ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 976 เงินนำโชคอีกประเภทหนึ่ง
ตอนที่ 976 เงินนำโชคอีกประเภทหนึ่ง
ในปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเจียงเสี่ยวเหลย, เจียงเสี่ยวหยู , เจียงชาน หรือเจียงถิง เงินปีใหม่ที่พวกเขาได้รับมาจะถูกยึดไปทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น
เมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว หลัวเจาตี้ก็รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาทันที แต่ก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ปีนี้ลูกเก็บเงินปีใหม่ปีนี้ไว้ใช้เอง แม่จะไม่เอาไปหรอก ! ”
“จริงเหรอคะ ? ” เจียงถิงถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
หลัวเจาตี้พยักหน้า “จริงสิ แล้วแม่จะซื้อกระปุกออมสินมาวางไว้ในห้องนอนของลูก ลูกเก็บเองดีไหม ? ”
รอยยิ้มที่มีความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็ก ๆ ของเจียงถิง “ขอบคุณมากนะคะแม่ หนูจะเก็บไว้อย่างดีและในอนาคตจะซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ให้แม่กับพ่อได้ใส่”
หลัวเจาตี้รู้สึกอบอุ่นใจมากเมื่อได้ยินแบบนี้
ลูกสาวของเธอนึกถึงพ่อแม่แล้ว !
“ถิงถิงเก็บไว้ให้ตัวเองนั่นแหละ แม่ไม่ได้อยากได้เสื้อผ้าใหม่อะไร เพราะตอนนี้ลุงของลูกก็ให้เงินให้งานพ่อกับแม่ จนเรามีเงินเหลือเฟือแล้ว ลูกเก็บเงินของลูกไว้เองเถอะ ”
เจียงถิงกะพริบตาและพูดอย่างจริงจังว่า “ถ้าอย่างนั้น หนูจะซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ลุง และเอาไว้ซื้อขนมให้น้อง ๆ ในอนาคต”
หลัวเจาตี้ยิ้มและพูดว่า “ก็ดี หลังจากที่ป้าของลูกให้กำเนิดน้องชายและน้องสาวแล้ว ลูกก็เอาเงินนั้นมาซื้อขนมให้พวกเขาได้”
ขณะที่สองแม่ลูกกำลังพูดกันอยู่นั้น เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินก็เดินจับมือกันออกมา
“พ่อ แม่ ! ”
หลินเจียอินกล่าวทักทายเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋
เจียงเสี่ยวไป๋หยิบซองอั่งเปาขนาดใหญ่สองซองออกมาแล้วมอบให้เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ตามลำดับ
“พ่อครับ แม่ครับ นี่คือเงินปีใหม่ของผม”
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ต่างก็ตกตะลึง
ตามประเพณีแล้ว ผู้อาวุโสจะต้องให้เงินนำโชคแก่ผู้น้อย ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าผู้น้อยต้องให้เงินแก่ผู้อาวุโส
เจียงเสี่ยวเฟิง, หลัวเจาตี้, เจียงเสี่ยวชิง, เจียงเสี่ยวเหลย, เจียงเสี่ยวหยู, เจียงชาน และเจียงถิง ต่างก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจไม่ต่างกัน
“แกกำลังทำอะไร ? ”
เจียงไห่หยางพูดด้วยความโกรธ “แกจะให้เงินนำโชคกับเราได้อย่างไร ? ”
หวังซิ่วจวี๋ยังกล่าวอีกว่า “ใช่ ลูกเป็นพ่อคนแล้ว ถ้าพ่อแม่ไม่ให้เงินนำโชคแก่ลูก ลูกก็ไม่จำเป็นต้องให้เราเหมือนกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “พ่อครับ แม่ครับ ที่จริงแล้วเงินนำโชคมีอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือแบบที่ผู้เฒ่ามอบให้กับลูกหลาน มีความหมายอย่างที่เราทราบกันดี ก็คือการป้องกันวิญญาณชั่วร้ายและปกป้องคุ้มครองเราให้ปลอดภัยตลอดปี”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็พูดต่อ “แต่ที่จริงแล้วยังมีเงินนำโชคอีกประเภทหนึ่งที่คนรุ่นใหม่มอบให้กับผู้อาวุโส ซึ่งเงินนำโชคนี้หมายถึง ‘การหยุดอายุไว้ ให้อายุยืนยาว’ และมีวัตถุประสงค์เพื่ออวยพรให้ผู้อาวุโสมีอายุที่ยืนยาว”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เหลือบมองทั้งสองคนและพูดอย่างจริงใจว่า “ตอนนี้ฐานะของครอบครัวเราดีขึ้นเรื่อย ๆ เงินปีใหม่ที่ผมมอบให้พ่อกับแม่คือคำขอให้พ่อกับแม่มีสุขภาพที่ดีและมีอายุยืนยาว อยู่กับลูกหลานไปนาน ๆ ครับ”
“มีเงินนำโชคแบบนี้ด้วยเหรอคะ ? ” เจียงเสี่ยวชิงที่ได้ยินดูสับสน เธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนตั้งแต่ที่เป็นนักศึกษา
หลังจากได้ยินแบบนี้ หลัวเจาตี้ก็รีบหยิบซองสีแดงขนาดใหญ่สองซองออกมาแล้วยื่นให้เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋คนละซอง เธอเองก็พูดว่า “พี่รองไม่เคยโกหกอยู่แล้วค่ะ สิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น หนูขอให้พ่อกับแม่มีสุขภาพแข็งแรงเพื่อที่จะอยู่ด้วยกันกับพวกเราไปนาน ๆ นะคะ”
“ใช่ ใช่ ! ” เจียงเสี่ยวเฟิงก็ตอบสนองเหมือนกันในเวลานี้ เขารีบให้เงินนำโชคแก่เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ทันที
“นี่……”
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
อย่างไรก็ตาม เงินเหล่านี้มันทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองมีความสุขมากยิ่งขึ้น
“หยุดอายุ” หมายถึงการหยุดอายุไว้ที่เลขเดิม คนเฒ่าคนแก่กลัวตัวเองอายุไม่ยืนยาวที่สุดแล้ว มีใครบ้างที่ไม่อยากอยู่กับลูกหลานไปนาน ๆ แบบนี้ ?
เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูมองหน้ากัน พี่รอง พี่สาม และพี่สะใภ้สามต่างมอบ “เงินปีใหม่” ให้กับพ่อแม่ แต่พวกเขายังเป็นเด็ก แล้วแบบนี้พวกเขาต้องให้เงินด้วยไหม ?
แต่พวกเขาไม่ได้เตรียมเงินอั่งเปามาเลย
นอกจากซองอั่งเปาสี่ซองที่อยู่ในมือของพวกเขาตอนนี้ ซึ่งพวกเขาเพิ่งได้มันมาเมื่อครู่นี้เอง
โดยที่พ่อกับแม่เอาให้สองซอง และอีกสองซองเป็นของพี่ชายและพี่สะใภ้สาม
จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะคืนเงินอั่งเปาที่พ่อแม่เพิ่งมอบให้มา คืนให้พวกเขากลับไป
นอกเสียจากจะมอบเงินอั่งเปาที่พี่สามและพี่สะใภ้สามมอบให้เป็น “เงินปีใหม่” ให้กับพ่อและแม่ไปเท่านั้น
“พ่อคะ แม่คะ ! ” เจียงเสี่ยวหยูตะโกนออกมาและยื่นซองอั่งเปาขนาดใหญ่สองใบที่มีเงินหนึ่งร้อยหยวนอยู่ในนั้นให้กับเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋คนละซอง แล้วพูดว่า “หนูขอให้พ่อแม่มีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาวนะคะ ! ”
เธอไม่รู้สึกแย่เลยที่ให้เงินสองร้อยหยวนนี้แก่พวกเขา
พี่รองพูดได้ดีมาก การอวยพรปีใหม่ให้พ่อแม่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เจียงเสี่ยวเหลยดูเจียงเสี่ยวหยูมอบ “เงินปีใหม่” ให้กับพ่อแม่ของเขา เขาก็กัดฟันและมอบซองอั่งเปาที่เพิ่งได้มาให้กับพ่อแม่ของเขาไปด้วย
แม้แต่น้องสาวของฉันก็ยังยอมเสียสละเงินเอาให้พ่อแม่
ในฐานะพี่ชาย เขาจะน้อยหน้าน้องสาวไม่ได้ !
เพียงแต่ว่ามันยากที่จะทำใจ
เงินค่าขนมของเขากำลังจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่คาดคิดว่าพี่รองจะเล่นแบบนี้ มันทำให้เขาเสียเงินในมือของเขาออกไปทันทีในคราวเดียว !
