ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 899 ความคิดของเจียงชาน
ตอนที่ 899 ความคิดของเจียงชาน
วันถัดไป
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ตื่นแต่เช้า เขาก็วางแผนที่จะเก็บของวันนี้
หลังจากคิดมาสักพักแล้ว เขาก็ตั้งเป้าว่าวันนี้ก็มี 3 สิ่งที่ต้องทำ
สิ่งแรกจะต้องพาเจียงชาน เจียงถิง และหวังกังไปที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเจียงเฉิงในเจียงโขว่เพื่อซื้อของกลับไปฉลองตรุษจีนที่บ้าน
เพราะเขาตั้งใจจะพาเจียงถิงและหวังกังมาเปิดหูเปิดตาที่นี่
แต่จนถึงตอนนี้ เขายังไม่มีเวลาพาทั้งสองไปเที่ยวเล่นที่ไหนเลย
ตอนนี้เจียงเฉิงไม่มีอะไรน่าสนใจนอกจากการช้อปปิ้ง
หวังผิงเองก็คงจะไปด้วยอย่างแน่นอน
ส่วนเมิ่งเสี่ยวเป่ยค่อยมาดูว่าเธอจะไปไหม ?
จากนั้น เขาก็อยากไปที่ร้านหนังสือซินหัวบนถนนเจียงโขว่ เพื่อซื้อหนังสือของเหล่าหลินด้วย
อย่างที่สองคือเขาคาดว่าเจียผิงเล่อคงจะมาพบเขาในวันนี้
ส่วนเวลาที่แน่นอน เขาเองก็ยังไม่แน่ใจ
แต่อย่ากังวลไปเลย สิ่งสำคัญคือต้องไป “ซื้อของ” ก่อน
เขามักจะให้เวลากับครอบครัวมาก่อนงานเสมอ
ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ไม่รีบร้อนที่จะเจอกับเจียผิงเล่อ
และเรื่องที่สามคือดูว่าหลินต้ากั๋วจะเรียกเขาไปพบหรือไม่
หากเรียกไปพบ ก็จะได้รู้ว่าแผนได้รับการอนุมัติหรือถูกปฏิเสธ แต่หากไม่เรียกไปวันนี้ ก็คงต้องใช้เวลาพอสมควร
เขายังคงกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้
และหวังว่าเขาจะได้ข้อสรุปก่อนที่จะออกจากเจียงเฉิง เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาครั้งหน้าอีก
หลังจากเตรียมการเสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็พาเจียงชานและเจียงถิงไปที่ห้องอาหารเพื่อทานอาหารเช้า
เมื่อทั้งสามมาถึง หวังผิงและหวังกังก็มาถึงก่อนแล้ว
“พี่ชานชาน มานี่เร็ว ! ”
หวังกังเรียกเจียงชานมาที่โต๊ะอย่างมีความสุข
“กว่าจะมา ฉันทานข้าวเสร็จพอดี”
เจียงชานหยิบซาลาเปาสามชิ้น ไข่ต้ม และโจ๊กด้วยตัวเอง แล้วยกอาหารไปที่โต๊ะที่หวังกังนั่งอยู่
เธอทานอาหารที่ห้องอาหารของเกสท์เฮาส์มาหลายครั้งแล้ว ซึ่งทุกครั้งเธอก็มักจะยกอาหารเองตลอด
แต่เจียงถิงทำไม่ได้ และเจียงเสี่ยวไป๋ก็ต้องช่วยเธอ
“ถิงถิงยังต้องฝึกมากกว่านี้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ช่วยเจียงถิงเลือกอาหารเช้า และแอบคิดในใจว่าเขาต้องพูดเรื่องนี้กับเจียงเสี่ยวเฟิงตอนเจอกันครั้งหน้า
เด็กน้อยทั้งสามกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง พวกเขากินข้าวเช้าอย่างมีความสุขและพูดคุยกัน
ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดคุยเรื่อยเปื่อยกับหวังผิง
“วันนี้นายไม่มีงานเหรอ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามออกมา
หวังผิงกล่าวว่า “งานทุกอย่างเสร็จไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว และตอนนี้พนักงานของบริษัทเราก็ว่าง เก็บข้าวของรอที่จะกลับไปในวันพรุ่งนี้”
เมื่อมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ เขาก็พูดต่อ “เมื่อทุกคนได้ยินว่านายซื้อตั๋วเครื่องบินให้ พวกเขาก็ตื่นเต้นมาก ! ”
ไม่ใช่แค่พนักงานพวกนั้น แม้แต่เขาเองก็มีความสุขมากเหมือนกัน
เช่นเดียวกับผู้จัดการระดับกลางและผู้บริหารระดับสูงของบริษัท รวมถึงเปากันฉวน เจียงเสี่ยวหยู จางกุ้ยฟางและคนอื่น พวกเขายังไม่เคยได้ขึ้นเครื่องบินเลยสักครั้ง
เจียงเสี่ยวไป๋กำลังให้โอกาสที่หาได้ยากนี้แก่พวกเขา !
