงเทียนยังกล่าวอีกว่า “เจียลี่ ลุงเองก็มาจากเจี้ยนหยางและเคยร่วมงานกับพ่อของหนูมาแล้วหลายครั้ง หากว่าได้ไปเที่ยวชิงโจว แล้วต้องการความช่วยเหลืออะไร ไปหาลุงจางหรือมาหาลุงก็ได้”
หลินเจียลี่คิดกับตัวเองว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นเมื่อฉันไปถึงชิงโจว ฉันจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากเจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนแรกอยู่แล้ว จะไปขอความช่วยเหลือจากพวกคุณเพื่ออะไร ?
ทันทีที่ความคิดนี้เกิดขึ้น เธอก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย แล้วทำไมเธอต้องไปขอความช่วยเหลือจากเจียงเสี่ยวไป๋ด้วย ?
ไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาวของฉันไม่ได้เหรอ ?
อย่างไรก็ตาม เธอยังคงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ขอบคุณลุงจางและลุงถังมากนะคะ ! ”
แต่นั่นเป็นเพราะเธอยังไม่รู้ตัวตนของจางอี้เต๋อและถังจิงเทียน
แม้ว่าเธอจะรู้ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจมากนัก
ท้ายที่สุดแล้ว พ่อของเธอก็เป็นคนมีตำแหน่งสูง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลินต้ากั๋ว ลุงรองของเธอเลย และเธอก็มีคุณปู่ที่มีอำนาจมากด้วย
หลังจากที่รอบข้างเต็มไปด้วยคนใหญ่คนโต เธอก็รู้สึกเฉยเมยไปโดยธรรมชาติ