มีเพียงเจียงเสี่ยวชิงเท่านั้นที่รู้สึกละอายใจ
ตามธรรมเนียม เนื่องจากเธอยังเรียนอยู่และไม่มีรายได้ จึงไม่จำเป็นต้องให้เงินนำโชคกับน้อง ๆ และหลาน ๆ แต่ในทางกลับกัน เธอยังมีสิทธิ์ได้รับเงินนำโชคด้วย
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้เตรียมอั่งเปามาเลย
และเธอมาถึงค่อนข้างช้า จึงยังไม่ได้รับอั่งเปาจากพ่อแม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้ของเธอ
ในมือของเธอตอนนี้ยังว่างเปล่า
เธอไม่มี “เงินปีใหม่” ให้พ่อแม่ของเธอเลย
แม้แต่น้องของเธอก็ยังมอบเงินให้พ่อกับแม่ไปแล้ว แต่เธอซึ่งเป็นพี่สาวกลับไม่มีเงินมอบให้ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่สบายใจและแอบรำคาญตัวเองที่ออกมาสาย
โชคดีที่เจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้ทักทายเธอในเวลานี้
“เสี่ยวชิง มานี่มา นี่อั่งเปาของเธอ ! ”
“ขอบคุณพี่สาม ! ขอบคุณพี่สะใภ้สาม ! ”
เมื่อเจียงเสี่ยวชิงได้รับอั่งเปามาสองซอง เธอก็มอบให้กับเจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋โดยที่ไม่แม้แต่จะเปิดมันออกมาดู
มันแค่ซองผ่านมือเท่านั้น
เจียงไห่หยางและหวังซิ่วจวี๋ให้เงินนำโชคแก่เจียงเสี่ยวชิง ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่เช่นกัน
เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินก็เริ่มมอบเงินนำโชคให้กับน้องชายและน้องสาวของพวกเขาเหมือนกัน
เช่นเดียวกับเจียงเสี่ยวเฟิง ซองอั่งเปาที่เขามอบให้ก็มีเงินอยู่ในนั้นหนึ่งร้อยหยวนเหมือนกัน
“ขอบคุณพี่รอง ! ”
“ขอบคุณพี่สะใภ้รอง ! ”
“ขอบคุณค่ะคุณลุง ! ”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า ! ”
“ขอบคุณค่ะป่าป๊า ! ”
“ขอบคุณค่ะหม่าม๊า ! ”
“……”
หลังจากที่ครอบครัวให้เงินปีใหม่กันและกันเสร็จแล้ว
เจียงไห่หยางก็พูดว่า “ไปบ้านลุงของพวกแกกันเถอะ ! ”
“โอ้ ใช่แล้ว ไปบ้านปู่ใหญ่กันเถอะ ! ”
“ไปบ้านลุงกันเถอะเด็ก ๆ ! ”
“ฉันสงสัยจริง ๆ ว่าวันนี้ลุงทำอาหารอะไรอร่อย ๆ ทานกัน ? ”
“ปีนี้มีของกินเยอะมาก คงต้องมีของอร่อยเยอะแน่ ๆ ! ”
“……”
ทั้งครอบครัวเดินออกไปอย่างมีความสุข
ทันทีที่เดินออกจากประตูบ้าน ก็มีเสียง “ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง…” ดังมาจากทางบ้านหลังเก่า
เจียงเสี่ยวเหลยเงยหน้าขึ้นและพูดว่า “ครอบครัวใครจุดประทัดฉลองปีใหม่เร็วขนาดนี้ ? ”
เจียงเสี่ยวเฟิงส่ายหัว “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มันอยู่ไกลเกินไป จึงไม่รู้ว่าบ้านหลังไหนจุดประทัด”
หลัวเจาตี้กล่าวว่า “อาจเป็นครอบครัวของหยางซื่อหยุน ครอบครัวของพวกเขามักจะมารวมตัวกันเร็วกว่าบ้านอื่นทุกปี”
“……”
ในชนบท ตอนที่ครอบครัวมารวมตัวกัน จะมีการจุดประทัดก่อนกินเลี้ยงเพื่อประกาศให้เพื่อนบ้านโดยรอบทราบว่าการรวมตัวกันกำลังจะเริ่มขึ้น
นอกจากนี้ ในชนบทมักมีการเปรียบเทียบกันเพื่อดูว่าครอบครัวไหนจะมารวมตัวกันเร็วที่สุด
มีคำกล่าวว่าครอบครัวใดรวมตัวกันก่อน แสดงว่าลูกสะใภ้ของครอบครัวนั้นขยันที่สุด
ดังนั้นในช่วงที่ครอบครัวมารวมตัวกันในชนบท มื้อเช้ามักจะเริ่มตั้งแต่แปดโมงเช้า
“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง…”
ขณะที่หลายคนกำลังพูดคุยกัน ก็ได้ยินเสียงประทัดดังขึ้นอีกครั้ง
“มีอีกครอบครัวรวมตัวกันแล้ว ! ”
เจียงไห่หยางพึมพำและเรียกทุกคน “รีบไปกันเถอะ ฉันคิดว่าอาหารเช้าที่บ้านลุงใหญ่คงจะพร้อมแล้ว ! ”