ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 898 อย่าให้ฟรี
ตอนที่ 898 อย่าให้ฟรี
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่คาดคิดว่าถังจิงเทียนจะทิ้งระเบิดออกมาในเวลานี้
“รองนายกเทศมนตรีถัง คุณพูดออกมาทั้งที ผมก็จะทำให้เต็มที่ ! ”
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ปฏิเสธผลประโยชน์ที่มาส่งให้ถึงหน้าประตูบ้านอยู่แล้ว และพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ถังจิงเทียนยิ้มและกล่าวว่า “แน่นอนว่าคุณมีส่วนช่วยให้ชิงโจวของเราพัฒนาอย่างมาก และการมอบแหล่งข้อมูลการโฆษณาให้กับคุณก็เป็นการตัดสินใจที่ดีของภาครัฐเราเหมือนกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ในกรณีนี้ ผมจะไม่ได้รับผลประโยชน์นี้เพียงฝ่ายเดียวแน่นอน”
“หลังจากที่ผมกลับไปที่ชิงโจว ผมจะวางแผนลงทุนในการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานของเทศบาลสองโครงการ และเราจะทำสัญญามอบสิทธิ์การจัดการโฆษณากลางแจ้งทั้งหมดภายในเมืองชิงโจวให้กับผม”
ถังจิงเทียนยิ้มและพยักหน้า “ไม่มีปัญหา”
ในตอนเที่ยงวันนี้ เขาได้พูดคุยกับนายกเทศมนตรีจางเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการให้เจียงเสี่ยวไป๋ลงทุนในโครงการบางโครงการของเทศบาล ในเวลานั้นนายกเทศมนตรีจางยังกล่าวว่าเขาไม่อยากบังคับเจียงเสี่ยวไป๋ นอกจากเจียงเสี่ยวไป๋จะเต็มใจทำเอง แต่เขาไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะเสนอมันออกมาจริง ๆ
เดิมทีเขาต้องการให้พื้นที่โฆษณาในเมืองชิงโจวฟรี ๆ แก่เจียงเสี่ยวไป๋เพื่อเป็นรางวัลให้เขา แต่เจียงเสี่ยวไป๋กลับเสนอว่าเขาจะลงทุนในการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานของเทศบาลสองโครงการ นี่ถือเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเมืองชิงโจว
มีเหตุผลใดบ้างที่จะไม่ตกลง ?
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองจางอี้เต๋อและถังจิงเทียน แล้วพูดว่า “นายกเทศมนตรีจาง รองนายกเทศมนตรีถัง พวกคุณไม่จำเป็นต้องตกลงเร็วขนาดนั้น เพราะหากคุณปล่อยสิทธิ์การจัดการโฆษณากลางแจ้งในเมืองชิงโจวให้กับผม อายุสัญญาอย่างน้อยจะต้อง 50 ปีขึ้นไป”
อ่า ?
จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาไม่คิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะขอเวลานานขนาดนี้
“50 ปี แบบนี้พอถึงตอนนั้นคุณก็อายุ 80 ปีแล้วน่ะสิ ! ”
“ทำไมอายุสัญญาถึงนานขนาดนั้น ? ”
จางอี้เต๋อขมวดคิ้วและถามออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “พูดตามตรงกับผู้นำทั้งสอง ตอนที่ผมได้รับสิทธิ์ในการจัดการพื้นที่โฆษณา ผมจำเป็นต้องสร้างป้ายโฆษณา จากนั้นก็โฆษณาได้แต่สินค้าของตัวเองเท่านั้น มันเป็นการลงทุนที่มหาศาล แต่ป้ายโฆษณาพวกนี้ไม่ได้ทำเงินอะไรให้ผมเลย”
“พูดตามตรงผมกำลังแลกเงินไปกับอากาศ ดังนั้นผมจึงหวังว่าภายในระยะเวลาสิบหรือยี่สิบปี ป้ายโฆษณาเหล่านี้จะนำผลประโยชน์มาให้ผมบ้าง”
แน่นอนว่าป้ายโฆษณาจะใช้เวลาไม่เกินสิบหรือยี่สิบปีในการสร้างมูลค่า
แต่เขาคาดการณ์ว่าภายในสามถึงห้าปี การแข่งขันทางธุรกิจจะรุนแรงขึ้น และการโฆษณาจะเริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างบ้าคลั่ง
แต่เจียงเสี่ยวไป๋จำเป็นต้องพูดแบบนี้ออกมา
ไม่อย่างนั้น เขาจะได้สัญญาระยะยาวได้อย่างไร ?
