ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 970 ทำฟองเต้าหู้
ตอนที่ 970 ทำฟองเต้าหู้
หลัวเจาตี้ เจียงถิง และหลินเจียอินก็มาด้วย
“พี่สะใภ้ ทำไมถึงมาที่นี่ได้ ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงมองกลับไปและถามด้วยความประหลาดใจ
หลินเจียอินกล่าวว่า “อยู่ที่บ้านก็เบื่อ ฉันอยากไปดูทำฟองเต้าหู้ด้วย”
เจียงเสี่ยวเฟิงพยักหน้า จากนั้นเขาก็สตาร์ทรถและขับออกไปโดยไม่พูดอะไรอีก
รถขับออกมาอย่างรวดเร็วจนมาไปถึงลานเล็ก ๆ ด้านล่าง เมื่อเจียงเสี่ยวเฟิงเห็นเย่กวงโต้ว เจียงเสี่ยวซิง และเจียงเสี่ยวเหลยกำลังทำความสะอาดเศษประทัด เขาก็หยุดรถ ชะโงกหน้าออกไปนอกหน้าต่างแล้วทักทายพวกเขา
“กวงโต้ว ขอบคุณมากนะที่อยู่เก็บกวาดขยะพวกนี้ให้ ! ”
ถ้าเย่กวงโต้วไม่ทำ มันก็คงจะหนีไม่พ้นเขาอยู่ดี
ไม่อย่างงั้นหน้าที่ในการทำความสะอาดนี้ก็คงจะตกเป็นของเขา
เขาอยู่บ้านเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี เมื่อเขากลับมา เขาก็จะรับทำงานทุกอย่าง เพราะไม่อยากให้พ่อแม่ต้องทำงานหนัก
ตอนนี้เขากลับมาบ้านแล้ว งานทุกอย่างที่มีล้วนรับทำทั้งหมด
นี่ถือได้ว่าเป็นความกตัญญูกตเวที
เย่กวงโต้วทำงานหนักมาเป็นเวลานานและเหนื่อยมาก เมื่อได้มาเก็บกวาดเศษประทัดเหล่านี้ เขาก็เริ่มรู้สึกปวดหลังขึ้นมาทันที
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวเฟิง เขาก็ยืดตัวขึ้นและพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่เสี่ยวเฟิง ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยครับ”
เมื่อเขาเห็นเจียงไห่หยาง หลินเจียอิน และหลัวเจาตี้นั่งอยู่ในรถ เขาก็ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก
คนเหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลสำคัญ !
เขาควรทำสิ่งที่ควรทำและให้ถูกที่ถูกเวลา
มิฉะนั้นก็จะไร้ประโยชน์
เจียงไห่หยางตื่นสายและไม่รู้ว่าเย่กวงโต้วกำลังกวาดขยะอยู่ด้านล่าง เมื่อเขาเห็น เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เสี่ยวเย่ คุณเป็นแขก มาทำแบบนี้ได้อย่างไร รีบหยุดเร็วเข้า ขึ้นไปพักที่บ้านเถอะ ปล่อยให้เสี่ยวชิงและเสี่ยวเหลยทำไป”
เมื่อเห็นเย่กวงโต้วเหงื่อออกเต็มหน้าฝาก เขาก็รู้สึกเสียใจมาก
เย่กวงโตวยิ้มแล้วพูดว่า “ลุงเจียง ไม่เป็นไรครับ ผมทำเกือบเสร็จแล้ว”
ขณะที่พูด เขาก็ยกมือขึ้นเพื่อเช็ดเหงื่ออีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าเย่กวงโต้วเก็บกวาดขยะจนเหงื่อท้วมตัว เจียงไห่หยางก็รู้สึกเสียใจมาก แต่เขาก็รู้สึกประทับใจเด็กคนนี้เป็นพิเศษเหมือนกัน
คนแก่ในยุคนี้มักจะชอบคนขยัน
เย่กวงโต้วพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่เขาควรทำ เขาจึงถามออกมาด้วยความกังวลว่า “ลุงเจียงครับ แล้วลุงกำลังจะไปที่ไหน ? ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ฉันจะขึ้นไปบนหมู่บ้านเพื่อไปทำฟองเต้าหู้ที่บ้านพี่ชายคนโตของฉัน”
เย่กวงโต้วยิ้มแล้วพูดว่า “ฟองเต้าหู้ทอดก็อร่อยดีนะครับ แต่ขั้นตอนการทำฟองเต้าหู้นั้นยุ่งยากมาก ลุงอยากให้ผมไปช่วยไหม ? ”
เจียงไห่หยางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ผู้ชายคนนี้ดูกระตือรือร้นมาก !
เด็กดี !
ไม่เลว !
เขาพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าว่า “ไม่ วันนี้มีคนมาช่วยเยอะมาก เธอควรกลับบ้านตัวเองได้แล้วนะ วันนี้เป็นวันที่ 29 แล้ว ถ้าไม่กลับไปพ่อแม่จะเป็นกังวลเอาได้ ! ”
เย่กวงโต้วตั้งใจว่าเขาจะได้ใช้ช่วงเวลาปีใหม่ที่บ้านตระกูลเจียง เขาจึงไม่รีบที่จะกลับไป เขายิ้มและพูดว่า “พ่อแม่ของผมรู้ว่าผมมาที่บ้านของผู้ช่วยเจียง พวกเขาไม่ได้รีบร้อนหรอกครับ พวกเขาบอกผมก่อนที่ผมจะมาที่นี่ว่าผู้ช่วยเจียงเป็นเหมือนผู้มีพระคุณของตระกูลเย่ของเรา ลุงต้องการให้ผมไปช่วยงานอีกแรงไหมครับ ? ”
เจียงไห่หยางอดไม่ได้ที่จะพยักหน้า ใครกันที่เป็นคนสั่งสอนเด็กคนนี้ เขารู้วิธีตอบแทนความเมตตาและรู้บุญคุณคนจริง ๆ
“งั้นหลังจากทำความสะอาดที่นี่เสร็จแล้วก็ตามฉันไปแล้วกัน เย็นนี้เรามาดื่มและพูดคุยกันสักหน่อย” เจียงไห่หยางพูดด้วยรอยยิ้ม
เขายังคงจำได้ว่าเด็กคนนี้ได้ดื่มอวยพรให้กับเขาเมื่อคืน เขายังทำมันด้วยความเคารพ
“เอาล่ะ ลุงเจียงไม่ได้รบกวนผมหรอกครับ ผมต่างหากที่รบกวนลุงบ่อย ๆ ! ”
เย่กวงโต้วกล่าวด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา
ด้วยคำพูดของเจียงไห่หยาง ราวกับว่าเขาได้รับพระราชโองการจากจักรพรรดิ ทำให้เขามีเหตุผลอันชอบธรรมที่จะอยู่ที่บ้านตระกูลเจียงต่อ
เจียงเสี่ยวเฟิงสตาร์ทรถออกจากลาน และขับตรงไปที่บ้านของเจียงไห่เทียนทันที
ขณะที่ดอร์จแรมชาร์จเจอร์ขับขึ้นดอยไป ผู้คนในเจียงวานก็เห็นมันและเริ่มพูดคุยกันอีกครั้ง
“นั่นคือรถของเจียงเสี่ยวเฟิง ! ”
“ดูรถคันนั้นสิ มันสวยมาก ! ”
“ใช่ ว่ากันว่าเป็นรถนำเข้า ! ”
“ตอนนี้สิ่งต่าง ๆ ที่บ้านของตระกูลเจียงเปลี่ยนไปมาก ไม่เพียงแต่เจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้น แต่เจียงเสี่ยวเฟิงยังมีรถนำเข้าขับด้วย”
“ทั้งหมดนี้ก็เพราะว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน”
“ใช่ คุณไม่เห็นหรือว่าเจียงเสี่ยวไป๋ซื้อรถหกคัน ? ฉันเดาว่ารถทั้งหกคันนั้นต้องเป็นของพี่น้องทั้งหกคนของเขาแน่ แค่ว่าเสี่ยวชิงยังเรียนอยู่ ส่วนเสี่ยวเหลยและเสี่ยวหยูยังเด็กอยู่ จึงยังไม่ได้เอาให้พวกเขาไปขับ”
“อืม เป็นไปได้มาก”
“เมื่อวานฉันเห็นเจียงเสี่ยวเยว่ขับรถสีแดง”
“……”
ต้องบอกว่าบางครั้งชาวบ้านเหล่านี้ก็มีจินตนาการที่สูงมาก และเจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่สามารถจินตนาการถึงสิ่งที่พวกเขาคิดได้
เจียงเสี่ยวเฟิงขับรถตรงไปที่ประตูบ้านของเจียงเสี่ยวจี๋
หลังจากที่ทุกคนลงจากรถ เจียงเสี่ยวเฟิงก็มองไปที่บ้านหลังใหม่ด้วยความชื่นชม
ช่างเป็นบ้านที่ทันสมัยจริง ๆ !
ตอนนี้ทั้งพี่เสี่ยวจี๋ พี่เสี่ยวโจว เฉินหยวนชาง เฉินหยวนเซิง หูฉางจวิน และคนอื่นล้วนมีบ้านหลังใหม่ แต่เขาเป็นคนเดียวที่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง
จนมันทำให้เขาเริ่มคิดว่าถึงเวลาสร้างบ้านให้ตัวเองแล้วหรือยัง
แม้ว่าปกติเขาจะอาศัยอยู่ในบ้านพี่รองอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังอยากมีบ้านเป็นของตัวเองอยู่ดี !
“มัวใจลอยคิดอะไรอยู่ ! ”
“เร็วเข้า ลงมาขนข้าวโพด ! ”
ตอนที่เขากำลังตกอยู่ในภวังค์ เสียงของเจียงไห่หยางก็ดังขึ้นข้างหลังเขา
เจียงเสี่ยวเฟิงรู้สึกตัว เขารีบไปเปิดท้ายรถและยกกระสอบหนังงูออกมา
“คุณลุง เสี่ยวเฟิง มาแล้วเหรอ ! ”
ในเวลานี้ เจียงเสี่ยวจี๋ก็ได้เดินออกมาทักทายเจียงไห่หยางและเจียงเสี่ยวเฟิง แล้วเดินไปช่วยยกกะสอบอีกใบลงมาจากรถ
หลังจากที่ได้เห็นการตกแต่งภายในที่หรูหราของดอร์จแรมชาร์จเจอร์แล้ว ความอิจฉาก็ฉายแววขึ้นในดวงตาของเขา
“อย่างมากที่สุด ปีหน้าฉันก็คงมีเงินพอที่จะสามารถซื้อรถได้ ! ” เจียงเสี่ยวจี๋พูดในใจด้วยสายตาแน่วแน่
ปีนี้ขายผักนอกฤดู ปีหน้าขายวัวและแกะจากในฟาร์ม พร้อมเงินปันผลและเงินเดือนของภรรยา ฉันมั่นใจมากว่าจะสามารถซื้อรถได้
เป้าหมายของเขาคือการเป็นผู้ชายคนที่สามในเจียงวานที่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง
หยางซิ่วเหมยก็ออกมาทักทายหลินเจียอินและหลัวเจาตี้อย่างอบอุ่นเหมือนกัน เธอออกมาเชิญทั้งสองให้เข้าไปนั่งในบ้าน
ในบ้าน นอกจากเจียงไห่เทียนและจ้าวเต๋อหรงแล้ว เจียงเสี่ยวโจว หลี่หงอิง เจียงไห่โป เจี่ยงชุ่ยหยู และเจียงเสี่ยวเฟิ่งก็อยู่ด้วย
ขั้นตอนการทำอย่างแรกนั้นคือต้องแช่ข้าวโพดในน้ำก่อน แล้วจึงใช้เครื่องโม่บดให้ละเอียด จากนั้นก็ล้างหม้อเหล็กให้สะอาด ตากให้แห้งด้วยการอังไฟอ่อน ๆ เพื่อให้หม้อร้อนแล้วจึงทาผิวของหม้อด้วยน้ำมันเรพซีดบาง ๆ จากนั้นก็เติมน้ำแป้งข้าวโพด เริ่มจากหยดลงที่ก้นหม้อ แล้วหมุนข้อมือเป็นวงกลม
ด้วยวิธีนี้ น้ำแป้งข้าวโพดจะเริ่มกระจายในหม้อ และสุกอย่างรวดเร็ว และมันก็จะเริ่มย่นและก็กลายเป็นฟองเต้าหู้ข้าวโพดในที่สุด
กระบวนการนี้เรียกว่าการทำฟองเต้าหู้
หลังจากที่แผ่นฟองเต้าหู้ได้ที่แล้ว ก็เอาออกจากหม้อ แล้วถึงเริ่มทำแผ่นใหม่
ตอนที่เอาฟองเต้าหู้ออกจากหม้อนั้น กลิ่นของมันจะหอมเป็นพิเศษ
เนื่องจากทำจากเนื้อข้าวโพด ฟองเต้าหู้จึงมีสีเหลืองและนิ่มมากเมื่อออกจากหม้อ จากนั้นจะเอามาวางผึ่งในตะกร้าไม้ไผ่แล้วแขวนไว้บนคานไม้ไผ่จนแห้ง
วิธีการนี้คล้ายกับการทำบะหมี่แห้ง
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ทุกคนเริ่มทำกันแล้วเหรอ ต้องขอโทษด้วย เมื่อคืนฉันดื่มมากไปหน่อย วันนี้ก็เลยตื่นสาย”
จ้าวเต๋อหรงยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก เมื่อคืนฉันแช่ข้าวโพดไว้ร้อยชั่งให้แล้ว ไม่ต้องแช่มันอีกแล้วล่ะ”
เจียงไห่หยางพยักหน้า
ดังนั้น ข้าวโพดที่เขาเพิ่งเอามาก็ไม่ต้องเอาไปแช่ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเอาคืนให้จ้าวเต๋อหรงอยู่ดี
เมื่อมองดูเนื้อข้าวโพดที่ถูกบด เจียงไห่หยางก็พูดว่า “ฉันเอาไปแช่น้ำและบดให้แล้ว ที่เหลือก็เอาไปทาบนกะทะและตาก ! ”
เจียงเสี่ยวโจวก้าวไปข้างหน้า “อาครับ เดี๋ยวผมทำให้เอง อาไปพักผ่อนเถอะ”