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ทุกคนทำงานหนักมามากแล้ว และมันก็พอดีกับตอนที่สายการบินเปิดให้บริการตามปกติ ดังนั้นฉันจึงถือว่านี่เป็นสวัสดิการสำหรับพวกเขา”
หวังผิงพยักหน้า ด้วยผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ ทุกคนที่มาช่วยงานนี้ก็รู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้น ซึ่งมันก็สมควรแล้วที่พวกเขาจะได้รับผลตอบแทนนี้
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าหากว่านายไม่มีงานอะไรทำแล้ว ไปเจียงโข่วกับฉันและเด็ก ๆ ก็ได้นะ ฉันจะพาพวกเขาไปซื้อของ”
หวังผิงพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันต้องไปอยู่แล้ว เสี่ยวกังเองก็ไม่เคยมาเที่ยวเจียงเฉิงมาก่อน ฉันต้องพาเขาไปช้อปปิ้งสักครั้ง”
เขายิ้มและพูดว่า “คราวนี้เยี่ยนหงใจดี เธอให้เงินฉันมาสองพันหยวน ฉันต้องใช้ให้หมด”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เหลือบมองที่เจียงเสี่ยวไป๋ “ถ้านายมีเงินไม่พอซื้อของ นายสามารถยืมฉันก่อนได้”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “นายสามารถให้คนอื่นยืมเงินได้ แต่นายไม่ควรใช้เงินทั้งหมดนี้ในคราวเดียว”
หวังผิงถามด้วยความสับสน “ทำไม ? ”
เจียงชานพูดจากด้านข้าง “เพราะครั้งนี้เราไม่ได้ขับรถมาที่นี่ เราจึงกลับไปชิงโจวโดยเครื่องบิน มีการจำกัดสัมภาระในการขึ้นเครื่อง หากว่าน้ำหนักเกินต้องจ่ายเพิ่มค่ะ ! ”
อ่า ?
จู่ ๆ หวังผิงก็รู้สึกผิดหวังและอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา “ช่างเป็นเครื่องบินเส็งเคร็งจริง ๆ นำสัมภาระขึ้นเยอะก็ไม่ได้ ! ”
เขาวางแผนที่จะซื้อของฝากไปมากมาย !
หวังกังรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยหลังจากได้ยินสิ่งที่เจียงชานพูด และพูดว่า “พ่อ ในเมื่อเราซื้อของกลับเยอะไม่ได้ เราก็ต้องซื้อของที่ดีและราคาแพงที่สุด”
ดวงตาของหวังผิงเป็นประกาย เขายิ้มและลูบหัวของหวังกัง และกล่าวชม “นี่ถือว่าเป็นความคิดที่ดีมาก ลูกพ่อฉลาดมาก ! ”
เขารู้สึกดีขึ้นเยอะหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของลูกชาย
เจียงชานกลอกตามองแล้วพูดว่า “ลุงหวัง แม้ว่าขึ้นเครื่องจะจำกัดสัมภาระ แต่ลุงก็สามารถซื้อของกลับตามที่ต้องการได้ ? ”
หวังผิงตกตะลึง “ก็หนูบอกว่าเราไม่สามารถนำสิ่งของมากมายขึ้นเครื่องบินได้ไม่ใช่เหรอ ? ”
เจียงชานหัวเราะออกมาคิกคัก “หนูได้ยินลุงจางบอกว่าพวกเขาก็จะบินกลับด้วย แต่ตอนที่เรามา เรานั่งรสบัสมาจากชิงโจว”
“ถ้าหากว่าของที่เราซื้อมาเอาขึ้นเครื่องบินไม่ได้ เราก็เอาฝากรถกลับไปได้”
“อย่างไรก็ตามรสบัสก็ต้องกลับชิงโจวอยู่แล้ว ! ”
หวังผิงหัวเราะเสียงดังหลังจากได้ยินที่เธอพูด “ชานชานฉลาดที่สุด ทำไมลุงคิดไม่ถึงเหมือนหนูนะ ? ”
หวังกังพูดอย่างท้อแท้เล็กน้อย “ผมก็ไม่คาดคิดเหมือนกันครับ”