และเหตุผลที่เขาไม่อยากได้มันมาฟรี ๆ และแลกโดยการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทดแทนให้กับเทศบาลก็เพื่อความปลอดภัย
ระบบราชการของจีนเป็นเหมือนค่ายหุ้มเหล็กและมีกองกำลังไหลเวียนตลอดเวลา ผู้นำได้รับการแต่งตั้งไว้หนึ่งสมัย และจะถูกแทนที่เมื่อหมดวาระ
หากจางอี้เต๋อและถังจิงเทียนยังอยู่ในตำแหน่ง ต่อให้เขาใช้พื้นที่โฆษณาในเมืองชิงโจวฟรี ๆ มันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากมีผู้นำคนอื่นที่เขาไม่รู้จักเข้ามาแทนที่ทั้งสองคนนี้ เขาก็อาจจะถูกยึดสิทธิ์การจัดการพื้นที่โฆษณาคืน และอาจไปตกอยู่ในมือของคนอื่นแทน
แต่การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับเทศบาลเพื่อตอบแทนการใช้สิทธิ์จัดการพื้นที่โฆษณานั้นจะแตกต่างออกไป
เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่านี่คือข้อตกลง
นอกจากนี้ยังสมเหตุสมผลและเป็นไปตามข้อกำหนด เป็นธุรกรรมที่ยุติธรรมโดยสมัครใจและเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่าย และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มันจะไม่ถูกขัดเมื่อมีการเปลี่ยนผู้นำ
จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนฟังคำอธิบายของเจียงเสี่ยวไป๋ และทั้งคู่ก็พยักหน้า
ถังจิงเทียนกล่าวว่า “ตกลง ฉันจะทำตามที่คุณขอ ! ”
“ห้าสิบปีก็ห้าสิบปี ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกมีความสุขมาก
เขาแค่อาศัยข้อได้เปรียบของการกลับมาเกิดใหม่ และรู้สถานการณ์ของยุคอนาคตมาใช้ล่อลวงทั้งสอง ไม่อย่างนั้นเขาจะได้เปรียบมหาศาลขนาดนี้ได้อย่างไร ?
ต้องรู้ว่าการโฆษณากลางแจ้งในยุคสมัยต่อมาเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้มากขนาดไหน !
แต่เจียงเสี่ยวไป๋กลับฉวยโอกาสจากการที่รู้สถานการณ์ล่วงหน้านี้และไม่รู้สึกผิดใด ๆ เลย
ในทางตรงกันข้าม เขากลับทำหน้าตาบูดบึ้งและเรียกร้องความเห็นใจ “อีกอย่าง ด้วยการทำป้ายโฆษณานี้ ยังสามารถเพิ่มทิวทัศน์ที่สวยงามให้กับเมืองและปรับปรุงภาพลักษณ์ของเมืองชิงโจวได้อีกด้วยครับ”
ถังจิงเทียนได้ยินแบบนั้นจึงถามกึ่งไม่เชื่อว่า “มันก็แค่ป้ายโฆษณาไม่ใช่เหรอ ? มันจะดีอย่างที่คุณพูดได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมจะสร้างป้ายโฆษณาไวนิลขนาดใหญ่เป็นระยะทั้งสองด้านของถนนในเมือง ติดแสงไฟ และสร้างป้ายโฆษณาที่ได้มาตรฐานบนอาคารและทางแยกที่เหมาะสม เพื่อนำธุรกิจของเมืองเราออกมาสู่สปอตไลท์ และภาพลักษณ์ของเมืองจะได้ดูดีขึ้น”
“เมื่อมีการเผยแพร่โฆษณา ผู้คนจะสามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของเมืองชิงโจวผ่านป้ายโฆษณา”
“……”
จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนตกตะลึงกับสิ่งที่เขาพูด พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะเชื่อดีหรือไม่ ?
ในทางกลับกัน ติงจวิ้นเจี๋ยที่กำลังคิดตาม จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างได้และพูดว่า “พี่เจียง เมื่อวานนี้นายกเทศมนตรีเจียของเจียงเฉิงมาถามฉันเกี่ยวกับพี่ด้วย”
เจียงเสี่ยวไป๋ดูไม่แปลกใจและถามออกมาอย่างใจเย็น “แล้วเขามาถามอะไร ? ”
ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่ติงจวิ้นเจี๋ยจะไม่ปิดบังและบอกสิ่งที่เจียผิงเล่อถามออกมาตามตรง
หลินเจียจวินกล่าวว่า “เขายังมาถามฉันด้วย”
เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับว่าเขาไม่สนใจมันแม้แต่น้อย
เมิ่งเสี่ยวเป่ยยังกล่าวอีกว่า “เช้านี้นายกเทศมนตรีเจียไปหาคุณ แต่คุณหลับอยู่ เขาเลยไม่ได้ไปรบกวน”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “พรุ่งนี้ถ้าเขามาหาผมอีก คุณสามารถนัดได้เลย ผมจะไปพบเขา”
“ได้ค่ะ ! ” เมิ่งเสี่ยวเป่ยตอบตกลง
จากนั้น พวกเขาก็คุยกันไประหว่างทานอาหาร จนเวลาล่วงเลยไปถึงจนสามทุ่ม
เมื่อหลินเจียจวินจ่ายเงิน ทุกคนก็ออกจากร้านไป
มีการจัดรถไว้ข้างนอกสามคัน คันหนึ่งไปส่งหลินเจียลี่และเพื่อนของเธอกลับไปที่มหาวิทยาลัยเจียงเฉิงอีกคันไปส่งเจียงเสี่ยวไป๋ เด็กน้อยทั้งสามและเมิ่งเสี่ยวเป่ยกลับที่พัก และคันสุดท้ายไปส่งติงจวิ้นเจี๋ย จางอี้เต๋อ ถังจิงเทียน และหลินเจียจวิน
“พี่เขย ขอบคุณนะคะ ! ”
“พี่เขย พรุ่งนี้ฉันจะกลับบ้านเกิด ฉันขออวยพรล่วงหน้าให้คุณมีความสุขในช่วงตรุษจีนนี้ ! ”
“พี่เขย ฉันขออวยพรตรุษจีนล่วงหน้าด้วย ! มหาวิทยาลัยจะเริ่มเปิดในปีหน้า มาหาเราบ่อย ๆ นะคะ ! ”
ซือถูหรงและฉู่หยวนหยวนกล่าวลาเจียงเสี่ยวไป๋ก่อนขึ้นรถ พวกเธอเรียกเขาว่า “พี่เขย” อย่างสนิทสนมจน หลินเจียลี่กัดฟันด้วยความโกรธ
สิ่งสำคัญคือปฏิกิริยาของเจียงเสี่ยวไป๋
“สวัสดีปีใหม่เช่นกัน ! ”
“ไว้มหาวิทยาลัยเปิดเทอม ฉันจะเลี้ยงอาหารค่ำพวกเธออีกนะ ! ”
หลินเจียลี่ทนฟังไม่ไหว เธอปิดประตูรถแล้วบอกให้คนขับขับรถออกไป
ติงจวิ้นเจี๋ยและจางอี้เต๋อเองก็ไม่ชักช้า พวกเขาขึ้นรถและออกไปทันที
หลังจากมาถึงเกสต์เฮาส์และแยกกับเมิ่งเสี่ยวเป่ยแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาเด็ก ๆ ทั้งสามคนกลับไปที่ห้อง
เมื่อเขาหันไปที่มุมทางเดิน เขาก็เห็นว่าหวังผิงยืนพิงประตูห้องรออยู่
“พ่อ ! ”
หวังกังตะโกนออกมาและวิ่งไปหา “พ่อ ทำไมพ่อถึงมาอยู่ที่นี่ได้ครับ ? ”
หวังผิงกอดหวังกังด้วยรอยยิ้ม “ลูกเอ๋ย พ่อก็มารอลูกกลับมาอย่างไรล่ะ ! วันนี้พ่อทำงานเสร็จแล้ว และคืนนี้จะพาลูกไปนอนด้วย”
“ดีเลยครับ ! ”
หวังกังมีความสุขเป็นพิเศษ ในช่วงไม่กี่วันที่เขาอยู่ที่เจียงเฉิง พ่อของเขายุ่งมากและไม่มีเวลามานอนกับเขาเลย
ในที่สุดพ่อก็ว่าง และสามารถอยู่กับพ่อได้แล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายหวังผิงและถามว่า “นายอยากจะเข้าไปนั่งข้างในสักพักไหม ? ”
หวังผิงโบกมือ “ไม่ดีกว่า ฉันมารับเสี่ยวกังไปนอนด้วยน่ะ นายก็ควรไปพักผ่อนได้แล้ว ! ”