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน ลูกสาวของเขาเริ่มมีความคิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ต้องพูดถึงหวังผิงและหวังกังที่จะรู้สึกประหลาดใจ
ในขณะที่หลายคนกำลังคุยกัน จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนก็เดินเข้ามาในห้องอาหาร
“พวกคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ ? ”
“ดูแล้วสนุกสนานเชียว ! ”
จางอี้เต๋อถามด้วยรอยยิ้ม
หวังกังตอบว่า “ลุงจาง ลุงก็จะขึ้นเครื่องบินด้วยเหรอครับ ? ”
จางอี้เต๋อกล่าวว่า “ใช่ ถ้าเรานั่งรถกลับ ต่อให้เราออกเดินทางวันนี้ พรุ่งนี้ก็ยังไม่ถึงอยู่ดี เป็นการดีกว่าที่จะอยู่เจียงเฉิงอีกสักวัน แล้วบินกลับกับพวกคุณในวันพรุ่งนี้ ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว”
หวังกังพูดอย่างมีความสุข “เยี่ยมมาก ลุงจาง เดี๋ยวพ่อกับผมจะไปซื้อของกัน แต่พี่ชานชานบอกว่าเราไม่สามารถนำสัมภาระขึ้นเครื่องเกินกำหนดได้ ถ้าเราจะฝากของไปกับรสบัสที่เรานั่งมาจะได้ไหมครับ ? ”
จางอี้เต๋อตกตะลึงจนเกือบอุทานออกมาว่า “ไอ้หยา” เขาบอกให้คนขับทานอาหารเช้าแล้วขับรถกลับไปที่ชิงโจวทันที เพราะลืมคิดไปว่าสามารถฝากของกลับไปกับรถได้
“เสี่ยวกัง ไม่เป็นไร ! ”
“โอ้ ฉลาดมาก ขนาดฉันยังมองข้ามเรื่องนี้ไป”
จางอี้เต๋อชมเชยและกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา ฉันจะตามไปซื้อของด้วย แล้วจะบอกให้คนขับรถขับรสบัสไปรออยู่ที่ห้างสรรพสินค้า หลังจากที่เราซื้อของเสร็จ เราก็ขนของขึ้นรถได้เลย”
“โอ้ เยี่ยมมากเลยครับ ! ”
หวังกังพูดออกมา และยิ้มกว้างจนปากแทบจะถึงหู
จางอี้เต๋อเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดว่า “แล้วคุณบอกพนักงานในบริษัทแล้วหรือยังว่าถ้าต้องการซื้อของกลับ สามารถฝากรสบัสของเรากลับได้”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดอยู่พักหนึ่งและไม่ปฏิเสธ
ในเมื่อพนักงานได้มาที่เจียงเฉิงทั้งที ก็ให้พวกเขาได้ซื้อของฝากกลับไปด้วย
เมื่อเห็นว่าหวังผิงกินเสร็จแล้ว เขาจึงสั่งว่า “ไปบอกเปากันฉวนว่าหากพนักงานอยากไปซื้อของฝากกลับบ้าน ก็ให้พวกเขายืมเงินบริษัทคนละห้าร้อยหยวนได้”
“ได้ ! ”
หวังผิงรับคำสั่ง และรีบไปบอกเปากันฉวนทันที
จางอี้เต๋อและถังจิงเทียนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว หลังจากได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋
ปัจจุบัน เจียงเจียกรุ๊ปนั้นร่ำรวยมากจนพนักงานทุกคนสามารถยืมเงินบริษัทได้คนละ 500 หยวน
ต้องรู้ก่อนว่าในสมัยนี้ เงิน 500 หยวนเป็นเงินเดือนหนึ่งถึงสองปีของคนส่วนใหญ่เลย
อย่างไรก็ตาม พวกเขารู้ว่าโดยทั่วไปแล้วเงินเดือนของพนักงานเจียงเจียกรุ๊ปนั้นสูงมาก แม้แต่พนักงานธรรมดาก็ยังได้รับเงินเดือนหลายเท่าของเงินเดือนที่เคยได้
แม้แต่พวกเขาทั้งสองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย